
นครินทร์ เปิดใจบทบาทหน้าที่ศาล รธน. ยัน 9 ตุลาการทำงานอิสระ-ไร้กดดันล็อบบี้
วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.50 น.
“นครินทร์”เปิดใจ บทบาทหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ ยัน 9 ตุลาการทำงานอิสระ-ไร้กดดันล็อบบี้ แจงเหตุบินดูงาน ตปท.ไม่ใช่ไปเที่ยวพักผ่อน แต่กระชับความสัมพันธ์ศาลโลก-เพิ่มความรู้บุคลากร
30 มีนาคม 2569 ที่ จ.กระบี่ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวบรรยายถึงบทบาทการทำหน้าที่ และการดำเนินงานของศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรตุลาการ ซึ่งการจะพูดคุยอะไรต้องอยู่ในกรอบ และองค์กรตุลาการทั้งหมด 9 คน ทุกคนมีอิสระ การตัดสินใจอะไรต่างๆ ก็เป็นดุลพินิจของบุคคล เราไม่สามารถก้าวล่วงได้เลย หรือทั้งในเชิงกดดันหรือล็อบบี้ซึ่งไม่สามารถทำได้ ฉะนั้นเราอยากพูดคุยกันในกฎกติกา
ส่วนข่าวที่มีการพูดถึงการอบรมของศาลรัฐธรรมนูญ และยกเลิกไปนั้น ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า เราก่อตั้งมา 28 ปี หากเปรียบเป็นบุคคลถือว่ามีวุฒิภาวะพอและเหมือนคนหนุ่มสาว แสดงให้เห็นว่าตัวองค์กรของศาลและสังคมไทยได้เรียนรู้แล้วว่าศาลรัฐธรรมนูญทำอะไร ตลอดระยะเวลา 28 ปี เราผ่านรัฐธรรมนูญมา 3 ฉบับ คือ ปี 40 , ปี 50 และปี 60 ซึ่งอำนาจหน้าที่มีการเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร อาทิ ตุลาการจาก 15 คน เหลือ 9 คน จากนั้นก็เปลี่ยนแปลงในเรื่องรายละเอียดอีก ซึ่งมีทั้งข้อดีและไม่ดี จึงเห็นว่าเรามีตุลาการมาจากอดีตวิศวะที่เป็นอธิบดีกรมทางหลวง หรือมาจากนิติศาสตร์ เพราะเกี่ยวกับเรื่องลักษณะของคดีด้วย
ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งมา 28 ปี ในวันที่ 7 – 8 เม.ย.นี้ จะมีงานวันเกิดศาลรัฐธรรมนูญ เดิมเราจะจัดให้ใหญ่โต แต่มีการเตือนกันว่าอย่าเพื่งทำอะไรให้ใหญ่โต ให้รอช่วง 30 ปี ฉะนั้น ในปีนี้เราจะมีการจัดงาน โดยจะเชิญประธานศาลรัฐธรรมนูญแห่งเอเชีย และคณะกรรมการเวนิส เพื่อให้เป็นเครื่องประจักษ์พยานว่าคณะศาลรัฐธรรมนูญของไทย ได้รับการยอมรับจากบอร์ดศาลรัฐธรรมนูญโลก และจากสมาชิกศาลรัฐธรรมนูญโลก 125 ประเทศ โดยในงานดังกล่าวจะเชิญผู้นำองค์กรศาลรัฐธรรมนูญโลกมาบรรยายพิเศษ ซึ่งการที่ตัวแทนศาลระดับนี้เดินทางมา แสดงเห็นให้ว่าประเทศไทยไม่ได้ทำงานแบบไร้ทิศทางหรือไม่เป็นที่ยอมรับของสมาคมโลก ซึ่งสมาคมศาลโลกให้การยอมรับประเทศไทยอย่างดียิ่งและยอมรับในทุกมิติ
นายนครินทร์ กล่าวอีกว่า สมาชิกศาลรัฐธรรมนูญโลก มี 125 ประเทศ แต่ระบบศาลจะแบ่งออกประมาณ 3 – 4 ลักษณะ คือ รูปแบบที่หนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นแผนหนึ่งอยู่ภายใต้ศาลฎีกา อาทิ ประเทศฟิลิปปินส์ รูปแบบที่สอง ศาลรัฐธรรมนูญแยกออกมาในรูปแบบศาล รูปแบบที่สาม ที่เป็นรูปแบบหลักของประเทศฝรั่ง คือรูปแบบสภารัฐธรรมนูญฝรั่งเศส (Consiel) และรูปแบบที่สี่ เรียกว่าทายูโน่ ซึ่งทั้ง 4 รูปแบบนี้ ประเทศไทยดำเนินการแบบรูปแบบที่สอง
ทั้งนี้ หากถามว่าคดีรัฐธรรมนูญคืออะไร ก็ต้องดูว่าตามกฎหมายของแต่ละประเทศที่เป็นข้อพิพาททางรัฐธรรมนูญ อะไรใช่หรือไม่ใช่จะรับหรือไม่รับเป็นดุลพินิจโดยอิสระของตุลาการแต่ละท่าน ซึ่งที่ผ่านประเทศไทยมีปัญหาเรื่องคดีมาตลอด
ส่วนที่หลายคนอยากให้ตนชี้แจงในเรื่องการดูงานต่างประเทศ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญตั้งมา 28 ปี มีเจ้าหน้าที่ 260 คน เล็กกว่า อบต. เทศบาล งบประมาณ 368 ล้านบาท องค์กรตุลาการศาลไม่ใช่ดูงานเป็นหลัก แต่การดูแลเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ฉะนั้น การใช้จ่ายเงินของศาลในการเคคดินทางไปต่างประเทศ ไม่ใช่ไปเที่ยวพักผ่อน แต่เป็นในเรื่องของความสัมพันธ์และเพิ่มความรู้บุคลากรของศาล แต่เราก็ไม่ได้ขัดมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงได้ยกเลิกการดูงานของศาลไปหมดแล้ว ฉะนั้น ขอให้เข้าใจ
“งานต่างประเทศ เป็นงานที่มีความสำคัญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญโลกมี 125 ประเทศ และไทยเป็นหนึ่งศาลรัฐธรรมนูญเอเชีย ฉะนั้น ขอให้เข้าใจว่าการดูงานต่างประเทศ เราทำด้วยความระมัดระวัง และทำในฐานะที่เป็นกลไกหนึ่งของการบริหารงานของศาล เพราะว่าการเพิ่มพูนผลงานและความเข้าใจของศาล ความสำคัญระหว่างประเทศเป็นเรื่องสำคัญ ศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถทำงานอย่างโดดเดี่ยวได้ในโลกที่มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างแน่นแน่นอย่างในทุกวันนี้” ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวและย้ำว่า ตุลาการก็มีบทบาทหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญได้มอบหมายไว้