เส้นทางการเมือง ‘บ้านใหญ่หวังศุภกิจโกศล’ ก่อนสะดุดปม ‘จริยธรรม’

เส้นทางการเมือง 'บ้านใหญ่หวังศุภกิจโกศล' ก่อนสะดุดปม 'จริยธรรม'

เส้นทางการเมือง ‘บ้านใหญ่หวังศุภกิจโกศล’ ก่อนสะดุดปม ‘จริยธรรม’

วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.33 น.

ใครจะคาดคิดว่า เส้นทางการเมืองในตำแหน่งรัฐมนตรีของ “รัฐมนตรีปุ๋ง-สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” จะสะดุดลงในวันที่อาณาจักรการเมืองของ “บ้านใหญ่หวังศุภกิจโกศล” เบ่งบานที่สุดในเวลานี้

การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 “กำนันป้อ- วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล” นำ สส.นครราชสีมาเข้ามาได้ถึง 8 เขต จาก 10 เขตที่เป็นชัยชนะของพรรคเพื่อไทย รวมกับ สส.บัญชีรายชื่ออีก 1 คือ “รัฐมนตรีปุ๋ง” ลูกสาวคนโต รวมเป็น 9 สส.ในการดูแลของ “กำนันป้อ”

ไม่เพียงเท่านั้นที่อุบลราชธานี พรรคไทรวมพลัง ที่ “มาดามกบ-จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล” น้องสะไภ้กำนันป้อ และเป็นน้องสาวแท้ๆ ของ “มาดามหน่อย – ยลดา หวังศุภกิจโกศล” ภรรยา “กำนันป้อ” ซึ่งปัจจุบันดำรงแหน่งนายกอบจ.นครราชสีมา ตั้งมากับมือ ก็กวาดเก้าอี้ สส. มาได้ถึง 4 เขต รวมตัว มาดามกบ เองที่เป็น สส.เขต9 อุบลราชธานีด้วย และยังมีที่ สุราษฎรธานีอีก 1 ที่นั่ง คือ “วชิราภรณ์ กาญจนะ” บุตรสาวของ “ชุมพล-โสภา กาญจนะ” บ้านใหญ่แห่งเมืองสุราษฎร์ธานี  เมื่อรวมกับ “กังฟู วสวรรธน์ พวงพงศรี” หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งเป็นหลานรักของ “มาดามหน่อย-มาดามกบ” ก็เป็น 6 ที่นั่ง

เท่ากับว่าอาณาจักร “บ้านใหญ่หวังศุภกิจโกศล” มี สส.อยู่ถึง  15 คน

เส้นทางการเมือง “หวังศุภกิจโกศล” ไม่ได้เพิ่งมาเริ่มต้นเมื่อ “กำนันป้อ” เข้าร่วมพรรคภูมิใจไทยในปี 2562 แต่ต้องย้อนไปถึงปี 2542 เมื่อ “มาดามกบ” เริ่มชีวิตการเมืองท้องถิ่น เป็นนายกเทศมนตรีเสิงสาง เขตพื้นที่ตั้งของ บริษัทแป้งมันเอี่ยมเฮงอุตสาหกรรมจำกัด ที่ตกทอดมาจากรุ่นบุกเบิกคือ “เจ้าสัวบักเอี่ยม” เตี่ยของ “กำนันป้อ”
และเมื่อปี 2549 “เสี่ยบู๊ สมศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล” น้องชาย “กำนันป้อ” และสามีของ “มาดามกบ” ก็ได้เป็น สว.นครราชสีมา

กระทั่งปี 2550 ตระกูลหวังศุภกิจโกศล ก็เริ่มปักหลักในสนามการเมืองระดับชาติ โดย “มาดามกบ” ได้เป็น สส.พรรคเพื่อแผ่นดิน ทว่าในปี 2554 “มาดามกบ”  ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย แต่สอบตก

ปี 2562 “กำนันป้อ” เข้าร่วมพรรคภูมิไทย นำ สส.นครราชสีมา เข้ามาได้ 3 คน และตัวเองได้เป็น สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมทั้งได้เข้าสู่ตำแหน่งรัฐมนตรี เป็น รมช.พาณิชย์ และ รมช.คมนาคม ในเวลาต่อมา และปี 2563 “มาดามหน่อย” ก็ชนะเลือกตั้งเป็นนายกอบจ.นครราชสีมา ครองตำแหน่งมาจนถึงปัจจุบัน

ปี 2566 “กำนันป้อ” ย้ายเข้าพรรคเพื่อไทย จับมือกับ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” กวาด สส.นครราชสีมา 12 ที่นั่ง ขณะที่ “มาดามกบ” ตั้งพรรคไทรวมพลัง ส่งสมัคร สส.อุบลราชธานี 2 เขต กวาดมาได้ทั้ง 2 เขต

ทว่าตอนนั้น “กำนันป้อ” เลือกไปอยู่หลังฉาก ให้ลูกสาว “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” ลาออกจากกรรมการผู้จัดการบริษัทแป้งมันเอี่ยมเฮงอุตสาหกรรม จำกัด มาเป็นรัฐมนตรีโดย “ปุ๋ง-สุดาวรรณ” เป็นรัฐมนตรีติดต่อกันถึง 3 กระทรวง คือ รมว.อว. รมว.วัฒนาธรรม รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา

หลังเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 คาดการณ์กันว่า “สุดาวรรณ” จะได้รับตำแหน่ง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) หากแต่เส้นทางก็สะดุดลงเมื่อ ดีเอสไอ ได้ออกหมายเรียก “กำนันป้อ-มาดามหน่อย-สุดาวรรณ” 3 คนพ่อแม่ลูก พร้อมด้วยบริษัทแป้งมันเอี่ยมเฮงฯ โดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ไปรับทราบข้อกล่าวหาบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐซึ่งเป็นที่ป่าและที่สาธารณประโยชน์ (ที่หาดสวนยา อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี)

โดย “กำนันป้อ” พร้อมด้วย “วีรียา หวังศุภกิจโกศล” บุตรสาวคนเล็กในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจลงนามบริษัทแป้งมันเอี่ยมเฮงฯ เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในวันที่ 20 มีนาคม ส่วน “มาดามหน่อย” ขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 30 เมษายน ขณะที่ “สุดาวรรณ” ขอเลื่อนไปจนจบสมัยประชุมรัฐสภา

คดีนี้มีการเริ่มสอบสวนมาตั้งแต่ปี 2562 ทำให้ “กำนันป้อ” มองว่าเขาและครอบครัวกำลังโดนเล่นงานด้วยสาเหตุทางการเมือง 

แม้คดียังไม่สิ้นสุด แต่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” เคยบอกไว้ว่า จะหยิบเรื่องคุณสมบัติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (5) ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง มาพิจารณาอย่างเคร่งครัด ทำให้เส้นทางของ “สุดาวรรณ” ต้องสะดุดลง

อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวล่าสุดว่า พรรคเพื่อไทยจะเสนอ “นิกร สมกลาง” สส.เขต 8 นครราชสีมา สามีของ “สุดาวรรณ” ไปดำรงตำแหน่งแทนตามโควต้า ดังนั้นนี่จึงไม่ใช่จุดยุติทางการเมืองของ “บ้านใหญ่หวังศุภกิจโกศล” และอาณาจักร “เอี่ยมเฮง” แต่อย่างใด.

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

Leave a comment