เคาะแล้วมติ สส. จ่ายค่าข้าวเอง เริ่มหลังสงกรานต์ พร้อมเล็งตั้งผู้ช่วยยุคประหยัด

เคาะแล้วมติ สส. จ่ายค่าข้าวเอง  เริ่มหลังสงกรานต์ พร้อมเล็งตั้งผู้ช่วยยุคประหยัด

เคาะแล้วมติ สส. จ่ายค่าข้าวเอง เริ่มหลังสงกรานต์ พร้อมเล็งตั้งผู้ช่วยยุคประหยัด

วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.42 น.

30 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 15.05 น. ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมหารือร่วมกับหัวหน้าพรรคการเมือง และตัวแทนพรรคการเมือง กรณีสวัสดิการสส. และการดำเนินงานในสภาฯว่า วันนี้มีการหารือในประเด็นหลัก เรื่องแรกคือการจัดอาหารสส. ในวันประชุมสภาฯ ที่ประชุมมีความเห็นตรงกันว่าสมาชิกจะจ่ายกันเองโดยฝ่ายเลขาสภาฯจะจัดอาหารบริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกที่ห้องอาหารเดิม แต่ต้องจ่ายเงินกันเอง ซึ่งจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่หลังช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นต้นไป เรื่องที่ 2.การแต่งตั้งผู้ช่วยสส. และผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ที่ประชุมมีความเห็นว่าในยุคที่ทั่วโลกมีวิกฤตการณ์น้ำมันแพง เราจะหาวิธีการประหยัดงบประมาณได้อย่างไร ซึ่งเรื่องนี้เกิดจากระเบียบสภา ออกโดยกรรมการรัฐสภา(กร.) ที่ประชุมจึงมีมติให้นำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของ กร. ซึ่งในวันที่ 23 เม.ย.นี้ จะมีการเลือก กร. ครบทั้งฝ่ายวุฒิสภาและฝ่ายสภาฯ จากนั้นในวันที่ 28 เม.ย. ตนจะนัดประชุม กร. เพื่อสรุปในเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง และประเด็นที่ 3.กองทุนผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา หรือเบี้ยเลี้ยงชีพ สืบเนื่องจากเรื่องนี้เป็นพ.ร.บ และออกเป็นระเบียบโดยคณะกรรมาธิการ(กมธ.)กิจการสภาผู้แทนราษฎรในอดีตที่ผ่านมา ดังนั้นเมื่อมีกมธ.กิจการสภาฯ ก็จะมอบให้ กมธ. ไปพิจารณาว่าเบี้ยเลี้ยงชีพจะมากมากน้อยเพียงใด

นายโสภณ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับความสง่างามของสภาฯ ระเบียบกฎหมายที่ล้าสมัยไม่สามารถนำมาปฏิบัติได้ เราให้การบ้านแต่ละพรรคการเมือง ไปดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายตามนโยบายประหยัดพลังงาน ที่ตนในฐานะประธานสภาฯอาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ให้งดเว้นการสวมสูทผูกเนคไท โดยสามารถสวมเสื้อเชิ๊ตมีปก ที่ไม่ต้องเป็นคอพระราชทาน แต่ต้องเป็นผ้าไทย ขณะเดียวกันการทำงานในสภาฯเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน เช่น การหารือของสมาชิกก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม จะเสนอให้เพิ่มการหารือเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วประธานฯจะนำมาแจ้งต่อที่ประชุมว่ามีเรื่องหารือใดบ้าง ส่วนการเสนอญัตติที่เป็นเรื่องค้างเก่ามาตั้งแต่อดีต หรือญัตติซ้ำซาก ที่ประชุมไม่ขัดข้องหากจะมีการหยิบยกขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง แต่จะมีการประหยัดเวลาขึ้นด้วยการต่อยอดจากรายงานของกมธ.ชุดเก่าๆ ไม่ใช่ศึกษาเป็นปีแล้วไม่ได้รายงาน นอกจากนี้จะมีการลดขั้นตอนการอภิปรายในวาระรับทราบรายงานอีกด้วย

โสภณ ซารัมย์

“ในสภาฯชุดนี้เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงการทำงาน ผมได้หารือกับผู้แทนทุกท่านว่า เวลาที่จะทำงาน ผมจะขอไปหารือกับรองประธานสภาฯทั้ง2ท่านว่าจะเปิดการประชุมก่อนเวลา09.00น.ได้หรือไม่ ปรับเป็นเวลา08.45น.ได้หรือไม่ เพื่อใช้เวลาให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ในการทำงานต่อไปเราจะใช้วทีในการปรึกษาหารือนอกรูปแบบ เช่น วิปนอกรูปแบบ เมื่อได้ข้อตกลง ก็ขอให้แต่ละฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เคารพข้อตกลงที่ได้หารือ เพื่อที่สภาฯจะไม่ได้เป็นที่เบื่อหน่ายของประชาชน” ประธานสภาฯ กล่าว

เมื่อถามกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าสส.ลงไปซื้ออาหารรับประทานบริเวณศูนย์อาหารรัฐสภา ชั้นB2 ทำให้สิ้นเปลืองงบฯในการจัดทำอาหารไว้แล้ว นายโสภณ กล่าวว่า เกิดจากความเข้าใจผิด ผู้ที่วิจารณ์ไม่รู้ข้อมูล ภายหลังเรามีสภาฯชุดนี้ ตนให้ทำอาหารตามความเป็นจริง ประมาณ 200-300 ที่ ไม่ใช่ตัวเลข 500 ที่ ตามจำนวนสมาชิกมาคูณกับงบประมาณ บางทีเรื่องดีๆ ประชาชนอาจไม่เข้าใจ เพราะไม่รู้ ซึ่งเรายังขาดการสื่อสาร ฉะนั้นฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสภาฯ ต้องชี้แจงให้ประชาชนได้รู้ ไม่ใช่จัดเต็มงบประมาณ ซึ่งการดำเนินการจะทำให้ลดงบประมาณได้วันละ 200,000 บาท ขณะเดียวกันเรื่องเงินกองทุนยังมีการหักจากสมาชิก และอีกส่วนหนึ่งที่สมทบจากรัฐบาล ซึ่งตนให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสภาฯ 

โสภณ ซารัมย์

นายโสภณ ยังกล่าวถึงการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภาว่า เมื่อมีการโปรดเกล้าฯ และเข้าเฝ้าถวายสัตย์เรียบร้อยแล้ว และมีการแจ้งกำหนดการแถลงนโยบายรัฐบาล มายังรัฐสภา สภาฯจะแจ้งให้สมาชิกรับทราบภายใน 3 วัน แต่ขณะนี้นายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้มีการประสานงานมา เนื่องจากยังไม่ทราบว่าจะมีการโปรดเกล้าฯรายชื่อคณะรัฐมนตรีเมื่อใด ยอมรับว่าเราอยากเห็นการแถลงนโยบายฯก่อนสงกรานต์ เนื่องจากมีวิกฤตประเทศ ก่อนช่วงสงกรานต์จึงควรมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการมาบริหารจัดการทั้ง วิกฤตเศรษฐกิจ และวิกฤตจากสงคราม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสวัสดิการอาหารเลี้ยง สส. ช่วงวันประชุมสภา พบว่าปัจจุบันยังไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างหาผู้รับเหมารายใหม่ หลังจากที่ผู้ค้ารายเดิมได้หมดสัญญาลงด้วยเหตุยุบสภา เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.68 ดังนั้นการหารือกับตัวแทนพรรคการเมืองจึงต้องการสอบถามความคิดเห็นว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ขณะที่งบประมาณเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันของ สส.ในวันประชุมยังมีงบประมาณเหลืออยู่ ตามกฎหมายงบประมาณประจำปี 2569 อย่างไรก็ดีมีข้อหารือว่าหากไม่ใช้งบประมาณตามที่จัดสรร สามารถนำไปใช้ในกิจการอื่นของสภาฯ ตามภารกิจที่เกี่ยวข้องได้ 

โสภณ ซารัมย์

Leave a comment