ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20160112/220353.html
อย่าให้มี‘ใบสั่ง’กมธ.สันติสุข : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา
ดูเหมือนว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสริมสร้างสังคมสันติสุข ที่ พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ สนช. พยายามผลักดันอย่างเต็มที่ น่าจะมีเค้าว่าจะเกิดจริงจัง
ก่อนหน้านี้ หลายคนสงสัยว่า พล.อ.อกนิษฐ์ กำลังทำอะไร เพราะคนอื่นๆ ต่างก็เพรียกหาความปรองดองกันทั้งนั้น
แต่หากเข้าใจตรงกันว่า ถึงแม้ พล.อ.อกนิษฐ์ จะไม่มีบทบาทใน คสช. แต่ พล.อ.อกนิษฐ์ ก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
การที่ พล.อ.อกนิษฐ์ ออกหน้าออกตาเสียขนาดนี้ จึงไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ไม่มีที่มาที่ไป
แต่ที่น่าสนใจก็คือ หาก สนช.เห็นด้วยให้มีกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้ ก็จะต้องมีการตั้งผู้คนมาเป็นกรรมาธิการ 24 คน มีการวางสัดส่วนให้เป็น สนช. 14 คน อีก 10 มาจาก “กลุ่มผู้เห็นต่าง”
ใช้ศัพท์เดียวกันกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กันเลยทีเดียว
แต่ในกรณีนี้ พล.อ.อกนิษฐ์ บอกว่า กลุ่มผู้เห็นต่าง ได้แก่ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กลุ่ม กปปส. กลุ่มพุทธะอิสระ รวม 3 คน กลุ่ม นปช. 3 คน นักวิชาการ 3 คน และภาคธุรกิจ 1 คน
ไม่มีตัวแทนจากพรรคการเมือง ซึ่งใครก็รู้ว่า อยู่เบื้องหลังกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวเหล่านั้น
ถ้าหากไม่นับกลุ่มหลวงปู่พุทธะอิสระ นักวิชาการ และนักธุรกิจแล้ว องค์ประกอบก็แทบไม่ต่างจากวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ซึ่งเป็นวันยึดอำนาจกันเลยทีเดียว
พล.อ.อกนิษฐ์ บอกว่า เตรียมเรื่องนี้มานานเป็นปีแล้ว และคาดหวังว่า ปลายทางเรื่องนี้จะนำไปสู่สังคมสันติสุขได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน
เรื่องนี้ได้รับการขานรับทันทีจาก สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ว่า หากเชิญมาจะรับเป็นกรรมาธิการทันที
แต่ องอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กลับบอกว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีความพยายามที่จะทำมาตลอด แต่ไม่สามารถประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรม เพราะบุคคลที่เกี่ยวข้องเมื่อตั้งขึ้นมาล้วนมีวาระซ่อนเร้น
นั่นคือความกังวลของนักการเมือง
แต่ทั้งหมดนั้นก็ต้องยอมรับว่า เป็น “ความพยายาม” ที่จะไปถึงฝั่งฝันนั้นจะเป็นจริงหรือไม่
หรือจะเป็นเหมือนกับเหตุการณ์ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะบอกกับบรรดานักการเมืองและแกนนำ นปช. แกนนำ กปปส. ที่ห้องประชุมสโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต ว่า “ผมขอยึดอำนาจ”
เพราะตัวแทนกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหว ไม่มีอำนาจตัดสินใจ
ตัวแทนนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล ก็ยังมุ่งหวังให้ “ทหาร” ยืนเคียงข้าง
ตัวแทนอีกฝ่าย ก็มุ่งหวังที่จะให้ทหารจัดการกับรัฐบาลในขณะนั้น
แล้วก็มีอีกกลุ่มที่ “เล่นเกมสูง” มุ่งหวังให้ทหารเข้ามาจัดการเพื่อเป็นคำตอบให้แก่ประชาชนว่าบ้านนี้เมืองนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย
ถามว่า ในวันนี้ ผู้เห็นต่างทั้งสิบ แม้ว่ายังไม่เห็นหน้าค่าตา แต่คาดเดาได้เลยว่า ต้องเป็นใครคนเดียวกันกับวันที่ถูกยึดอำนาจหรือไม่
ที่สำคัญ จะรู้ได้อย่างไรว่า คนที่มา จะเป็นตัวแทนกลุ่มที่สามารถกำหนดทิศทางจนกลายเป็น “สันติสุข” ได้อย่างแท้จริงโดยที่ไม่ต้องยกหูโทรศัพท์ต่อสายทางไกลเหมือนที่เคยเป็นมา
กรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ น่าจะเกิดขึ้นได้แน่ แต่ถ้าหาคนมาเป็นกรรมาธิการยังได้หน้าเดิมๆ ผลลัพธ์ก็คงไม่ต่างจากวันที่ 22 พฤษภาคม 2557
