ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20160114/220532.html
การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม 2559
เคาะแล้ว! รัฐบาลอนุมัติรับซื้อแผ่นยางดิบราคากิโลกรัมละ 45 บาท ‘ประวิตร’ ยันเกษตรกรพอใจ ระบุใช้เงินจาก กยท.
14 ม.ค.59 เมื่อเวลา 10.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาราคายางพารา โดยมใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง จากนั้น ให้สัมภาษณ์ ว่า ที่ประชุมเห็นชอบที่จะรับซื้อแผ่นยางดิบในราคากิโลกรัมละ 45 บาท และเมื่อซื้อไปแล้วกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะมีการบูรณาการในการจัดการ การจัดซื้อจะซื้อโดยองค์การคลังสินค้า กระทรวงพาณิชย์ (อคส.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เป็นผู้บูรณาการร่วมกัน ซึ่งจะใช้เงินตามที่สำนักงบประมาณได้แนะนำโดยใช้เงินจากกองทุนการยาง ถ้าไม่พอก็ได้สำรองเงินสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) และในส่วนของ อคส.ซึ่งจะรับซื้อในจำนวน 100,000 ตัน ซึ่งตัวเลขกิโลกรัมละ 45 บาทนั้น ทุกฝ่ายพอใจ ส่วนน้ำยางสดและยางก้นถ้วย ก็จะซื้อในราคาลดหลั่นลงไป ซึ่งหากมีความพร้อมก็สามารถรับซื้อได้ทันที ทั้งนี้เป็นการซื้อโดยตรงจากเกษตรกร
ผู้สื่อข่าวถามว่า เกษตรกรยังยืนยันที่จะให้รัฐบาลรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 60 บาท พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “เกษตรกรคนไหน ไม่มี วันนี้เกษตรกร โอเคแล้ว จบแล้ว จบที่ราคากิโลกรัมละ 45 บาท ตอนนี้เป็นการซื้อในจำนวน 100,000 ตันก่อน ส่วนจะใช้งบประมาณเท่าไหร่นั้นยังไม่ทราบ เรื่องนี้ไม่เป็นไร เงินมี นี่เป็นการซื้อจากเกษตรกรโดยตรง เกษตรกรมียางก็มาขายเราก็รับซื้อ ไม่เห็นยากอะไรเลย”
เมื่อถามว่า จำนวนยาง 100,000 ตันถือว่าไม่ใช่จำนวนมากเท่าไหร่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ถ้ามีอีกก็จะซื้ออีก แต่ในขั้นต้นเราตกลงกันอย่างนี้ก่อน แม้วันนี้ยังไม่ได้ซื้อยางในราคากิโลกรัมละ 45 บาท ราคายางก็ขึ้นมาแล้วถึงกิโลกรัมละ 2 บาท และยางที่รับซื้อนั้นก็ไม่ได้เอาไปไหน แต่จะเอาไปแปรรูปเพื่อใช้ในประเทศตามนโยบายของรัฐบาล ตอนนี้เราพยายามทำแต่ต้องเข้าใจว่าตอนนี้ยางมีจำนวนมาก และเราก็ต้องรู้ว่าควรจะผลิตเท่าไหร่และกระทรวงเกษตรจะต้องบูรณาการเรื่องนี้ให้ดีว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป ตอนนี้ต้อบแก้ปัญหาเพราะเกษตรกรบอกว่าอยู่ไม่ได้ เราจะต้องทำให้เขาอยู่ได้
เมื่อถามว่า จะต้องนำมติของที่ประชุมวันนี้(14 ม.ค.) เข้าที่ประชุม ครม.ด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ในภาพใหญ่ก็อาจจะต้องเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ตนถูกแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี ก็ต้องรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบด้วย ซึ่งหากนายกรัฐมนตรีเห็นว่าหากต้องมีอะไรเพิ่มเติมก็สามารถสั่งการเข้ามาได้ และที่ต้องเข้า ครม.ก็เพราะต้องมีการอนุมมัติงบประมาณ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ 8 กระทรวงที่นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ดูแลในเรื่องนี้มีความพร้อมในการทำงาน ไม่มีใครน้อยใจเรื่องอะไรทั้งสิ้น มีแต่ความฮึกเหิม
“ต้องนำเข้า ครม.ก่อนเพื่ออนุมัติเรื่องเงิน และไม่ต้องห่วงผมบอกว่ามีตังค์”
บุรีรัมย์ – สมาคมยางพอใจรัฐบาลเคาะราคาชื้อยางโลละ 45 บาท
14 ม.ค. เกษตรกรผู้ปลูกยางพารายังทยอยมาขึ้นทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลไร่ 1,500 บาท ในโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางอยู่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่นายวิชิต ลี้ประเสริฐ นายกสมาคมชาวสวนยางจังหวัดบุรีรัมย์ เห็นด้วยกับ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาราคายาง ที่มีมติเคาะราคารับซื้อยางพาราช่วยเกษตรกร 1 แสนตัน ในกิโลกรัมละ 45 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าท้องตลาดในช่วงนี้ ที่ยางแผ่นมีราคาตกต่ำเหลือเพียงกิโลกรัมละ 34 – 36 บาท ซึ่งเป็นราคาชี้นำตลาดช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา ที่กำลังได้รับความเดือดร้อนได้ในระดับหนึ่ง เพราะเข้าใจในสภาวะราคากลไกตลาดในปัจจุบัน หรือหากราคายางในตลาดต่างประเทศกระเตื้องสูงขึ้น ก็ขอให้รัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรได้ในราคาที่สูงขึ้นตามไปด้วย ให้อยู่ที่จุดคุ้มทุนในราคากิโลกรัมละ 60 บาท
พร้อมกันนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลได้พิจารณาให้สหกรณ์ยาง เข้าไปมีส่วนร่วมกับ อคส.ดำเนินการรับซื้อยางพาราดังกล่าวด้วย เพราะสหกรณ์ยางเป็นแหล่งรวมยางของเกษตรกร ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ หากรัฐบาลมีการช่วยเหลือหรือรับซื้อยางของเกษตรกรก็จะสามารถกระจายได้ทั่วถึงและเป็นธรรม
หาก อคส.เป็นผู้ดำเนินการแต่เพียงฝ่ายเดียวเกรงว่าเกษตรกรจะไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างทั่วถึง เกรงว่าจะมีการลำเอียงเกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าทางสมาคมชาวสวนยางจ.บุรีรัมย์ จะไม่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องกดดันรัฐบาล เพราะรัฐบาลก็พยายามจะให้ความช่วยเหลือเกษตรกรอยู่แล้ว และต้องมองถึงความเป็นจริงของภาวะราคายางของตลาดทั้งในและต่างประเทศด้วย พร้อมกันนี้นายกสมาคมชาวสวนยางจ.บุรีรัมย์ ยังจะได้ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรสมาชิกสมาคมชาวสวนยาง ให้มีการพัฒนาผลิตยางแผ่นให้มากที่สุดแทนการทำยางก้อนถ้วย หรือน้ำยางสด เพราะจากข้อมูลพบว่าในพื้นที่จ.บุรีรัมย์ มีเกษตรกรปลูกยางพารากว่า 21,000 ราย พื้นที่ปลูกกว่า 236,000 ไร่ ในจำนวนนี้กว่า 47 เปอร์เซ็นต์ทำยางถ้วย เพราะหากรัฐบาลมีงบประมาณที่จะเข้ามาแทรกแซงราคายางตกต่ำ ส่วนใหญ่ก็จะรับซื้อยางแผ่นเพราะสามารถเก็บรักษาได้นาน แต่หากเกษตรกรทำยางก้อนถ้วยก็จะทำให้เสียโอกาสได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล
