
อุ้มคนจนหัวละ100บาท รบ.เคาะแล้ว! เยียวยาผลกระทบน้ำมัน
วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
อุ้มคนจนหัวละ100บาท รบ.เคาะแล้ว! เยียวยาผลกระทบน้ำมัน จ่อหั่นภาษีสรรพสามิต ช่วยค่าปุ๋ยกลุ่มเกษตรกร ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยถูก
ศบก.ไม่กล้ารับประกันสงกรานต์นี้ดีเซลทะลุ 70 บาทหรือไม่ ระบุทุกอย่างไม่มีความแน่นอน แจงต้องปรับราคากลางดึก 6 บาท เพราะมาเลเซียขึ้นก่อนถึง 7 บาท ถกด่วน “ครม.นัดพิเศษ” ยอมรับหนักใจ พร้อมเคาะช่วยกลุ่มคนจนหัวละ 100 บาท พร้อมหั่นภาษีสรรพสามิตน้ำมัน
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) แถลงสถานการณ์ประจำวันถึง กรณีการปรับราคาน้ำมันทุกชนิดลิตรละ 6 บาท ว่า จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติ แม้จะมีการเสนอข้อตกลงต่างๆ แต่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งจะส่งผลกระทบให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกเพิ่มสูง โดยเมื่อวันที่ 17 มี.ค.2569 ประมาณ 198 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ราคาพุ่งถึง 242 เกือบ 243 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลก ส่งผลถึงราคาขายปลีกทั่วไปทุกประเทศ
อ้างมาเลซียขึ้น7บาท
สำหรับประเทศไทยทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขาดสภาพคล่องติดลบมากขึ้นปัจจุบันอยู่ที่ 35,000 ล้านบาท กองทุนน้ำมันเริ่มขาดสภาพคล่อง เพราะมีเงินไหลออก ประมาณวันละ 2,000 ล้านบาท ส่วนราคาน้ำมันประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง มาเลเซีย ก็มีการปรับน้ำมันดีเซล 7 บาทต่อลิตร ซึ่งเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านราคาของเราไม่ได้สูงอยู่ในอันดับที่ค่อนข้างต่ำด้วยซ้ำไป
ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ กบน. มีการพิจารณาหลายมิติ จนได้ข้อสรุปว่าต้องมีการปรับลดการชดเชยในกลุ่มของน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซินส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดปรับขึ้นถึง 6 บาทต่อลิตร
ขอประชาชนช่วยประหยัด
นายพรชัย ยังกล่าวว่าการปรับลดการชดเชยเข้ากองทุนน้ำมัน จะทำให้กองทุนน้ำมันจะช่วยเหลือน้ำมันเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นน้ำมันทางเศรษฐกิจ และแก๊สโซฮอล์ E10 และ E20 ให้ประชาชนได้ใช้ในราคาที่ถูก ขอให้ประชาชนมั่นใจ ว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงรักษาเสถียรภาพ ขายปลีกในประเทศได้อย่างเหมาะสม และขอให้ประชาชนประหยัด และเราจะดำเนินการไปด้วยกัน ซึ่งคาดว่าการลดการจัดเก็บครั้งนี้จะทำให้เราสามารถยืนสู้กับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อาจสูงขึ้นในอนาคตได้ เพราะสภาพคล่องเราจ่ายน้อยลงเราก็ยังพอช่วยเหลือได้ต่อไป
สถานการณ์โลกเปลี่ยนไป
เมื่อถามว่า การขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร ทำให้ประชาชนตกใจ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 เลขาธิการสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม หรือ สภาพัฒน์ ยืนยันว่า การขึ้นราคาจะขึ้นเป็นขั้นบันไดแต่การขึ้น 6 บาทโดยไม่แจ้งประชาชนจะชี้แจงอย่างไร นายพรชัย กล่าวย้ำว่า สถานการณ์โลกที่เราคุยกันณ วันที่ 17 มีนาคม 2569 ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกยังอยู่ที่ 198 เหรียญ สหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากนั้นเพียง 2 วันกระโดดขึ้นมา 243 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้น รวมถึงประเทศไทยที่มีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการช่วยสนับสนุน
”แต่เมื่อราคาน้ำมันปรับสูงก็ทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขาดทุน และขาดสภาพคล่อง โดยเหตุผลที่ต้องปรับขึ้น 6 บาทเพื่อจะได้รักษาเสถียรภาพของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต่อไปให้มีสภาพคล่อง “ผอ. สำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ระบุ ขณะที่ราคาน้ำมันในประเทศอาเซียนไม่ใช่เพียงประเทศไทยก็มีการกระโดดขึ้นอย่างเช่น มาเลเซีย และทุกประเทศจะมีการปรับราคาเพิ่มขึ้น
ไม่รับประกันขึ้นแบบขั้นบันใด
เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะไม่มีการรับประกันใช่หรือไม่ว่าการขึ้นราคาน้ำมันจะขึ้นแบบขั้นบันได จะมีการปรับขึ้นเมื่อเมื่อไหร่ก็ได้ใช่หรือไม่ และประชาชนต้องรอลุ้นราคาน้ำมันในแต่ละวันใช่หรือไม่ นายพรชัย ชี้แจงว่า การขึ้นในแต่ละครั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จะมีการพิจารณาในหลายมิติ ที่ผ่านมาบางครั้งมีการปรับขึ้น 50 สตางค์ บางครั้ง 75 สตางค์ บางครั้งมีการขึ้น 1.80 บาท ครั้งนี้ขึ้น 6 บาท ซึ่งคณะกรรมการจะพิจารณาจากหลายด้านไม่ใช่เฉพาะราคาน้ำมันอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณามิติของเพื่อนบ้านและประชาชนด้วย คงไม่การันตีว่าจะมีการขึ้นรวดเดียวต้องขอดูเป็นรายวันไป
ส่วนกรณีที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีหนี้ 35,000 ล้านบาท หากเปรียบเทียบกับในสมัยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อปี 2565 ที่กองทุนน้ำมันติดลบเป็น 1.2 แสนล้านบาท สมัยนั้นมีวิธีการแก้ปัญหา เหตุใดจึงไม่นำมาใช้กับการบริหารกองทุนน้ำมันในขณะนี้ นายพรชัย กล่าวว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ว่าจะวิธีไหนมีหลักการในการพิจารณาเหมือนกัน เพียงแต่ขณะนั้นสถานการณ์ของรัสเซีย-ยูเครน
จะค่อยๆขยับ ถึงแม้จะมีความยืดเยื้อหลายเดือน จนถึงปัจจุบันยังมีสถานการณ์ประปราย แต่ราคาน้ำมันไม่เท่าพุ่งสูงขึ้นอย่างเช่นสถานการณ์ปัจจุบันเหมือนเหตุการณ์สหรัฐกับอิหร่าน ที่ราคาพุ่งสูงต่อวัน 20 ถึง 30 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลถึง 243 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
“เพราะฉะนั้นการตัดสินใจขึ้นบางอย่างต้องรีบดำเนินการ เพื่อไม่ให้บานปลาย ไปมากกว่านี้ ต้องมีการสกัดไว้บ้าง ยืนยันว่ายังคงรักษาเสถียรภาพ และขอให้ประชาชนมั่นใจว่าเรายังดูแลอยู่“ นายพรชัย กล่าว
ไม่รับปากสงกรานต์ทะลุ70บาท
ส่วน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ราคาน้ำมันจะทะลุไปถึง 70 บาทต่อลิตรหรือไม่ นายพรชัย กล่าวว่า ราคาน้ำมันประเทศขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตลาดโลก แต่จะขึ้นถึง 70 บาทหรือไม่ ต้องดูว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีกำลังพอที่จะรักษาสภาพคล่องได้หรือไม่ หากทำได้เราก็จะทำ ทั้งนี้ การลดการจัดเก็บในครั้งนี้จะทำให้ดีขึ้น แต่เราไม่สามารถยืนยันได้ว่า ราคาในตลาดโลกจะสูงขึ้นเท่าไหร่มากขนาดไหน
เมื่อถามว่า ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงว่า ทำไมถึงขึ้นราคากลางดึก และตั้งข้อสงสัยว่า ก่อนหน้านี้ที่หาน้ำมันเติมไม่ได้ เพราะมีการกักตุนรอราคาขึ้นหรือไม่ นายพรชัย กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องประกาศกลางดึก เพราะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกที่สิงคโปร์จะปิดราคาช่วงประมาณ 19.00 น. ซึ่งเขาจะค่อยๆ ปล่อยราคาน้ำมันแต่ละชนิด เช่น น้ำมันดีเซล น้ำมันดูไบ น้ำมันเบนซิน ซึ่งตนต้องมานั่งทำโครงสร้างราคาที่ตีออกมาเป็นค่าเงินบาท กว่าจะเสร็จก็ 21.00 น. และ กบน.ก็มีการประชุมกันในช่วง 21.00 น. เพื่อให้ได้ข้อมูลหลายมิติ เราก็เพิ่งทราบว่า เพื่อนบ้านก็ขึ้นราคา ฉะนั้น การประกาศช่วงดึกไม่ได้ทำเพื่อช่วยเหลือใครทั้งนั้น แค่รอข้อมูลให้รอบด้าน เพื่อให้ราคาที่ชัดเจน
รับประกันพ่อค้าไม่รู้เรื่อง
ส่วนที่คนสงสัยว่า ผู้ค้ามีการกักตุนรอให้ราคาขึ้นนั้น ยืนยันว่า ไม่มี และทางผู้ค้าก็ไม่ทราบว่าเราจะทำ แม้กระทั่งตนและคนที่ทำงานก็ไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อนแน่นอน คีย์ข้อมูล ณ ตอนนั้นเลย รับประกันได้
เมื่อถามว่า วิเคราะห์อย่างไรที่ก่อนหน้านี้น้ำมันหมดปั๊ม แต่พอราคาขึ้น น้ำมันกลับไม่ขาด นายพรชัย กล่าวว่า เรามองในมิติอัตราเงินกองทุน ส่วนเรื่องการจัดเก็บสต็อกน้ำมันขอให้กรมธุรกิจพลังงานเป็นผู้ตอบจะดีกว่า เขาจะตอบได้ชัดเจน
หนูถกครม.นัดพิเศษ/เอาอยู่
ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ เวลา 11.00น.ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือประเด็นวิกฤตพลังงานหลังดีเซลปรับราคาอีก 6 บาท ต่อมานายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีออกมาเปิดผยว่า หารือกันหลายเรื่อง ขอให้รอการแถลงข่าว
เมื่อถามว่า รัฐบาลจะเอาอยู่ใช่หรือไม่ นายนภินทร กล่าวว่า “เอาอยู่สิครับ”และมีข่าวดีแน่นอนในการช่วยเหลือประชาชน โดยจะมีเรื่องการลดราคาสินค้า และจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีน้ำมันใช้เดินทางในช่วงสงกรานต์ รวมไปถึงการควบคุมราคาสินค้า
รับมือผลกระทบน้ำมัน
เวลา 13.50น.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการดูแลผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นทั้งนี้รัฐบาลยังทำงานเต็มกำลังแม้จะอยู่ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และ นายกรัฐมนตรีกล่าวในที่ประชุมว่าวันนี้เป็นวิกฤตพลังงานทั่วโลก จึงกำชับให้ส่วนงานราชการทั้งส่วนกลาง ท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และท้องถิ่น เข้มงวดในมาตรการประหยัดพลังงานที่เคยได้สั่งการในมติครม.ไปแล้ว โดยเฉพาะการเดินทางไปอบรมดูงานต่างประเทศขอให้ยกเลิก และให้ส่วนราชการต่างๆไปกำชับเรื่องนี้ การประชุมสามารถเดินทางได้ แต่การดูงานกำชับว่าห้าม เราต้องปรับตัวประหยัดทุกอย่าง เพราะทั่วโลกกระทบกับวิกตพลังงาน การใช้ไฟหรือแอร์ต่างๆได้กำชับให้ข้าราชการไปปฏิบัติตาม เราต้องปรับตัวหลายประเทศต้องปรับตัว
เพิ่มเงินคนจนหัวละ100
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้แถลงข่าวมาตรการช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้คลัง พิจารณา ปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต ว่าจะลดอย่างไร แค่ไหน ตามความเหมาะสม 2.ดูแลกลุ่มเปราะบาง ใช้กลไกสวัสดิการแห่งรัฐ ปกติใช้จ่ายคนละ 300 บาท จะเพิ่มให้อีก 100 เป็น 400 บาท ระหว่างรัฐบาลรักษาการ จะใช้แค่ 1เดือน เดี๋ยวมีรัฐบาลทางการจะดูว่าต่อหรือไม่ 3.กลุ่มขนส่ง จะมีทั้งรถบรรทุกและรถโดยสาร รัฐบาลจะดูแลทั้ง 2 กลุ่ม รวมถึงมอเตอร์ไซค์รับจ้าง 4.ช่วยภาคเกษตรกร เบื้องต้นสิ่งที่กระทบคือ ปุ๋ย พาณิชย์จะมีโครงการสงวนค่าปุ๋ย ลดต้นทุนภาคเกษตรกร และสนับสนุนใช้ปุ๋ยอินทรีย์ 5.กลุ่มประมง หารือเบื้องต้น เยียวยาด้วยการใช้น้ำมัน B20 ที่ต้นทุนต่ำกว่าปกติ 5-6บาท 6.คู่สัญญาภาครัฐ กลุ่มอุตสาหกรรม ก่อสร้าง จะขยายการตรวจรับงานที่เหมาะสม ค่าปรับยังอยู่ แต่ดูว่าจะขยายเวลาตรวจรับงาน จะดูเคสบายเคส และ 7.กลุ่มอื่นๆ สำหรับเอสเอ็มอี ออมสินเตรียมวงเงินซอฟต์โลน 1หมื่นล้าน เสริมสภาพคล่อง
/ พณ.ควบคุมราคาสินค้า
ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ แถลงว่า า ภาวะวิกฤตนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้มีการกำชับให้เตรียมความพร้อม โดยกรมการค้าภายในทำงานร่วมกับพาณิชย์จังหวัด คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) ให้เน้นย้ำเรื่องของสินค้าควบคุม ทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภค ซึ่งมีอยู่แล้ว 59 รายการ และได้มีการจัดการประชุม กจร. เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ให้ทบทวนว่า ควรจะเพิ่มเติมในเรื่องสินค้าที่จะต้องดูแลให้ไม่มีผลกระทบกับประชาชน ซึ่งได้ข้อสรุปว่า จะเพิ่มเติมมา 7 รายการด้วยกัน โดยได้ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาแล้ว เป็นสินค้าที่เกี่ยวกับห่วงโซ่อุปสงค์ อุปทาน ตัวอย่างเช่น เม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด ซอสปรุงรส ทั้งน้ำปลาและซีอิ๊ว เป็นต้น
