เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ กับภารกิจกู้วิกฤตพลังงาน… จะ สุดซอย หรือ ลอยตามน้ำ

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ กับภารกิจกู้วิกฤตพลังงาน... จะ สุดซอย หรือ ลอยตามน้ำ

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ กับภารกิจกู้วิกฤตพลังงาน… จะ สุดซอย หรือ ลอยตามน้ำ

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.08 น.

ท่ามกลางกระแสลมทางการเมืองที่พัดผ่านทำเนียบรัฐบาล จนนำมาสู่การโปรดเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้การนำของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รายชื่อหนึ่งที่ถูกสปอตไลท์จับจ้องมากที่สุดคงหนีไม่พ้น “ขิง-เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” ที่ข้ามห้วยจากกระทรวงอุตสาหกรรม มานั่งคุมบังเหียน “กระทรวงพลังงาน” กระทรวงเกรดเอที่เป็นเสมือนเผือกร้อนในมือรัฐบาลขณะนี้

ดีเอ็นเอการเมืองและโปรไฟล์ “หนุ่มอ็อกซ์ฟอร์ด”

เส้นทางของเอกนัฏไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แม้จะมีดีกรีการศึกษาขั้นเทพพ่วงท้ายด้วยปริญญาตรี-โท ด้าน Engineering, Economics and Management (EEM) จาก University of Oxford   ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ลงตัวอย่างยิ่งสำหรับงานพลังงานที่ต้องใช้ทั้งความเข้าใจด้านวิศวกรรมและการคำนวณโครงสร้างราคาระดับเศรษฐศาสตร์ แต่เขาก็ต้องพิสูจน์ตัวเองในฐานะนักการเมืองรุ่นใหม่ที่เติบโตมาใต้ร่มเงาของตระกูลการเมืองใหญ่ ทั้งฐานรากจาก “เตชะไพบูลย์” และความใกล้ชิดกับลุงกำนัน  “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ประสบการณ์ทั้งในฐานะ สส. ที่อายุน้อยที่สุด และบทบาทนอกสภาในฐานะ โฆษก กปปส. ในช่วงวิกฤตความขัดแย้ง หล่อหลอมให้เขามีบุคลิก “กล้าชน” และสื่อสารได้อย่างมีพลัง

บทเรียน “มือปราบทุนเทา” สู่โจทย์ใหญ่ “โครงสร้างพลังงาน”

ภาพจำที่เอกนัฏสร้างไว้ในฐานะ รมว.อุตสาหกรรม คือภาพของรัฐมนตรีสายลุยที่จัดตั้ง “ทีมสุดซอย” ออกไล่ล่าตรวจจับโรงงานอุตสาหกรรมทุนเทาที่สร้างมลพิษและทำผิดกฎหมายอย่างไม่เกรงกลัวอิทธิพล จนมีข่าวลือถึงการถูก “ตั้งค่าหัว” หลักร้อยล้านบาท ความสำเร็จนี้กลายเป็นความหวังที่ประชาชนมีต่อเขาเมื่อย้ายมาคุมพลังงาน

โจทย์ใหญ่ที่รออยู่ไม่ใช่แค่เรื่องมลพิษ แต่คือ “วิกฤตปากท้อง” จากราคาพลังงานโลกที่ผันผวนรุนแรง ความตึงเครียดในตะวันออกกลางปี 2569 ทำให้ราคาน้ำมันและค่าก๊าซกลายเป็นระเบิดเวลา คำถามคือเขาจะใช้ความ “สุดซอย” แบบที่เคยทำกับโรงงานทุนเทา มาใช้กับการรื้อโครงสร้างราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้าที่ผูกขาดโดยกลุ่มทุนใหญ่ได้มากน้อยเพียงใด

เงาอดีตและรอยร้าวที่ต้องก้าวข้าม

อีกประเด็นที่มองข้ามไม่ได้ คือการก้าวเข้ามาแทนที่ในตำแหน่งสำคัญที่เดิมเป็นของ “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” อดีต รมว.แรงงาน (และอดีตเจ้ากระทรวงพลังงานยุคก่อนหน้า) ความไม่ลงรอยระหว่างเอกนัฏกับพีระพันธุ์ในเชิงการบริหารงานภายในพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นเรื่องที่คอการเมืองต่างรู้กันดี การเปลี่ยนตัวผู้เล่นในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การปรับทัพตามความเหมาะสม แต่เป็นการวัดรอยเท้าและพิสูจน์ว่าแนวทางของคนรุ่นใหม่อย่างเอกนัฏ จะทำสิ่งที่คนรุ่นเก่าทำไม่สำเร็จได้จริงหรือไม่

บทสรุป: เดิมพันศรัทธารัฐบาลอนุทิน

สุดท้ายแล้ว กระทรวงพลังงานในยุค “เอกนัฏ 1” จะกลายเป็นจุดชี้ขาดสำคัญของรัฐบาลอนุทิน การเริ่มต้นที่ดูทุลักทุเลท่ามกลางวิกฤตราคาน้ำมันโลก ทำให้รัฐบาลต้องออกแรงอย่างมาก ให้การกอบกู้สถานการณ์  ฝีมือการทำงานของเอกนัฏต่อจากนี้จะเป็นตัวตัดสินว่า เขาจะสามารถกู้ศรัทธาประชาชนกลับคืนมาด้วยการลงมือบริหารจัดการจัดการสถานการณ์พลังงานให้พ้นวิกฤต  รวมถึงการจัดการโครงสร้างพลังงานที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย   และใช้กลไกอำนาจที่มีอยู่ในมือเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้รุดไปข้างหน้า ได้แค่ไหน

เส้นทางสายพลังงานสายนี้… จะไปได้สุดซอยอย่างที่ได้เคยสร้างชื่อไว้ที่กระทรวงอุตสาหกรรม หรือจะเอาชื่อมาทิ้งไว้ แล้วทำตัว ลอยตามน้ำ เฉกเช่นนักการเมืองธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่มาแล้วก็ไป  ยังไม่อาจสรุปได้ แต่ผลงานนับจากนี้ไปจะเป็นเครื่องพิสูจน์

#ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

Leave a comment