ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
25 ตุลาคม 2558 เวลา 11:11 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/395834

โดย…พระอาจารย์อาระยะวังโส
วิสัชนา เจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนา… เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๓ ต.ค. ๒๕๕๘ ซึ่งเป็น วันปิยมหาราช อาตมาได้นำคณะสงฆ์และศรัทธาสาธุชน เจริญพระพุทธมนต์ อบรมจิตตภาวนา ณ วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพฯ โดยมี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จมาเป็นประธานในพิธี เป็นการส่วนพระองค์ เพื่อรับกรรมฐาน ปฏิบัติธรรม และร่วมสวดพระพุทธมนต์ พร้อมทั้งกระทำสัตยาธิษฐาน เพื่อขออำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัย ปกปักรักษาแผ่นดินไทย และน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศล…
ได้อธิบายความหมายแห่งธรรมของคำว่า “กัมมัฏฐาน” ว่า หมายถึง ที่ตั้งแห่งการทำงานของจิต… เป็นกระบวนการพัฒนาจิตให้สงบระงับ ไม่ให้ซัดส่ายไปรับอารมณ์อื่นๆ โดยอ้างอิงเครื่องมือ ๓ ประการ ที่ปรากฏอยู่ใน สติปัฏฐานสี่ ได้แก่ อาตาปี… สัมปชาโน… และสติมา (มีสติ)
ธรรมทั้ง ๓ ประการตามกล่าว เมื่อเกิดปรากฏในการอบรมจิต ย่อมสามารถนำอภิชฌาและโทมนัสในใจ (โลก) ออกเสียได้ จึงสรุปได้ว่า กัมมัฏฐานนั้นเป็นกระบวนการพัฒนาจิต ให้สามารถละวาง อภิชฌา … โทมนัส ออกจากใจเสียได้ โดยกระบวนการกัมมัฏฐานจักต้องมี คำบริกรรม (อารมณ์กรรมฐาน) สติ และจิต เป็นหลักสำคัญ โดยเปรียบจิตเหมือนลูกโค สติเหมือนกับเชือก และคำบริกรรม (อารมณ์กรรมฐาน) เหมือนกับหลัก ทำอย่างไรให้เชือกผูกล่ามลูกโคไว้กับเสาหลักให้มั่นคง จนลูกโคยอมรับสภาพแห่งการผูกล่ามไว้ ไม่ดิ้นรนซัดส่ายอีกต่อไป อุปมาก็เหมือนจิตที่ถูกกำกับควบคุมด้วยสติ ให้เสวยอารมณ์กรรมฐานอันเกิดจากการภาวนา…ก็จะได้จิตสงบ …เมื่อแปลงค่าจิตสงบเป็นจิตรู้ จิตหลงก็สูญหายไป จิตรู้ก็จักอยู่กับธรรม คือ เข้าถึงความจริงอย่างเป็นธรรมดาว่า โลกเป็นเช่นนี้เอง!!
สำคัญยิ่งแห่งการอบรมจิตตภาวนา คือ การรู้ทันความคิด ละวางทันอารมณ์ที่เกิดขึ้น และไม่ติดในธรรมใดๆ การพิจารณาให้รู้จริง เห็นจริง ในความจริงอย่างธรรมดาที่มีอยู่ในธรรมชาติ จึงเป็นการพัฒนาให้เกิดจิตธรรม … ละจิตโลกดับสิ้น อกุศลวิตกใดๆ ก็จะไม่บังเกิดมารบกวนอีกต่อไป ด้วยกุศลวิตกที่เข้ามาแทนที่อย่างคุ้นเคยเป็นหนึ่งเดียวกับจิต

คำว่า ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน ผลของงานอยู่ที่การกระทำ และการกระทำอยู่ที่กรรมของคน ดังนั้นผู้เกิดมาเป็นคนจึงต้องรับผลของกรรม อันเป็นการกระทำของตัวเราเอง กรรมจึงเป็น อตฺตรชํ (เกิดแต่คน) อตฺตสมฺภวํ (พร้อมเป็นที่ตน) … กมฺมุนาวตฺตตีโลโก (สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม) จึงเป็นเรื่องที่ควรทำความเข้าใจให้มากในสัตว์สังคมปัจจุบัน เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจในกฎแห่งกรรม จะได้เข้าถึงคำว่า ความยุติธรรม อย่างแท้จริง…
เมื่อเข้าใจความจริงในความหมายของความยุติธรรม ก็จะเข้าใจความจริงของโลกและสัตว์โลก ว่า ต้องเป็นไปตามกรรม การมีเมตตากรุณาต่อกันก็จะเกิดขึ้นโดยธรรม ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อย่างพอเหมาะก็จักเกิดขึ้น การมองดูกันด้วยสายตาที่มีเมตตากรุณาก็จักปรากฏในสังคม จึงไม่เพียงแต่ ไม่ข้ามคนล้ม กลับยังต้องช่วยเหลือพยุงขึ้นมาเพื่อนำพาไปในที่ปลอดภัย หรือแม้ไม้ล้มก็จะไม่ข้ามไปอย่างไร้การเหลียวแล กลับยังต้องเก็บกวาดนำออกไป ไม่ให้กีดขวางทางสัญจรให้คนอื่นเดือดร้อน… มันเป็นอย่างนี้จริงๆ หากจิตใจเข้าถึง ความยุติธรรม ด้วยการปลงใจยอมรับว่า กฎเกณฑ์กรรม เป็นความจริงแท้ที่มีอยู่ในธรรมชาติ ที่เราควรให้ความเคารพ…
เจริญพร