นางศุภจี กล่าวว่า ปัจจุบันมีสินค้าที่ควบคุมดูแลอยู่แยกออกเป็น 12 หมวด และมีระดับความเข้มข้น 5 ระดับ ซึ่งระดับที่เข้มข้นสูงสุดคือ หากจะขยับราคาจะต้องมีการขออนุญาตจากกรมการค้าภายในก่อน มีทั้งหมด 8 สินค้า เช่น ปลากระป๋อง บะหมี่สำเร็จรูป นมผงและนมเหลว นมเปรี้ยว เป็นต้น โดยกระทรวงพาณิชย์ได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการแล้ว ย้ำว่า ยังสามารถดูแลสต๊อกที่มีอยู่ได้ในหมวดสินค้าจำเป็นที่ควบคุมดูแลอยู่ได้ แต่ในหมวดสินค้าทั่วไปยอมรับว่า จะมีการปรับขึ้นราคาตามที่ประชาชนได้รับรับทราบ เช่น น้ำตาลทราย เป็นต้น
ติดตามการผลิตปุ๋ย
รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ขณะที่เรื่องการหาวัตถุดิบเพิ่มเติมในภาคของเกษตรกรที่กำลังจะมีการเก็บเกี่ยวในบางพืชผลนั้น กระทรวงพาณิชย์จะติดตามเรื่องปุ๋ย ซึ่งมีสต็อกเพียงพอในประเทศถึงประมาณเดือน เม.ย. ซึ่งจะหาเข้ามาเพิ่มเติมได้ แต่อาจมีราคาที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น จึงต้องมีมาตรการเยียวยาเพื่อลดผลกระทบต่อเกษตรกรและชาวประมง โดยการหารือถึงแนวทางการช่วยค่าปุ๋ย รวมถึงทำงานร่วมกันกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการปรับสูตรปุ๋ยให้ลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้ามากขึ้น หันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มเติมในพื้นที่ที่สามารถทำได้
ยอมรับรัฐบาลหนักใจ
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเมื่อถามถึงกรณีที่ประชาชนกังวลว่า ราคาน้ำมันอาจพุ่งไปถึง 50 บาทต่อลิตร มีแผนรับมือในระยะยาวอย่างไร โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ นายประเสริฐ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ตัดสินใจ ถือว่าคุยกันนาน หนักใจ แต่ด้วยสถานการณ์ความรุนแรงที่เราคาดไม่ถึง ซึ่งคาดว่า ไม่น่าจะรุนแรงและยาวนานขนาดนี้ รัฐบาลพยายามจะตรึงให้ได้ และผ่อนมาเหลือ 33 บาทต่อลิตร แต่สุดท้ายต้องยอมรับว่า ด้วยสถานการณ์ที่รุนแรงขนาดนี้ กองทุนน้ำมันเอาไม่อยู่ ประกอบกับการลักลอบส่งออกกักตุนเก็งกำไร ทำให้น้ำมันฝืดเข้าระบบประมาณ 86 ล้านลิตร ซึ่งมากกว่าปกติ อยู่ประมาณ 20% ถูกนำไปเก็บสำรองเอาไว้ มาตรการราคาจึงเป็นอีกมาตรการหนึ่ง
นายประเสริฐ กล่าวว่า หากถามว่าจะถึง 50 บาทต่อลิตรหรือไม่ ตนไม่สามารถตอบได้ อาจจะลงมาก็ได้ หากเขาหยุดรบ ราคาหลังจากนี้ไปจะขึ้นหรือลงขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หากสถานการณ์ดีขึ้น ลดภาษีสรรพสามิตลดราคา ซึ่งมีทั้งบวกและลบหลังจากนี้ไป
เป็นไปตามกลไกตลาด
นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ตอบคำถามถึงกรณีราคาน้ำมันพุ่งรวดเดียว 6 บาท ว่า มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ ซึ่งมีกลไกราคาโลก หากเรามัวแต่กดไว้ จะทำให้มีการรั่วไหล ไปในประเทศที่มีการปรับราคาขึ้น ตามราคาตลาด ซึ่งจะส่งผลกระทบหลายอย่าง และป้องกันไม่ให้น้ำมันเถื่อน ออกไปประเทศอื่น และทำให้เรามีน้ำมันในประเทศน้อยลง พร้อมยกตัวอย่าง ว่าอาจมีกองทัพมด แฝงตัวเป็นประชาชน มาซื้อและนำไปขายช่องทางอื่น ซึ่งตามปิดไม่ได้ 100% อยู่แล้ว