ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
06 ธันวาคม 2558 เวลา 11:51 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/403530

โดย…พระอาจารย์อารยะวังโส
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธามั่นคงในพระธรรมวินัยที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงไว้ดีแล้ว… มีคำถามว่า โมฆบุรษ มีความหมายว่าอย่างไร? คำตอบสั้นๆ แยกออกจากกันเป็นโมฆะ แปลว่า ว่าง, ไม่มี คำหนึ่ง กับ บุรุษ คือ บุคคล คำหนึ่ง แปลรวมคือ บุคคลไร้สาระไร้ประโยชน์… บุคคลว่างเปล่า… ไม่มีคุณค่าของความเป็นบุคคลอันควรเลย…
ครั้งหนึ่ง พระมหากัสสปเถระ กราบทูลถามพระพุทธเจ้าว่า… อะไรหนอแลเป็นเหตุ เป็น
ปัจจัยให้เมื่อก่อนสิกขาบทมีน้อย และภิกษุตั้งอยู่ในพระอรหัตผลมีมาก และอะไรเป็น
เหตุ เป็นปัจจัย ให้บัดนี้สิกขาบทมีมาก และภิกษุตั้งอยู่ในพระอรหัตผลมีน้อย
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสวิสัชนาว่า… เมื่อหมู่สัตว์เลวลง พระสัทธรรมกำลังเลือนหายไป
สิกขาบทจึงมีมากขึ้น พระภิกษุที่ตั้งอยู่ในอรหัตผลจึงมีน้อยเข้า สัทธรรมปฏิรูปยังไม่เกิด
ขึ้นในโลกตราบใด ตราบนั้นพระสัทธรรม (แท้) ก็ยังไม่เลือนหายไป… แต่เมื่อใด เมื่อพระสัทธรรมปฏิรูปเกิดขึ้นเมื่อใด เมื่อนั้นพระสัทธรรม (แท้) จึงเลือนหายไปดูก่อน กัสสปะ ธาตุดิน, น้ำ, ลม, ไฟ ก็ยังพระสัทธรรมให้เลือนหายไปไม่ได้ ที่แท้โมฆบุรุษ ในโลกต่างหาก เกิดขึ้นมาทำให้พระสัทธรรมเลือนหายไป เปรียบเรือจะอับปางก็เพราะต้นหนเท่านั้น…

ดูก่อน กัสสปะ เหตุฝ่ายต่ำ ๕ ประการเหล่านี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความพร้อม เพื่อความฟั่นเฟือน เพื่อความเลือนหายแห่งพระสัทธรรม เหตุฝ่ายต่ำ ๕ ประการ คือ
ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ในพระธรรมวินัยนี้ ไม่เคารพยำเกรงในพระศาสดา ในพระธรรม ในพระสงฆ์ ในสิกขาบท ในสมาธิ…
อาตมาหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเขียน ด้วยเหตุได้อ่านบทความที่เผยแพร่ของท่านพุทธะอิสระว่า… “ในกรณี เหตุการณ์ปี ๒๕๔๒ ที่อ้างว่า สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ทรงโจทย์ภิกษุธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดธรรมกายต้องอาบัติปาราชิก ข้อหาอวดอุตริมนุษยธรรมและยักยอกทรัพย์…” ฯลฯ
จริงๆ แล้ว เรื่องดังกล่าวมีการดำเนินการกันมายาวนาน จนดูเหมือนว่าจบไปแล้ว แต่
ได้ปรากฏเป็นข่าวขึ้นมาอีกครั้งในปัจจุบัน โดยอธิบดีดีเอสไอ และคณะกรรมการคดีพิเศษได้รับเรื่องดังกล่าวมาพิจารณาใหม่ เพื่อตรวจสอบพยานหลักฐานตามที่มีผู้ร้อง
กล่าวหา และได้ตัดสินว่า เรื่องดังกล่าวมีมูล… ควรรับไว้เป็นคดีพิเศษ เพื่อดำเนินการต่อไปตามบรรทัดฐานของกฎหมาย… โดยดีเอสไอพิเคราะห์แล้วว่า สามารถส่งเรื่องให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องดำเนินคดีได้… จึงนำมาสู่คำถามของศาสนิกชนโดยทั่วไปว่า… เกิดอะไรขึ้น และจะเป็นอย่างไรต่อไป จบหรือไม่จบ !
หากไม่ได้อ่านเรื่องดังกล่าวที่ท่านพุทธะอิสระเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ก็คงไม่ทราบจริงๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในแวดวงพระพุทธศาสนาบ้านเรา …เพราะไม่เห็นองค์กรใดๆ ออกมาปกป้องศาสนาดังที่เคยกระทำ… หรือมันมีอำนาจใดๆ ไปปิดหูปิดตา ดึงแขนดึงขา ให้มองไม่เห็น ก้าวไม่ออก ที่จะช่วยกันเรียกร้องให้กรณีดังกล่าวมันจบเสียที ไม่ควรปล่อยให้รกหูรกใจชาววัด-ชาวบ้าน จนพานเบื่อหน่ายศาสนากันไปโดยไม่มีเหตุมีผล…
ดังนั้นจึงควรอย่างยิ่งที่จะได้สรุปจบกันไปสักที ในเมื่อเรื่องดังกล่าวดำเนินมาถึงอย่างนี้แล้วก็ควรที่จะชำระสะสางกันให้สะอาด ปราศจากมลทินในทุกฝ่าย น่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด… และจะเป็นโอกาสดีกับมหาเถรสมาคมหรือองค์กรพุทธศาสนาทั้งหลาย ที่จะได้ไม่ตกอยู่ภายใต้ความหมิ่นเหม่ต่อกระแสความรู้สึกศรัทธาของศาสนิกชน…
วันนี้แห่งสังคมไทย จึงควรช่วยกันรักษาพระแท้ คนแท้ และคำสั่งสอนที่แท้จริง ที่เรียกว่า พระสัทธรรม เอาไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อป้องกันความเสื่อมอันเกิดจากของปลอมๆ พระสัทธรรมปฏิรูป (ปลอมๆ) ที่เป็นอันตรายต่อทั้งศาสนจักรและอาณาจักร…
เจริญพร