ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20160113/220492.html
ตร.สั่งปอท.สอบแฮ็กเว็บศาล-รัฐบาลเกือบ300แห่ง สำนักงานศาลยุติธรรมพร้อมดำเนินคดีตามความผิดพ.ร.บ.คอมพ์ ‘ไพบูลย์’ยืนยันกระทรวงยุติธรรมไม่ถูกแฮ็ก
กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อกลุ่มแฮ็กเกอร์ในเครือข่ายกลุ่ม อะนอนีมัสได้ล่มเว็บไซต์หน่วยงานรัฐบาลไทยที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมหลายแห่ง จนไม่สามารถใช้การได้ ซึ่งภายหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวทางการไทยได้จัดการแก้ไข ซึ่งการโจมตีเว็บไซต์ทางการของไทยถือเป็นระลอกที่ 2 แล้ว
เมื่อวันที่ 13 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มแฮ็กเกอร์ในเครือข่ายกลุ่มอะนอนีมัส (Anonymous) ประกาศทางเฟซบุ๊กเมื่อคืนวันอังคารที่ 12 มกราคม ว่า ได้ล่มเว็บไซต์หน่วยงานรัฐบาลและเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมของไทยหลายแห่ง ทำให้เว็บไซต์ไม่สามารถใช้การได้ เพื่อประท้วงคำตัดสินประหารชีวิตแรงงานชาวพม่าในคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ 2 คนบนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา
ทั้งนี้พบว่าเว็บไซต์หน่วยงานศาลยุติธรรมและเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์ศาลยุติธรรมออนไลน์ ถูกกลุ่มแฮ็กเกอร์เข้าไปแก้ไขหน้าแรกของเว็บไซต์เป็นรูปที่แสดงออกถึงการไม่ยอมรับการตัดสินคดีของศาลในคดีเกาะเต่าจนเว็บไซต์ล่มใช้งานไม่ได้ และเมื่อผู้สื่อข่าวเข้าไปดูในหน้าเว็บไซต์ของหน่วยงานศาลยุติธรรมพบว่ายังไม่สามารถเข้าไปดูได้เช่นกัน
มีรายงานว่า บนหน้าเฟซบุ๊กของ We Are Anomymous ยังลงลิงค์ให้ดูรายชื่อ 297 เว็บไซต์ที่ดูเหมือนใช้การไม่ได้ โดยทั้งหมดเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับศาล ขณะกลุ่มอะนอนีมัสออกแถลงการณ์ประกาศว่า กลุ่มสนับสนุนการรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวคว่ำบาตรประเทศไทยจนกว่าทางการไทยจะปรับปรุงการดำเนินการสอบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในโพสต์บนเฟซบุ๊กมีภาพกราฟฟิกลงชื่อ “บลิงค์ แฮ็กเกอร์ กรุ๊ป” (Blink Hackers Group) แบบเดียวกับที่เคยไปปรากฏหน้าเว็บไซต์ของหน่วยงานตำรวจเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา
นอกจากนี้กลุ่มอะนอนีมัสยังโพสต์ภาพคณะทำงานคดีเกาะสมุยและคาดตัวอักษรสีแดงตัวใหญ่ว่า “มีความผิด” พร้อมบรรยายว่า ขอตัดสินให้พวกคุณมีความผิด และความถูกต้องกำลังจะถูกเปิดเผยเร็วๆ นี้”
กลุ่มอะนอนีมัสยังโพสต์ข้อความประกาศว่า “เราอยู่ข้างลอร่า” ซึ่งหมายถึงพี่สาวของฮันนาห์ วิทเธอร์ริจด์ ที่เพิ่งออกมาแฉความจริงบนเฟซบุ๊กของเธอ เกี่ยวกับคดีเกาะเต่า ว่า ตำรวจไทยกำลังปิดบังความจริงอยู่หลายอย่าง
อะนอนีมัส เป็นการรวมตัวแบบหลวมๆ ของแฮ็กเกอร์นักเคลื่อนไหว ที่เรียกกันว่า แฮ็กทิวิสต์ มักทำสงครามไซเบอร์ตอบโต้กลุ่มก่อการร้าย ภาคธุรกิจ และรัฐบาลกดขี่ โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา กลุ่มแฮ็กเกอร์ชื่อ “บลิงค์ แฮ็กเกอร์ กรุ๊ป” ได้เจาะระบบเว็บไซต์กองบัญชาการตำรวจนครบาล เว็บไซต์กองบังคับการอำนวยการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เว็บไซต์ศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ และเว็บไซต์กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร ซึ่งทั้งหมดอยู่ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยปรากฏภาพหน้ากากขาว กาย ฟอกส์ ปิดผ้าคาดตา และข้อความว่า “กฎหมายล้มเหลว เราต้องการความยุติธรรม!” บนโฮมเพจหน้าเว็บไซต์ของหลายหน่วยงานดังกล่าว ซึ่งคาดว่าการเจาะระบบดังกล่าวเป็นการประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมกรณีสองจำเลยชาวพม่าถูกตัดสินประหารชีวิตในคดีเกาะเต่า ซึ่งการล่มเว็บศาลยุติธรรมไทยถือเป็นครั้งที่สองในรอบไม่ถึง 10 วันในเดือนมกราคมนี้
นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่หน้าเว็บไซต์สำนักงานศาลยุติธรรม ถูกแฮกเกอร์บุกรุกจนไม่สามารถใช้งานได้ว่า จากการตรวจสอบการเชื่อมต่อโครงข่ายข้อมูลหน้าเว็บไซต์สำนักงานศาลยุติธรรมนั้นไม่สามารถใช้งานได้ตั้งแต่เวลา 22.00 น.ของวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยครั้งแรกที่ตรวจสอบพบว่า หน้าเว็บเพจหน้าแรกของสำนักงานศาลยุติธรรม กลายเป็นบนพื้นสีดำ และมีรูปสัญลักษณ์คล้ายหน้ากากสีขาว พร้อมข้อความภาษาอังกฤษ เขียนว่า “ BLINK HACKER GROUP” และ “ Failed Law We Want Justice ! # Boycott Thailand ” และจากการสืบค้นพบว่า “ BLINK HACKER GROUP ” เชื่อมโยงกลุ่มที่ใช้ชื่อ Anonymous Myanmar Hacker ซึ่งเหตุดังกล่าวจนถึงวันนี้ (13 ม.ค.) หน้าเว็บไวต์ของสำนักงานศาลยุติธรรม ยังไม่สามารถเข้าใช้งานได้ตามปกติ แต่ก็เป็นเพียงการที่บุคคลภายนอกไม่สามารถใช้งานได้เท่านั้น แต่ระบบปฏิบัติงานภายในระหว่างสำนักงานศาลยุติธรรมกับหน่วยงานภายในที่เกี่ยวข้องไม่ได้รับความเสียหายใดๆ โดยระหว่างนี้เรายังเฝ้าระวังตรวจสอบหาช่องโหว่ที่จะป้องกันการบุกรุกทางคอมพิวเตอร์ต่อไป และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ไขให้มีการเชื่อมต่อเพื่อสื่อสารภายในได้
โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวอีกว่า สำหรับการตรวจสอบเพื่อหาผู้กระทำผิดนั้น ในส่วนของระบบโครงการข่ายคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่เกิดเหตุสำนักงานศาลยุติธรรม ได้ประสานสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเลคทรอนิกส์ ซึ่งเป็นองค์กรมหาชน โดยศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ไทยเซิร์ต) ให้ตรวจสอบหาการบุกรุกและช่องโหว่ระบบเครือข่าย ขณะที่การตรวจสอบรายละเอียด IP ADDRESS พบว่ามีประมาณ 10 IP ADDRESS ของผู้ที่เข้ามาบุกรุกระบบโครงข่ายหน้าเว็บไวต์ซึ่งอยู่ในต่างประเทศ แต่ยังไม่ขอระบุรายละเอียดในส่วนนี้
โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า การกระทำดังกล่าว ที่ทำให้หน้าเว็บแรกของสำนักงานศาลยุติธรรมเสียหายครั้งนี้ ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ซึ่งมีโทษตาม มาตรา 10 ฐานรบกวน ขัดขวาง ระบบคอมพิวเตอร์ ที่บัญญัติว่า ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวน จนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 12 ผู้ใดกระทำโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการใก้บริการสาธารณะหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ ระวางโทษตั้งแต่ 3 – 15 ปี และปรับ 60,000 – 300,000 บาท โดยสำนักงานศาลยุติธรรม จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไปภายใต้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฯ
“ลักษณะข้อความของผู้บุกรุกทางคอมพิวเตอร์ที่ได้เขียนไว้ในหน้าเว็บเพจของสำนักงานศาลยุติธรรมนั้น ทำให้เห็นได้ว่าอาจเชื่อมโยงการพิพากษาคดีเกาะเต่า ซึ่งสำนักงานศาลยุติธรรม ขอเรียนว่า การกระทำที่เกิดขึ้นของผู้บุกรุกทางคอมพิวเตอร์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการพิจารณา และคำพิพากษาศาลชั้นต้นคดีเกาะเต่าได้ที่ศาลได้ดำเนินการตามบทบัญญัติกฎหมาย แต่ทางคดี คู่ความสามารถใช้สิทธิ์อุทธรณ์-ฎีกาได้ตามกฎหมายต่อไป ” โฆษกศาลยุติธรรมย้ำ
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม บอกว่า ได้มอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปตรวจสอบแล้ว ซึ่งจะทำงานควบคู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งยังระบุไม่ได้ว่าใครเป็นผู้กระทำ
ด้าน พ.ต.อ.สมพร แดงดี รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) บอกว่า ถือเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 สัปดาห์ ที่เว็บไซต์ด้านยุติธรรมถูกโจมตีจากกลุ่มแฮ็กเกอร์ ซึ่งเป็นการโจมตีที่หน้าเว็บไซต์ แต่ข้อมูลด้านในเว็บยังเป็นปกติ จากการตรวจสอบถึงขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีต้นทางมาจากที่ใด
ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกรณี น.ส.ลอร่า วิทเธอร์ริดจ์ พี่สาวของ น.ส.ฮันนาห์ วิทเธอร์ริจด์ 1 ใน 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ซึ่งเสียชีวิตเพราะถูกฆาตกรรมที่เกาะเต่าจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2557 ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ตำหนิทางการไทย และตำรวจไทยหลายประเด็นว่า ขณะนี้สั่งการให้ฝ่ายกฎหมาย และกองการต่างประเทศตรวจสอบข้อความที่เผยแพร่ในสื่อมวลชนต่างประเทศ และข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวของ น.ส.ลอร่า ส่วนจะฟ้องกลับหรือไม่ ต้องตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่
“ส่วนตัวไม่ทราบแนวคิดของ น.ส.ลอร่าที่ออกมาแสดงความคิดเห็นในช่วงนี้ แต่ยืนยันว่า ตำรวจดำเนินการตามพยานหลักฐานทั้งหมด ขณะเดียวกันโฆษกกระทรวงยุติธรรมแถลงขั้นตอนการปฏิบัติตามกระบวนการยุติธรรมให้ทราบแล้ว ซึ่งขณะนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาตัดสินประหารชีวิตผู้ต้องหาชาวพม่าในคดีนี้ไปแล้ว”
ส่วนกรณีที่มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตที่เกาะเต่าอีกราย เนื่องจากจมน้ำนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบ ตำรวจในพื้นที่ได้ส่งศพไปตรวจพิสูจน์ที่ จ.สุราษฎร์ธานีแล้ว โดยยอมรับบางขั้นตอนอาจล่าช้า แต่ยืนยันว่าคดีที่มีชาวต่างชาติเป็นผู้เสียหาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญอย่างมาก
ด้านพล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว โดยขณะนี้กำลังให้ พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ดำเนินการตรวจสอบอยู่
ขณะที่ พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ เปิดเผยว่า ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ถ้ามีการแฮ็กเกิดขึ้นจริงตามที่กระแสข่าว ต้องเช็คที่ต้นสังกัดเว็บที่ถูกแฮ็ก แล้วค่อยนำหลักฐานมาแจ้งกับ ปอท. เพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป
ด้าน พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่วชาติ เปิดเผยว่า ยังไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นเช่นกัน เนื่องจากติดภารกิจประชุม เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมเว็บสำคัญๆ ถึงถูกแฮกบ่อยครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้เว็บไซต์ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็มีมือดีเข้าไปแฮ็ก พล.ต.ต.ทรงพล บอกว่า ยังไม่ทราบวัตถุประสงค์ที่แน่ชัด แต่คงเป็นความคึกคะนองของบุคคลที่อยากลองวิชา
