
ฮุนเซนดิ้นใหญ่ รีบประท้วงไทย ไม่ยอมรับมติสว. ปมยกเลิกMOU
วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
เขมรดิ้นหนัก ร่อนแถลงการณ์ประท้วงไม่ให้ไทยยกเลิก MOU 2543 อ้างละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ยอมรับขั้นตอนกฎหมายไทย ย้ำเขมรยึดมั่นแก้ปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธีและกลไกทวิภาคี
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม สมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กSamdech Hun Sen of Cambodia ซึ่งมีใจความว่า สำนักงานเลขาธิการกิจการชายแดนแห่งรัฐกัมพูชา (SSBA) ออกแถลงการณ์ตามที่คณะกรรมาธิการฯของวุฒิสภาไทย ได้ลงมติเห็นควรให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก (MOU 2000) พ.ศ.2543
โฆษกสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาฝ่ายชายแดนปฏิเสธอย่างเด็ดขาด โดยฝ่ายไทยไม่สามารถอ้างขั้นตอนทางกฎหมายภายในประเทศ หรือเหตุผลอื่นใด เพื่อยกเลิก MOU 2543 และขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และบ่อนทำลายความสำเร็จของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ของทั้งสองฝ่ายในอดีต
โดยทางการกัมพูชา ได้ชี้แจงให้ประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศทราบข้อเท็จจริง ดังนี้ 1.MOU 2543 ได้รับการลงทะเบียนและฝากไว้ที่สำนักงานเลขาธิการสหประชาชาติ เป็นสนธิสัญญาหรือข้อตกลงทวิภาคีเกี่ยวกับเรื่องชายแดน สร้างภาระผูกพันภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นกรอบที่สำคัญสำหรับทั้งสองฝ่ายในการแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติผ่านกลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC)
2.ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ภายใต้สถานการณ์ใดๆ ประเทศไทยไม่สามารถใช้กฎหมายภายในประเทศหรือกระบวนการภายในประเทศ หรือเหตุผลอื่นๆ เพื่อเพิกถอน MOU 2543 ได้
3.MOU 2543 มอบอำนาจอย่างเต็มที่แก่คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ทั้งสองฝ่ายในการแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติตามอนุสัญญาสยาม-ฝรั่งเศสพ.ศ.2447 และ พ.ศ.2450 แผนที่เกิดจากการทำงานของคณะกรรมาธิการเขตแดนระหว่างสยามและอินโดจีนรวมถึงการระบุตำแหน่งที่แท้จริงของเสาเขตแดนทั้งหมด 74 เสาในยุคฝรั่งเศส การซ่อมแซมและรักษาเสาเขตแดนที่ตกลงกันไว้ การสำรวจและการใช้เครื่องหมายชั่วคราว การสร้างเครือข่ายทางธรณีวิทยาร่วมกันระหว่างกัมพูชาและไทย และดำเนินการสำรวจโดยละเอียดที่จุดตรวจชายแดน
ในโอกาสนี้ โฆษกสำนักงานเลขาธิการชายแดนไทย-กัมพูชา จึงขอเน้นย้ำว่า ฝ่ายกัมพูชายึดมั่นในการแก้ไขปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธี รวมทั้งกลไกทวิภาคีที่มีอยู่เดิม โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (IBC) กัมพูชายังคงเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ โดยสรุปแล้ว การยกเลิก MOU 2000 ด้วยเหตุผลใดก็ตาม จะไม่เพียงเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและหลักการไร้ความหมายของพรมแดนเท่านั้น แต่ยังเป็นการขัดขวางการแก้ไขปัญหาชายแดนระหว่างสองประเทศอย่างสันติและขัดขวางการจัดตั้งพรมแดนแห่งเสถียรภาพ สันติภาพ และการพัฒนาด้วย