
สมาคมประมงฯ จี้ รัฐเคลียร์ น้ำมัน B20 หลังผู้ประกอบการแบกต้นทุนไม่ไหว หยุดออกเรือแล้วเกือบครึ่ง
วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.41 น.
วันนี้ 27 มีนาคม 2569 นายไตรฤกษ์ มือสันทัด ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิดปรับขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 6 บาทในคราวเดียว และยังมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นอีก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคประมง ที่มีการใช้น้ำมันเป็นต้นทุนหลัก โดยเฉพาะการออกเรือนอกชายฝั่ง ส่วนมาตรการของภาครัฐ ที่จะมีมาตรการในการจัดหาและสนับสนุนน้ำมัน B20 ถึงแม้จะช่วยลดต้นทุนได้ประมาณ 5 ถึง 6 บาทต่อลิตร แต่ยังไม่มีความชัดเจนในการดำเนินการ ทำให้ผู้ประกอบการประมงกว่าร้อยละ 40 ยังคงหยุดออกเรือ เนื่องจากไม่คุ้มทุน

ทั้งนี้ที่ผ่านมาต้นทุนการทำประมงเพิ่มขึ้นในหลายด้าน ได้แก่ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 119 (119%) ภายในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา แต่ค่าจ้างแรงงานที่ต้องจ่ายเต็มเดือนแม้ออกเรือไม่ครบ ค่าวัสดุอุปกรณ์ประมง และค่าบำรุงรักษาเครื่องยนต์เรือที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนต่อเที่ยวเรือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และไม่คุ้มทุน แต่ราคาสัตว์น้ำหน้าท่ายังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยยังไม่สามารถปรับราคาขึ้นได้ ทำให้รายได้ของชาวประมงไม่สอดคล้องกับต้นทุน
ขณะเดียวกันชาวประมง ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากการนำเข้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศเช่น หมึกจากเมียนมาและปลาจากอินเดีย ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า ส่งผลให้สินค้านำเข้าดังกล่าวเข้ามากดราคาสัตว์น้ำหน้าท่า และแย่งตลาดจากผู้ประกอบการไทย อีกทั้งยังพบปัญหาการลักลอบนำเข้า การสวมสิทธิ์ และการขนถ่ายสินค้ากลางทะเล
นายไตรฤกษ์ บอกอีกว่าที่ผ่านมาการตรวจสอบยังไม่เข้มงวดเพียงพอ ทำให้สินค้าต่างประเทศไหลเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ถ้าหากภาครัฐไม่มีมาตรการควบคุมต้นทุนและการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำอย่างจริงจัง ภาคประมงไทยจะเผชิญความเสี่ยงด้านความอยู่รอด และอาจกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารทะเลของประเทศในระยะยาว