
เชาว์ อัด ศุภจี สับขาหลอกข้อมูลสต็อกปุ๋ย ชี้เป็นการ ฆาตกรรมทางศก. จี้รัฐเร่งเยียวยาเกษตรกร
วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.51 น.
เชาว์ อัด ศุภจี สับขาหลอกข้อมูลสต็อกปุ๋ย ชี้เป็นการ ฆาตกรรมทางเศรษฐกิจ จี้รัฐเร่งเยียวยาเกษตรกร
เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2569 นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ในหัวข้อ “บทเรียนราคาแพงจากคำลวงของ ‘ศุภจี’ น้ำมันแพง ปุ๋ยขาด ความผิดพลาดของรัฐ” โดยทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงแทนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ออกมาสะท้อนวิกฤตปุ๋ยขาดแคลนที่กำลังคุกคามความเป็นอยู่ของเกษตรกรอย่างหนัก พร้อมพุ่งเป้าวิจารณ์การบริหารงานของกระทรวงพาณิชย์
นายเชาว์ ระบุว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือความผิดพลาดและการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนของกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การนำของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ซึ่งตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาได้ออกมายืนยันสร้างความเชื่อมั่นให้เกษตรกรว่า ปริมาณปุ๋ยในประเทศมีเพียงพอจนถึงเดือนสิงหาคม ทำให้เกษตรกรจำนวนมากไม่ได้วางแผนสำรองปุ๋ยล่วงหน้า
ทว่าเมื่อวันที่ 26 มี.ค. ที่ผ่านมา รมว.พาณิชย์ กลับออกมายอมรับว่าปุ๋ยในสต๊อกอาจมีพอถึงแค่เดือนเมษายนเท่านั้น เท่ากับว่าข้อมูลระยะเวลาหายไปทันทีถึง 4 เดือน แม้รัฐจะระบุว่าสามารถหาเพิ่มเติมได้แต่ราคาจะแตกต่างออกไป ซึ่งนายเชาว์ชี้ให้เห็นตรงๆ ว่านั่นหมายถึงราคาที่ “แพงขึ้น” ชี้ปุ๋ยขาดร้ายแรงกว่าน้ำมันแพง เท่ากับล้มละลาย
“นี่มิใช่เพียงความผิดพลาดทางการสื่อสาร แต่เป็นการฆาตกรรมทางเศรษฐกิจต่อเกษตรกร” นายเชาว์ระบุ พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า การที่เกษตรกรหลงเชื่อข้อมูลของรัฐจนไม่ได้เตรียมตัว ทำให้ต้องมาเผชิญกับภาวะปุ๋ยขาดแคลนและราคาพุ่งสูงในช่วงก่อนเข้าฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการบำรุงต้นปาล์ม
นายเชาว์เน้นย้ำว่า วิกฤตปุ๋ยขาดแคลนนั้นรุนแรงกว่าวิกฤตน้ำมันแพงหลายเท่าตัว เพราะน้ำมันแพงหมายถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่หากไม่มีปุ๋ยใส่ให้ต้นปาล์มในช่วงเวลาที่เหมาะสม ต้นปาล์มจะไม่สร้างผลผลิต เท่ากับสูญเสียรายได้ตลอดทั้งปี นำไปสู่การล้มละลายของครอบครัวเกษตรกร
อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นข้อเสนอ 4 ประการ เรียกร้องให้รัฐบาลลงมือทำทันที และเลิกบริหารงานด้วยภาพลักษณ์ ดังนี้
– เปิดเผยข้อมูลจริงทั้งหมด: ต้องกางตัวเลขสต๊อกปุ๋ยและแหล่งนำเข้าที่มีปัญหาตามความเป็นจริง เลิกปกปิดเพื่อรักษาภาพลักษณ์ทางการเมือง
– เร่งเจรจานำเข้าปุ๋ยด่วน: รมว.พาณิชย์ ต้องใช้ทุกกลไกหาแหล่งปุ๋ยใหม่ๆ จากทั่วโลก ไม่พึ่งพาเพียงแหล่งเดิม และต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าจะนำเข้ามาจากไหน ในราคาเท่าใด
– คุมราคาและจัดการการกักตุน: บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อควบคุมราคาปุ๋ยไม่ให้พุ่งสูงเกินจริง และปราบปรามพ่อค้าคนกลางที่ฉวยโอกาสกักตุนสินค้า
– เยียวยาเกษตรกร: รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดของตนเอง ด้วยการชดเชยเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนปุ๋ยตามกำหนด
ในตอนท้าย นายเชาว์ ได้ฝากข้อความถึงรัฐบาลและ รมว.ศุภจี ว่าการหลอกลวงเกษตรกรคือการทำลายรากฐานของประเทศ พร้อมทิ้งท้ายอย่างเจ็บปวดว่า “จำไว้ว่าเจ็บปวดครั้งนี้… เกษตรกรไม่มีวันลืม”