สันติภาพที่ก้าวข้ามสติ …ด้วยอคติธรรม!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 พฤศจิกายน 2558 เวลา 10:44 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/401019

สันติภาพที่ก้าวข้ามสติ ...ด้วยอคติธรรม!

โดย…พระอาจารย์อารยะวังโส

เจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา …คำกล่าวที่ว่า ความเจริญทางด้านเทคโนโลยีของมนุษยชาติมีอิทธิพลต่อจิตวิญญาณของสัตว์โลก ที่ทำให้เกิดความผันผวนในทัศนคติ วิปริตในการกระทำ วิปลาสในความคิด นั่นคงไม่ไกลเกินจริง…

การยึดถือเหตุผลแบบชาวโลกในแนววิทยาศาสตร์ ตามหลักเหตุผลนิยม นั่นบางครั้งทำให้สัตว์โลกก้าวล่วงธรรมไปอย่างน่าสงสาร ด้วยการยึดมั่นยึดถือในตรรกะที่เข้าใจว่า สามารถอธิบายตอบโจทย์โลกได้ทุกเรื่อง จนตกลงไปสู่บ่อตัณหาและทิฐิ ที่สร้างอัตตสัญญาขึ้นมาบดบังความจริงแห่งธรรม… จนเกิดอคติธรรมให้ก้าวห่างออกไปจากวิถีธรรม ด้วยมองดูว่า เป็นเรื่องเหลวไหล ไร้สาระ ไม่มีประโยชน์ที่จับต้องมองเห็นได้ในหลักธรรม…

การมองข้ามสิ่งที่มนุษย์หรือสัตว์โลกทั้งหลายยังไม่เข้าใจหรือเข้าไม่ถึง อันเป็นสัจธรรมที่ปรากฏมีอยู่ในโลกนี้ ที่เรียกว่า ธรรมะ จึงนำมาสู่ความหายนะทางจิตวิญญาณในสัตว์ทั้งหลาย ที่มีตัณหาเป็นเจ้านายชีวิต ให้ดำเนินไปด้วยการหวาดกลัว มากไปด้วยความวิตกกังวล มุ่งแสวงหาอย่างไร้อารยธรรมจนขาดวินัย… ไม่มีศีลกำกับดูแลในการกระทำนั้นๆ

แม้ว่าโลกจะจัดวางเบญจศีล-เบญจธรรมไว้ เพื่อการสร้างระบบวินัยให้กับสัตว์โลกในการดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสัมพันธ์กันที่ดี … แต่หลักธรรมในขั้นวินัย (ศีล) นี้ ได้ถูกทำลายด้วยระบบเหตุผลที่อยู่ภายใต้อำนาจตัณหาทิฐิของชาวโลก ผู้คลั่งไคล้ในวัตถุนิยมอย่างรุนแรง

ปรากฏการณ์ที่กำลังก่อเกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน… ด้วยการขับเคลื่อนของสังคมอำนาจนิยม ได้นำสัตว์โลกเข้าสู่เขตแดนการทำลายล้างกันด้วยนานายุทธวิธี ซึ่งเป็นคำตอบโจทย์ที่สะท้อนให้เห็นความล้มเหลวของการแสวงหาสันติภาพ …ทั้งนี้เพราะการตอบสนองความต้องการที่ไร้คุณธรรม ก้าวข้ามธรรม … ล้ำเส้นออกไปจากศีลธรรมหรือวินัยของชาวโลก…

 

ด้วยความต้องการที่มีกำลังแรงมากในจิตวิญญาณของสัตว์โลก เป็นเหตุปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนไปอย่างผิดวิถีธรรม… จนยากต่อการควบคุม ยับยั้ง กระทำให้เหมาะควรโดยธรรม ด้วยความดิ้นรนของสัตว์โลกที่เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว ก่อเกิดความหวาดกลัว มากไปด้วยความวิตก ที่ฟุ้งซ่านไปตามกระแสแห่งเหตุผลนิยม ภายใต้อิทธิพลของวัตถุนิยม… จึงเป็นสาเหตุให้สัตว์มนุษย์ใช้สัญชาตญาณเป็นเครื่องนำชีวิต โดยละทิ้งปัญญาญาณ (สติปัญญา) อันเป็นคุณสมบัติที่ประเสริฐของความเป็นสัตว์มนุษย์ไปอย่างน่าห่วงใย

ความเห็นแก่ตัว อันเป็นต้นทุนในจิตสันดานของสัตว์โลก อันเกิดจากตัณหาทิฐิที่เกินขอบเขตแห่งธรรม จึงทำให้มนุษยชาติใช้ทุกสิ่งทุกอย่าง แม้ศาสนาที่ว่าด้วยหลักธรรม… เป็นเครื่องมือเพื่อการตอบสนองกำลังแรงด้วยอำนาจของตัณหาทิฏฐิ

การประกาศสงครามต่อกัน … การก่อการร้าย การทำลายทุกรูปแบบจึงก่อตัวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อเป้าหมายแห่งการทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามด้วยหลักเหตุผลนิยมของชาวโลกที่ไร้คุณธรรม

ปฏิบัติการตาต่อตา ฟันต่อฟัน … มึงฆ่ากู กูต้องทำลายมึงด้วย แสนยานุภาพแห่งความเลวร้ายที่เหนือกว่าจะบรรยายจึงเกิดขึ้น แม้ว่าผู้ถูกทำลายเหล่านั้นจะเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ไร้ความสามารถในการป้องกันตนเอง…

ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพที่ก้าวข้ามธรรมะจึงปรากฏเกิดขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่จะนำสังคมโลกไปสู่ความหายนะ ที่แสดงให้เห็นในเชิงประจักษ์ของความล้มเหลวแห่งการใช้สติ เพื่อนำสู่สันติภาพ ทั้งนี้ด้วยการยึดมั่นในอคติธรรม สมดังสัจธรรมที่ว่า “… ไม่มีสันติภาพในจิตใจที่ไร้สติปัญญา … ขาดความสุข …การมีอารมณ์อกุศลที่มากไปด้วยความโกรธ อิจฉาริษยา ความหวาดระแวง ความหวาดกลัว และความต้องการที่เกินควบคุม ยากที่จะพบกับสันติและความสุขได้เลย…” นั่นคงเป็นจริงในทุกสมัย

เจริญพร

 

Leave a comment