
หมัดเด็ดถึงศาล รธน. สมชัย เปิด 4 จุดตายบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ส่องปุ๊บรู้ปั๊บเลือกพรรคไหน
วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.06 น.
วันนี้ 26 มีนาคม 2569 ประเด็นร้อนการเมืองไทยยังไม่แผ่ว นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเปิดข้อมูลสำคัญจาก โดยมีข้อความระบุว่า “สรุปประเด็นทึ่คณะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ส่งรายงานให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม 2569 เพื่อเป็นหลักฐานส่งต่อศาล รัฐธรรมนูญมีดังนี้
1. ยืนยันว่า ในทางสากล บาร์โค้ด และ คิวอาร์โค้ด ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตร แต่ใช้ในการควบคุมการจัดส่ง หรือ ตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งการขนส่ง หรือ ล็อตการผลิต

2. การใช้บาร์โค้ด ที่ถอดรหัสง่ายดายโดยใช้มือถือส่อง แล้วเป็นเลขที่ตรงกับต้นขั้วแบบ 1:1 เป็นช่องทางตรวจสอบย้อนกลับว่าใครเลือกใครได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีของวิเศษ 3 อย่าง คือ บัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว และบัญชีรายชื่อ มาประกอบกัน ตามที่ กกต. เคยชี้แจง
3. หลักฐานการสังเกตการณ์ และการบันทึกภาพ ในการเลือกตั้งใหม่ เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2569 ที่เขตคันนายาว โดยทีมสังเกตการณ์และทีมผู้สื่อข่าว เป็นข้อมูลเพียงพอว่า สามารถระบุได้ว่า คนที่มาเลือกตั้งทั้งหมดในวันนั้นเลือกใคร หรือพรรคใด
4. ทีมผู้เชี่ยวชาญ ไม่มีวัตถุประสงค์ต้องการล่วงรู้การใช้สิทธิของประชาชน เพราะทราบว่า เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ในขั้นศาล ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ หรือ ศาลสถิตย์ยุติธรรมใด ก็พร้อมจะแสดงผลต่อหน้าศาล ถึงจุดอ่อนข้อบกพร่องของการออกแบบบัตรซึ่งใส่บาร์โค้ดแล้วนำไปสู่การล่วงรู้การใช้สิทธิของประชาชน หากมีคำสั่งศาล”
ทันทีที่โพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวโซเชียลต่างแห่เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างเผ็ดร้อนถึงความน่าสะพรึงกลัวของการทุจริตเชิงโครงสร้าง
“ขอบคุณที่ อจ.และคณะช่วยทำให้กระจ่าง….ที่เหลือคือ กระบวนการยุติธรรมในบ้านเมืองนี้มันจะห่วย เอาแต่อวยพ่องมันหรือไม่???”
“ถ้า กกต. รอด ประเทศ ไม่รอด”
“ตกลงว่าบัตรเลือกตั้งใหม่เมื่อ 22 กพ.69 เขตคันนายาว กกต. ใช้บัตรใหม่ไม่มีบาร์โค้ด ใช่ไหม(ตามที่เป็นข่าว) แล้วจะรู้ว่าใครเลือกใครหรือ ซึ่งต่างจากวันเลือกตั้งทั่วไป 8 กพ.69”
“สาธิตให้ดูด้วยว่าเขาจะทุจริตอย่างไร เพราะตัวเองคิดไม่ออกว่ามันจะง่ายอย่างนั้นเชียวหรือ ไม่ได้คิดแบบติ่งฝ่ายไหนเอาความเป็นจริงเข้าว่า”
“บาร์โค้ด สามารถนำไปสู่ต้นขั้วได้ ก็ยังชั่วร้ายน้อยกว่าการที่ กกต. แก้ไขตัวเลขแล้วประกาศ ว่ามีบัตรเขย่งเพียง 4 ใบ จากหลายแสนใบ โดยที่ กกต. ไม่ชี้แจงที่มาที่ไปของตัวเลขนี้ ทั้งที่ กกต. รู้อยู่แก่ใจ การที่กกต. ปิดระบบรายงานของ กกต. เป็นสิ่งที่น่าสงสัยมากที่สุด และการที่กกต.เก็บรวมบัตรและต้นขั้วบัตรไว้ในที่แห่งเดียวกันเป็นสิ่งที่อันตรายและเอื้อประโยชน์ให้เกิดการทุจริตโดยที่ ไม่มีประชาชนไม่สามารถล่วงรู้ การที กกต.จงใจเก็บต้นขั้วบัตร ไว้ที่เดียวกับบัตร แม้จะแยกกล่อง แต่ แต่เคเบิ้ลไทม์ สามารถถอดจากล็อกได้ ง่าย โอกาสที่จะมีคนทุจจริตล่วงรู้ความลับนี้จึงเป็นไปได้สูง เพราะไม่มีประชาชนคนเฝ้าสังเกตุการณ์ การเก็บรักษาหีบบัตรของ กกต. ได้ตลอดเวลา”
“รับไว้ แล้วรอประดิษฐ์วาทกรรมร้อยแปดพันเก้าอ้อมโลก # ผิดพลาดโดยสุจริต !!!”
.jpg)
.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร