‘วิษณุ’ชม‘ร่างรธน.’เนื้อหาดีเชื่อผ่านประชามติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160125/221186.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันจันทร์ที่ 25 มกราคม 2559
‘วิษณุ’ชม‘ร่างรธน.’เนื้อหาดีเชื่อผ่านประชามติ

วิษณุ”เห็น“ร่างรธน.”แล้วเนื้อหาดีกว่าครึ่งเชื่อผ่าน “ประชามติ”ชี้ไม่จำเป็นต้อง“ดีเบต” ระหว่าง กรธ.-นักการเมือง พูดเรื่องเดียวกัน คนละเวทีก็ได้

          วันที่ 25 ม.ค.59 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญว่า ได้อ่านเนื้อหาครบแล้วแต่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ก็ยังร่างไม่เสร็จ เนื้อหาบทเฉพาะกาลยังไม่มี แต่ละมาตราก็มีหมายเหตุไว้ตลอดว่ามาตรานั้นมาตรานี้ยังไม่เรียบร้อย หรือบางมาตรายังต้องรอความเรียบร้อยของอีกมาตราหนึ่งก่อนจึงยังไม่ได้แสดงความเห็นใดๆ ไป เอาไว้พูดคุยกับ กรธ.อีกที ส่วนที่พรรคการเมืองออกมาขู่ว่าจะรณรงค์คว่ำร่างรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นในตอนนี้ แต่ขู่มานานแล้ว ตั้งแต่ร่างไปได้ 20 มาตรา ก็ไม่เป็นไร ตนไม่ได้ว่าอะไร จะพูดอะไรก็พูดไป ซึ่งทุกประเด็นที่มีการพูดกันในสังคม ตนเชื่อว่า กรธ.คงรับรู้ทั้งหมด ส่วนอะไรที่เป็นหลักการสำคัญที่ตั้งใจให้เป็นแบบนั้นตั้งแต่ต้น ก็คงไม่มีการแก้ไข แต่อะไรที่ กรธ.ไม่แน่ใจ โยนหินถามทางไป อาจมีการแก้ไขก็ได้ หรือบางส่วนก็มีการเอาไปทำโพลล์ก็ได้คำตอบว่าที่ได้ทำไปนั้นดูจะถูกใจ เช่น เรื่องให้พรรคการเมืองเสนอชื่อนายกฯ 3 คน จึงทำให้กรธ.มีความมั่นใจ แต่โพลล์บางอย่างออกมาไม่ค่อยเห็นด้วย ก็เชื่อว่ากรธ.จะนำไปประกอบการพิจารณา ส่วนประเด็นอื่นก็ค่อย ๆ รับฟังกันไป
          ทั้งนี้ประเด็นให้พรรคการเมืองเสนอนายกฯ 3 คนนั้น ตนมองว่ายุติธรรมสำหรับคนไทยที่จะได้รู้ว่าใครจะมาเป็นนายกฯ แต่พรรคใดจะไม่เสนอก็ได้ถ้าไม่รู้จะเสนอชื่อใคร แต่วันหลังพอนึกออกว่าจะเสนอชื่อใครก็ทำไม่ได้แล้ว จะเลือกได้ก็แต่รายชื่อของพรรคอื่น ๆ ที่เสนอมา ก็ต้องผสมโรงเอาใครก็ตามที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ
          นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนที่ กรธ.บัญญัติให้องค์กรอิสระมีหน้าที่เพิ่มเติมจากเดิมนั้นเราเรียกเสียว่าเป็นการตรวจสอบรัฐบาลอย่าไปเรียกว่าควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลเลย เพราะคำนี้สงวนไว้กับรัฐสภา ส่วนปัญหาในการสรรหาบุคคลให้ดำรงตำแหน่งในองค์อิสระจนเกิดความไม่น่าเชื่อถือนั้นก็ยังเป็นปัญหา จึงต้องทำให้วิธีการคัดคนเข้ามามีความรัดกุม น่าเชื่อถือ เป็นกลาง เป็นธรรม ได้คนดีเข้ามาในทางปฏิบัติ ซึ่งยาก แต่ก็ไม่มีวิธีอื่นที่คิดได้แล้ว จึงต้องสร้างระบบและคนให้ดี ตนคิดว่าคนสำคัญกว่าระบบด้วยซ้ำ เพราะหากคนดีระบบแย่ก็ยังพอไปได้ อย่างไรก็ตาม กรณีที่หลายฝ่ายไม่พอใจบุคลากรในคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าวางตัวไม่เหมาะสมนั้นตนเห็นว่าต้องปรับปรุงที่ตัวบุคคล
          นายวิษณุ กล่าวว่า กรณีพรรคการเมืองเสนอให้มีการดีเบตจุดดีจุดด้อยของร่างฯ ระหว่าง กรธ.กับนักการเมืองนั้น ตนยังไม่ค่อยแน่ใจ แต่เอาเป็นว่าให้โอกาสให้แสดงความเห็นอย่างนั้นเป็นเรื่องดี แต่ถึงขั้นจะมาดีเบตกันนั้น ขึ้นอยู่กับ กรธ.ว่าพร้อมหรือไม่ บางทีไม่ถึงขั้นต้องโต้วาทีเอาเป็นเอาตาย พูดกันคนละประเด็น คนละเวทีก็ได้ แต่ให้รู้ว่าเป็นการพูดเรื่องเดียวกันคนจะได้ฟัง ไม่เช่นนั้นคนจะต้องมาตัดสินใจว่าใครโต้วาทีเก่งกว่ากัน เหตุผลช่างมัน ใครมันส์กว่า ซึ่งเราไม่อยากให้เกิดความรู้สึกแบบนั้น เหนืออื่นใดประชาชนควรได้มีโอกาสอ่านเสียก่อนจะได้รู้ว่าถ้อยคำจริง ๆ เป็นอย่างที่พูด ๆ กันหรือไม่ เพราะหลายเรื่องถ้าอ่านในตัวบทอาจไม่เข้าใจจะต้องไปอ่านตรงหมายเหตุดูลึกๆ ดีๆ จึงจะเข้าใจ แต่ปัญหาคือส่วนของหมายเหตุเวลาจัดพิมพ์จะไม่อยู่ในรัฐธรรมนูญ จะทำอย่างไรให้หมายเหตุเหล่านั้นไปปรากฏในรัฐธรรมนูญ
          “บางทีเราพูดรวมๆ ไม่ค่อยรู้สึก แต่พอดูคำแล้วเราจะเห็นชัด เช่น คำว่าต้องคำพิพากษาว่ากระทำการทุจริต หมายความว่าบุคคลนั้นต้องทุจริตเอง ดังนั้นพวกถูกเหมาเข่งพอถูกศาลตัดสินก็ไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านี้กระทำการทุจริต แต่ซวยเพราะไปร่วมเป็นกรรมการอยู่กับเขา ร่างนี้ก็บัญญัติว่าไม่ถูกตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งจากที่ดูตัวบทแล้วไม่ถือว่ากำกวม แต่ถ้าออกมาพูดๆ กันเองมันกำกวมเพราะพูดกันไม่เต็ม” นายวิษณุ กล่าว
          ผู้สื่อข่าวถามว่า ภาพรวมเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญที่ได้อ่านถือว่าดีหรือไม่ถ้าเทียบกับรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมา นายวิษณุ กล่าวว่า “ผมก็ถือว่าใช้ได้นะ ใช้ได้ทีเดียวล่ะ จะบอกว่าเลวอย่างที่พูดทั้งหมดมันคงไม่ใช่อย่างนั้น ความถูกใจไม่ถูกใจมีได้บางประเด็น คนทีไม่ถูกใจประเด็นนี้ก็อาจถูกใจประเด็นโน้นแต่ไม่พูด เหมือนสื่อเวลาติใครติได้ แต่เวลาชมจะไม่ชม ไม่พูดถึงเสียก็บุญเท่าไหร่แล้ว นั่นแหละแปลว่าเขาชมแล้ว วันนี้เวลาอบรมนักการเมืองผมก็ต้องแนะอย่างนี้ คุณทำใจไว้เถอะ ประเภทที่ว่าพูดบ่อยให้สัมภาษณ์ ทำดี ทำไมไม่มีใครพูดถึง บุญเท่าไหร่แล้วสื่อเขาไม่พูดถึง เพราะถ้าพูดถึงสื่อจะว่าเอา ถือเป็นเรื่องธรรมดา เราก็เข้าใจอะไรที่ท่านชอบใจก็เงียบเสีย ถ้าได้ก็ไม่ต้องพูด แต่ถ้ารู้สึกว่าเสียก็ต้องพูดเพราะอยากให้แก้ แต่ประเด็นที่ไม่พูดใครอย่าอุตริไปแก้ เพราะไม่พูดก็ถือว่าดีแล้ว สังเกตว่ามีเรื่องที่ไม่พูดมากกว่าเรื่องที่พูด”
          นายวิษณุ กล่าวว่า นักการเมืองติดตามการร่างรัฐธรรมนูญมาตลอดอาจจะรู้ประเด็นชัด จนออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย แต่ประชาชนยังไม่มีโอกาสจับทุกเม็ด ฟังทุกประโยค จึงอาจถูกชักนำให้คล้อยตามได้ แต่ในที่สุดเมื่อจะลงประชามติจริงก็ต้องพูดกันให้หมด ต้องจัดพิมพ์ร่างฯ ฉบับย่อหรือชี้แจงให้คนเข้าใจทุกมาตรา
          ผู้สื่อข่าวถามว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีแนวโน้มจะผ่านประชามติหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า “ผมยังเชื่อว่าผ่าน ส่วนเหตุผลนั้นอยากพูด แต่ไม่ดี เลยไม่พูด เพราะจะมีคนค้านว่าไม่จริงแล้วสุดท้ายจะทำลายเหตุผลนั้นทั้งหมด สิ่งที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ได้ร่างเพราะคิดว่าสิ่งนี้จะเป็นทางออกให้กับประเทศ บางอย่างที่เสนอกันก็เข้าท่า อย่างการขยายเวลาการลงคะแนนจาก 08.00 – 15.00 น. เป็น 08.00 – 17.00น.นั้น เมื่อขยายออกไปประชาชนเมื่อเลิกงานก็มีโอกาสไปใช้สิทธิทันเวลา”
          ผู้สื่อข่าวถามว่าในช่วงก่อนทำประชามตินักการเมืองสามารถรณรงค์ให้รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ณ วันนี้อาจจะทำยาก แต่เมื่อไปถึงจุดหนึ่งก็ต้องผ่อนคลายลง โดยให้คนมีโอกาสรณรงค์ทั้งสองอย่าง เราไม่ต้องการให้คนมีโอกาสที่จะฟังอย่างเดียวว่า รัฐธรรมนูญนี้ดีเลิศประเสริฐศรี แก้การโกง วิเศษมาก ไม่อยากให้เกิดความรู้สึกแบบนั้น เพราะวันหนึ่งความจริงคือความจริงหนีไม่พ้น พบว่ามันไม่ใช่ก็จะลำบาก จึงต้องพูดทั้งสองทาง แล้วไปชั่งน้ำหนักเอาระหว่างมาตราที่ดีกับที่ไม่ดีไม่ชอบ บวกกับเดิมพันที่การเลือกตั้งที่เป็นไปตามโรดแม็พ ก็ชั่งน้ำหนักกันว่าจะเอาอย่างไร ซึ่งตนไม่ได้พูดว่ารับร่างฯ ไว้ก่อนแล้วค่อยแก้ทีหลัง แต่เท่าที่ศึกษาร่างฯ นี้ถือว่าดีเกินครึ่ง แต่ไม่ได้ให้น้ำหนักกับการแก้ไขการทุจริตเท่าไหร่นัก เพราะสุดท้ายก็ทำไม่ได้ เพราะอยู่ที่คนมากกว่า
          นายวิษณุ กล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังคิดกันอยู่ถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ชั่วคราว 2557 กรณีประชามติไม่ผ่าน หากมีความเคลื่อนไหวจะแจ้งให้ทราบ หากประชามติไม่ผ่านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะไม่อยู่ในตำแหน่งต่อไปเรื่อยๆ เพราะโรดแม็พมันตรึงเงื่อนเวลาของมันไว้อยู่แล้ว และถ้าประชามติไม่ผ่านการเลือกตั้งก็จะอยู่ที่เดือนกรกฎาคม 2560 หรือไม่นั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. เคยพูดไว้ว่าจะมีการเลือกตั้งในช่วงเวลานั้น แต่ตนไม่เคยพูด ในเมื่อนายกฯ พูดเรื่องนี้ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องพูด และที่อุตส่าห์พูดกับทูตอินโดนีเซียที่มาเข้าพบ ซึ่งใครจะบีบไม่สำคัญ แต่นายกฯ ตั้งใจแบบนั้นแล้ว เราจะมาลังเลสงสัยทำไม

Leave a comment