ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20160126/221200.html
การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 26 มกราคม 2559
เมื่อโจทย์ไม่ตรงกัน : คอลัมน์ มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : โดย…สำนักข่าวเนชั่น
งวดเข้ามาทุกขณะ เนื่องจากใกล้วันที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับรับฟังความเห็นของประชาชนจะคลอดออกจากมือของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องบอกกันตรงๆ ว่า ตั้งแต่เริ่มทำงานมาเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว จนถึงวันนี้ยังไม่มีใครเคยเห็นร่างฉบับดังกล่าวทั้งร่างมาก่อน
ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะร่างนั้นยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ทำให้นับแต่วันนี้ (26 ม.ค.) เป็นต้นไป พวกเขาจะเพิ่มเวลาประชุม จากเดิมที่ประชุมเฉพาะช่วงบ่าย เปลี่ยนมาเป็นประชุมทั้งเช้าและบ่ายแบบไม่มีกำหนดเวลาว่าจะเลิกกี่โมง
เมื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกเสร็จสิ้น พวกเขาก็จะเชิญสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ประชุม เพื่อรับฟังความเห็นและข้อเสนแนะในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้
อย่างไรก็ตามทุกสิ่งอย่างยังไม่ถือว่าเป็นที่สิ้นสุด เพราะเมื่อรับฟังความเห็นเสร็จ กรธ.ก็จะนำร่างมาปรับปรุงอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะออกมาเป็นร่างสุดท้ายในราวเดือนเมษายน เพื่อเดินหน้าสู่ประชามติในช่วงเดือนกรกฎาคม
แต่เอาเข้าจริง จนถึงขณะนี้ แม้แต่ตัวคนร่างเองยังไม่มั่นใจเลยว่า ร่างนี้จะผ่านประชามติหรือไม่ เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้วเรื่องหลายๆ เรื่องยังดูห่างจากความพอใจของประชาชนในหลายๆ ภาคส่วน และถูกตั้งคำถามถึงความเป็นประชาธิปไตย
ซึ่งก็ไม่ถือว่าแปลก เพราะเจตนาของคนร่างกับคนที่จะใช้มีความแตกต่างกัน คนร่างนั้นมีโจทย์ที่ชัดเจนในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำให้ไม่มีพรรคการเมืองผูกขาดเสียงข้างมาก ขณะที่ประชาชนอีกจำนวนหนึ่งต้องการรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ
คนร่างไม่ต้องการให้นักการเมืองเข้ามาใช้อำนาจอย่างเต็มที่ และต้องถูกตรวจสอบการใช้อำนาจอย่างเข้มข้น รวมทั้งการให้ความแข็งแกร่งกับระบบราชการไม่ให้ถูกการเมืองแทรกแซงได้โดยง่าย ภายใต้วาทกรรมปราบโกง ขณะที่ประชาชนอีกส่วนหนึ่งต้องการเห็นรัฐบาลที่มีความเข้มแข็งสามารถใช้อำนาจได้อย่างเต็มที่ มิเช่นนั้นก็เกิดภาวะติดขัดไม่สามารถขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างเต็มที่ หากถูกตรวจสอบเข้มข้น และถ้าฝ่าฝืนก็อาจถูกลงโทษสถานหนักก็จะทำให้รัฐบาลไม่กล้าทำอะไรแบบเต็มที่ และนโยบายต่างๆ ก็จะไม่เดินหน้า และแน่นอนว่า “รัฐราชการ” ก็เป็นวาทกรรมที่พวกเขาหวาดกลัวไม่แพ้กันจากประสบการณ์ที่ผ่านมา
นี่คือตัวอย่างของความต้องการและโจทย์ที่ต่างกันของ “คนร่าง” และ “คนใช้” ทำให้ไม่แปลกที่วันนี้จะเริ่มมีการรณรงค์ให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญแล้ว แม้ตัวร่างจะยังไม่ออกมาเสียด้วยซ้ำ เรียกว่า ชวนคว่ำตั้งแต่ยังไม่คลอด
และที่สำคัญคือ ไม่ใช่คนกลุ่มเดียว หากแต่เป็นกลุ่มที่หลากหลายไม่ใช่น้อย ซึ่งแม้แต่ กรธ.ก็รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี
เอาเข้าจริงๆ แล้ว หาก คสช.เลือกวิธีที่จะให้ร่างใหม่ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านประชามติ เราก็อาจจะเห็นเรื่องนี้เกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์ซ้ำเล่า วนไปวนมาด้วยสถานการณ์แบบเดิมๆ หากคนร่างและคนใช้ยังมีโจทย์ที่ต่างกัน
หากอยากให้จบอาจมีฝ่ายหนึ่งต้องคิดใหม่ ซึ่งฝ่ายนั้นน่าจะเป็นคนร่างเสียมากกว่า ขณะเดียวกัน คสช.ก็ต้องมาขบคิดให้จงหนักว่า โจทย์ของพวกเขากับโจทย์ของประชาชนเป็นโจทย์เดียวกันหรือไม่
