‘บิ๊กตู่’รับห่วงรธน.ย้ำมีแผนสำรองไว้แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160127/221340.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 27 มกราคม 2559
‘บิ๊กตู่’รับห่วงรธน.ย้ำมีแผนสำรองไว้แล้ว

‘บิ๊กตู่’รับห่วงรธน.ย้ำมีแผนสำรองไว้แล้ว บอกอยากให้คนออกมาทำประชามติมากๆ เปรียบตัวเองเป็นลูกแกะที่ถูกสื่อล่า มั่นใจมีพวกตีกินกล่าวหารัฐบาลทุจริต เผยสั่งตรวจสอบ

            เมื่อเวลา16.05น. วันที่ 27ม.ค.2559 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีความเป็นห่วงร่างรัฐธรรมนูญในขณะนี้หรือไม่ว่า “ไม่ห่วงเลยมั้ง ถามอยู่ได้ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ว่าห่วงไหม ถ้าไม่ห่วงจะเข้ามายืนอยู่ตรงนี้หรือ ส่วนแผนสำรองก็มีไว้อยู่แล้ว คิดไว้ในหัวทั้งหมด แต่ถ้าเป็นคำสั่งก็จะต้องมีการปฏิบัติตามนั้นถึงจะเป็นข่าว และประชาสัมพันธ์ได้ สื่ออย่าทำเป็นคนใจร้อน ถ้าใจร้อนมันก็วุ่นไปหมด”

เมื่อถามว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้มาปรึกษาอะไรบ้างหรือยังหลังจากที่มีการพูดถึงกรณีก่อนมีการทำประชามติจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ตอนนี้ฝ่ายกฎหมายเขากำลังดูอยู่ แล้วมันจะต้องแก้ตรงไหนล่ะ วันนี้ยังไม่มีใครมาปรึกษาอะไร”  เมื่อถามว่า จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเพื่อรองรับการออกมาใช้เสียงในการทำประชามติ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่รู้ เพียงแต่ตนต้องการให้คนออกมาใช้สิทธิ์ให้มาก แล้วทำไมจะให้ถอยหลังกลับไปที่เดิมอีก หรือพวกสื่อคิดว่าไม่จำเป็น เห็นบางคนถึงกับเสนอว่าให้ลดภาษีกับคนที่ออกมาเลือกตั้ง แล้วให้คนที่ไม่ออกมาเลือกตั้งถูกขึ้นภาษี สอนคนอย่างนี้หรือ ที่ผ่านมาตามใจกันทุกเรื่องวันนี้หน้าที่ก็คือหน้าที่ หน้าที่ต้องเสียภาษีก็ต้องเสีย ส่วนการเลือกตั้งก็คือหน้าที่ในการเลือกตั้ง เป็นประชาธิปไตย แต่กลายเป็นว่าเอาหน้าที่ เอาสิทธิมาปนกันไปหมด ทำไมจะต้องจ้างกันทุกเรื่องหรืออย่างไร เลือกตั้งก็ต้องจ้าง เลือกผู้แทนฯ ก็ต้องจ้าง ประชามติก็ต้องจ้างอีก แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาจ้าง สิ่งนี้เป็นบ่อเกิดที่ทำให้ไม่มีธรรมาภิบาล เป็นบ่อเกิดของการเป็นประชาธิปไตยที่ไม่สมบูรณ์ ไม่ใช่เสียงคนทั้งประเทศ ทุกคนก็รู้อยู่แล้วอย่าไปสอนคนให้คิดง่ายๆ

“ผมต้องการให้คนรับรู้เรื่องในระยะยาว ประเทศชาติจะต้องอยู่อย่างไร สิทธิเสรีภาพควรมีแค่ไหน ควรต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างไร ถ้าเป็นกฎหมายที่ถูกต้องไม่ใช่เอาไปปนรวมกันหมด ทั้งสิทธมนุษยชน กับการกระทำผิดกฎหมาย”พล.อ.ประยุทธ์ระบุ

ผู้สื่อข่วรายงานว่าในการให้สัมภาษณ์ ของพล.อ.ประยุทธ์ วันนี้เป็นไปอย่างราบรื่น โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “วันนี้ผมอารมณ์ดี แต่ยอมรับว่าวันนี้ก็พูดมาก ปวดหัว เจ็บตา แต่ก็ดีไป  อย่างที่มองสื่อแล้วสวยขึ้น อีกทั้งวันนี้อากาศหนาว ไม่อยากพูดมากสงสารสื่อ แต่ก็เห็นบางคนไม่ใส่เสื้อกันหนาว สงสัยจะไม่หนาว ใครที่ไม่ใส่เสื้อกันหนาวสงสัยต้องไปตรวจร่างกาย”   เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีก็ไม่ใส่เสื้อกันหนาวเหมือนกัน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมต้องแข็งแรง เพราะป่วยไม่ได้ ถนอมผมไว้หน่อยซิ หรือไม่ชอบหน้าผมก็ให้ผมป่วยตายๆ ไปหรือไง โธ่ !พวกคุณเคยอ่านนิทานอีสปกันบ้างหรือไม่”

โดยเมื่อผู้สื่อข่าวตอบว่ามีหลายเรื่องที่อ่าน หรือต้องการจะพูดถึงเรื่อง “กบเลือกนาย” ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงกับหัวเราะชอบใจ เมื่อถามว่า สถานการณ์ปัจจุบันของประเทศไทยควรอ่านนิทานอีสปเรื่องอะไรในความคิดของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ ทำท่าคิดก่อนกล่าวว่า “หมาป่ากับลูกแกะ” เมื่อถามว่าเหตุผลอะไรถึงควรอ่านเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เลี่ยงที่จะตอบคำถามโดยกล่าวว่า “ก็เป็นเรื่องหมาป่ากับลูกแกะไง ผมไม่ต้องการจะสื่ออะไร เมื่อพวกคุณถามผมก็จำเรื่องนี้ได้ หมาป่ากับลูกแกะ แล้วทำไมจะต้องสื่อความหมายอะไรด้วย ที่ผ่านมาผมอ่านเกือบทุกเรื่อง ผมเรียนเก่ง วรรณคดีผมเก่ง แต่ผมไม่ตอบ  ขี้เกียจตอบ”

เมื่อถามย้ำว่า ใครเป็นหมาป่า ใครเป็นลูกแกะ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ฉันเป็นแกะ พวกเธอเป็นหมาป่า ฉันเคยไล่อะไรเธอได้ที่ไหน”  ผู้สื่อข่าวตอบไปว่า ทำหน้าที่เป็นเพียงหมาเฝ้าบ้าน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวติดตลกว่า “อะไรนะเป็นหมาขี้เรื้อนหรือ อ๋อ!ขอโทษที เป็นหมาเฝ้าบ้าน แต่อย่าลืมว่าวันนี้หมาขี้เรื้อนมันมีราคา เคยมีการประกวดหมาที่น่าเกลียดที่สุดในโลก หมาขี้เรื้อนก็ได้รางวัลนะ ถ้าเมืองไทยส่งไปก็ชนะเลิศแน่นอน เป็นร้อยตัว”
มั่นใจมีพวกตีกินกล่าวหารบ.ทุจริตสั่งสอบ

พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวถึงกรณีที่มี ดร.คนหนึ่ง ออกมาเปิดเผยผ่านสื่อว่ามีคนแอบอ้างถึงนายกฯและรองนายกฯเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากโครงการต่างๆ ของรัฐบาลว่า“ใช่สิ ก็มีคนอ้างว่ามีการทุจริตในหน่วยราชการ ผมจึงบอกว่าให้ไปจับมา เพราะเขาเป็นคนไปพูดในโทรทัศน์ช่องไหนก็ไม่รู้ จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปสืบมา เมื่อสืบแล้วก็ให้ตำรวจไปจับ ขณะนี้กำลังสอบอยู่และเรื่องนี้หากไปถึงใครคนนั้นต้องโดนหมด ซึ่งเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นการแอบอ้าง แต่ไม่ว่าจะมีใครอยู่ในกระบวนการจะเอาหมด”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมามีการร้องเรียนเรื่องการทุจริตมาที่นายกฯโดยตรงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มี ถ้ามีการร้องเรียนมาถึงตน จะต้องมีหลักฐาน สามารถชี้แจงได้และมีการสอบสวน ซึ่งการร้องเรียนมีหน่วยงานต่างๆรับผิดชอบ ไม่จำเป็นต้องมาร้องเรียนที่ตนก็ได้ เพราะมีทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ซึ่งมีคนตรวจสอบอยู่แล้ว เพราะถ้ามาร้องเรียนที่ตน ตนก็จะสั่งกลับไปอีกทุกอย่างมีกระบวนการทางกฎหมาย เราต้องสอนการเรียนรู้ทางกฎหมายว่าประชาชนมีช่องทางอย่างไรบ้าง ไม่ใช่จะออกทางสื่อหรือโซเชียลมีเดียจากนั้นก็มาด่าตน ว่าไม่ตรวจสอบงานก็เยอะอยู่แล้ว แลเรื่องเหล่านี้ได้สั่งการอยู่แล้ว มีหน่วยงานรับผิดชอบอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า มีการอ้างชื่อนายกฯและรองนายกฯในการทุจริตครั้งนี้ด้วย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ได้อ้างชื่อตน แต่บอกว่าเป็นข้าราชการระดับสูง ไม่ได้ระบุว่าเป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.ปะยุทธ์ ตนทราบข่าวจากโทรทัศน์ ซึ่งมีการอ้างว่าโครงการต่างๆเหล่านี้สามารถติดต่อรัฐมนตรีได้ และมีเอกสารไปอยู่บนโต๊ะรัฐมนตรี ซึ่งตนก็ถามรัฐมนตรีว่าเป็นเอกสารอะไร โดยรัฐมนตรีเองก็บอกว่าไม่รู้เรื่อง

“พวกนี้คือพวกตีกินไง รัฐบาลนี้พยายามทำเต็มที่อยู่แล้ว และผมไม่เคยปล่อยปละละเลย ถ้ามีปัญหาก็สอบสวนเยอะแยะไป แล้วเอามาสอบสวนกี่คน จะมาบอกว่าทำเหมือนกันไม่เหมือนอยู่แล้ว รู้เมื่อไหร่ผมก็ทำเมื่อนั้น ถ้ายังไม่รู้ก็ไม่ทำ แต่ถ้ารู้แล้วไม่ทำมันแย่กว่าผมหรือไม่”นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการไปเป็นประธานงานวันสถาปนาโรงเรียนเตรียมทหาร ครบรอบปีที่ 58 ที่ จ.นครนายกในวันเดียวกันนี้ว่า“วันนี้ได้ไปอยู่ท่ามกลางต้นกำเนิดซึ่งเป็นพี่น้องของผม ดังนั้นอะไรที่พูดออกมาก็ออกมาจากใจ ไม่ว่าจะพูดถึงครู อาจารย์ พี่น้อง ซึ่งพี่น้องหากไม่เข้าใจกันก็คงยาก ดังนั้นผมจึงไม่เคยไม่ไว้วางใจกัน เพราะทหารทั้งหมดเกิดมาจากต้นกำเนิดเดียวกัน โดยเฉพาะระดับนายทหาร แม้จะจบจากที่โน้นที่นี่ แต่ทั้งหมดก็ถูกดึงเข้ากลุ่ม จึงไม่มีทางที่จะทรยศกัน ไม่มีทางที่จะทอดอำนาจ ผมรับประกันได้เลยว่าไม่มี เพราะทุกคนรู้ว่า ปัญหาของประเทศชาติอยู่ตรงไหน ถึงกล้าพูดไง ถ้าไม่มั่นใจผมพูดไม่ได้ ผมต้องการให้เขารับทราบว่าเราอยู่ในภาวะวิกฤตที่ต้องแก้ไข สร้างชาติบ้านเมือง เหมือนที่เขาสร้างกรุงโรม วันนี้ประเทศไทยแข็งแรงอยู่แล้ว แต่ประเด็นคือมีพวกทำลายจึงต้องมาสร้างต่อให้แข็งแรง”

เมื่อถามว่า ได้อ่านบทความเรื่อง“มีทหารไว้ทำไม”ของนายนิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการอิสระ แล้วหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไปถามว่าเขาทำประโยชน์อะไรให้แผ่นดินบ้าง

“ผมปกป้องแผ่นดินนี้มาตลอดชีวิต ให้ใคร หรือให้คนเหล่านี้มาพูด ให้คนเหล่านี้มาทำลายชีวิตผม ไปถามเขาด้วย”นายกฯ กล่าวด้วยอารมณ์เสียงดัง ก่อนจะเดินกลับขึ้นไปยังตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมกล่าวว่า“หมดอารมณ์ ชอบยั่วอารมณ์”นายกฯกล่าว
ชี้ต้องสร้างความเข้าใจเรื่อง”อาเซียน”ให้กับประชาชน

พล.อ.ประยุทธ์  ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานประชุมรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมประเทศไทยในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนว่า สำหรับประเทศไทยต้องมีการตั้งอนุกรรมการ 4 ฝ่ายคือ   1.ฝ่ายการเมือง -ความมั่นคง 2.เศรษฐกิจ 3.สังคม -วัฒนธรรม 4.ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้สอดคล้องกับประชาคมอาเซียน โดยตนให้แนวทางไปว่า งานทั้งหมดต้องสอดคล้องกับกรบริหารประเทศเวลานี้ ซึ่งกลุ่มงานเหล่านี้สอดคล้องกับงานแต่ละกระทรวงที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องดูว่าอะไรที่เกื้อหนุนกับประเทศในกลุ่มอาเซียน ในส่วนของงบประมาณก็ใช้ของเดิมที่มีอยู่แล้ว อาจต้องของบกลางบ้างสำหรับเรื่องเร่งด่วน เช่น การจัดทำด่านชายแดนระหว่างประเทศ การพัฒนานวัตกรรม

“ในเรื่องของเศรษฐกิจ ต้องดูแลตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง พูดถึงอะไรที่จะร่วมมือกัน อะไรที่จะเปิดการแข่งขันเสรี อะไรที่จะให้ประชาชนค้าขายอยู่อย่างเดิม เราไม่ได้ต้องการไปเปลี่ยนแปลงเขา แต่ต้องการรวมเศรษฐกิจทั้ง 10 ประเทศให้เป็นเศรษฐกิจเดียว จากนั้นจึงเป็นเรื่องของสังคม วัฒนธรรม ซึ่งมีความคล้ายคลึงกันมากพอสมควร หลายการแสดง หลายศิลวัฒนธรรม เช่นเรื่องรามเกียรติ์ เรื่องกากี มวย ต้องดูว่าจะทำอย่างไรให้ความแตกต่างรวมกันได้”

“ในสามเดือนแรกอะไรที่สามารถทำได้ใน 3 กลุ่มงานนี้ จะเริ่มทำก่อน อะไรที่อยู่ในแผนงาน การบริหารราชการปกติ ถ้าจำเป็นก็ต้องปรับให้เร็วขึ้น เพื่อส่งเสริมงานตรงนี้ นีเป็นการลดการใช้จ่ายงบประมาณ ไม่อย่างนั้นจะมีปัญหาเรื่องหนี้ กลายเป็นปัญหาซ้ำซ้อน และเราต้องวางแผนให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 20 ปีว่าอาเซียนจะเดินอย่างไร เพื่อมุ่งไปสู่แผนการพัฒนาในศตวรรษหน้าตามแผนของสหประชาชาติ ทั้งหมดต้องสอดคล้องกันทั้งยูเอ็น และอาเซียน รวมทั้งการเจรจาตกลงทวิภาคีระหว่างประเทศ การบริหารราชการในระยะแรกอาจมีความยุ่งยาก เพราะไม่เคยทำกันมา แต่ทุกคนก็พร้อม ตราบใดที่ฝ่ายบริหารมอบนโยบายอย่างชัดเจน ข้าราชการเขาพร้อมอยู่แล้ว”นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในส่วนของการประชาสัมพันธ์ ต้องทำให้คนรู้ได้แล้วว่าอาเซียนคืออะไร ไม่ใช่รู้แค่การเปิดอาเซียนคือการใช้ภาษาอังกฤษ นั่นคือเศษเสี้ยวเดียวเท่านั้นเองที่ใช้ภาษาอังกฤษเพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนได้ เพราะภาษาอังกฤษเป็นภาษากลาง เป็นภาษาราชการ ถ้าพูดภาษาไทยกันทุกประเทศมันก็ไม่ได้ อย่างไรก็ตามคนที่มีการศึกษาดีก็พูดได้ทั้งหมด แต่ละดับล่างจะทำอย่างไรจึงเป็นที่มาของการทำแอพพลิเคชั่นสอนภาษาอังกฤษของรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังมีอะไรที่ยังช้าอยู่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนสั่งให้ไปหาข้อมูลว่าแต่ละประเทศต้องการอะไร เพราะเราต้องเป็นผู้นำในการบูรณาการเพื่อให้เกิดรูปธรรมโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นก็จะพูดกันถึงแต่หลักการ ซึ่งก็ไม่มีความคืบหน้า ทุกประเทศต้องมีการพัฒนาแบบนี้ แต่ประเทศเหล่านั้นก็พัฒนาไปแล้ว มีแต่เราที่ยังมัวขัดแย้งกันอยู่เลยเดินช้า วันนี้ต้องดูทุกกิจกรรมว่าอะไรพร้อมบ้าง ถึงจะไปสร้างให้เกิดความเข้าใจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประชาชนก็ต้องเรียนรู้ว่ามีผลกับเขาอย่างไร หลายคนบอกว่าไม่เห็นมีอะไรเลยประกาศอาเซียนตั้งแต่มกราคม ไม่เห็นจะได้เงิน จะเข้าใจเช่นนี้ไม่ได้ เราต้องสร้างความเข้าใจให้กับพวกเขา

“เราต้องทำให้ภูมิภาคของเรา เป็นผู้นำในเรื่องของอาหาร การแปรรูปอาหาร เกษตร อุตสาหกรรม เพราะอาหารเป็นความจำเป็นของโลก เพราะวันหน้ามีการเปลี่ยนแปลงของ ลม ฟ้า อากาศ มีโรคระบาดต่างๆ หรือสงคราม แต่เราไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งของใคร ไม่มีการขัดแย้งในอาเซียนในเวลานี้ ดังนั้นเราพร้อมที่จะเป็นแหล่งอาหารของโลกได้ นอกจากนี้เรายังมีความพร้อมในเรื่องสาธาณสุข รวมถึงการใช้ศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ของไทยให้เกิดประโยชน์ในเรื่องของการคมนาคม ทั้งทางบก เรือ และอากาศ ซึ่งต้องเตรียมการเรื่องสาธารณูปโภคพื้นฐาน มันถึงต้องมีรถไฟ รถไฟฟ้า นั่นแหละคือการเชื่อมโยงอาเซียน ซึ่งถ้ามองให้ไกลๆวันหน้าเราก็จะเชื่อไปถึงจีน ไปถึงยุโรปนู่น ไม่ใช่มองกันอยู่ตรงนี้ ตรงความขัดแย้ง มองให้มันไกลหน่อย ความขัดแย้งก็ปล่อยให้เขาพูดกันไป“พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
รองปลัดกต.เผยไทยมีความพร้อมเปิดอาเซียนทั้ง3เสา97.96%

นายวิทวัส ศรีวิหค รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ   แถลงภายหลังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมประเทศไทยในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาลว่า ในวันนี้ส่วนราชการมารายงานสรุปความพร้อมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของไทยที่เริ่มเข้ามาตั้งแต่1ม.ค.ที่ผ่านมา เรียนว่าอาเซียนเป็นกระบวนการทำงานที่เป็นกระบวนการที่มีพัฒนามาเป็นลำดับ ดังนั้นการเข้าประชาคมฯที่ผ่านมาจึงได้เป็นเหตุให้ไม่เกิดความประหลาดใจเหมือนกับที่เราเดินเข้าห้องมืดแล้วมีแสงสว่างพรึ่บ แต่ไฟจะเริ่มสว่างตามกำหนดการ แต่ความพร้อมของทั้ง3เสาหลัก คือ เสาการเมือง เสาเศรษฐกิจ และเสาสังคมวัฒนธรรม10ประเทศ ก็มีการทำการบ้านพอสมควรโดยในที่ประชุมตนนำเรียนว่าทั้ง3เสา เรามีความพร้อมที่ปฏิบัติตามแผนงาน97.96 %ซึ่งความพร้อมของเราที่ทำตามแผนใกล้เคียง100%คือ เสาการเมืองพร้อม100%เสาสังคมพร้อม100%และเสาเศรษฐกิจพร้อม97.3%

นายวิทวัสกล่าวอีกว่า ในส่วนของเสาการเมือง มีการเตรียมเรื่องนโยบาย เอกสารยุทธศาสตร์การดำเนินการโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช ) กระทรวงการต่างประเทศ(กต.) และหน่วยงานกลุ่มงานความมั่นคง ที่รวมถึงปัญหาการบริหารจัดการชายแดน การค้ามนุษย์การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ที่มีคณะกรรมการะดับชาติทำงานต่อเนื่อง ซึ่งความพร้อมของเสาการเมืองมีความพร้อมก่อนวันที่1ม.ค. โดยมีการดำเนินการตามรายการต่างๆของสำนักเลขาธิการอาเซียนครบ100%แต่ไส้ในยังมีเรื่องที่จะต้องสานต่อต่อไป ไม่ได้หมายความว่าปัญหาเหล่านี้ทำสำเร็จ100%อย่างไรก็ตามปัญหาอุปสรรคของเสาการเมืองนั้น คือเรื่องความมั่นคงระหว่างประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงภัยคุกคาม มีความมั่นคงระหว่างประเทศและภูมิภาค ที่คาดว่าการรับมือในโลกปัจจุบันจะยากขึ้น อาทิ เหตุผู้ก่อการร้าย เช่น เหตุวางระเบิดที่จาร์กาต้า ที่สถานการณ์แบบนี้เป็นรูปแบบใหม่ และแม้ว่าประเทศ10ประเทศ จะรวมเป็นประชาคม แต่ปัญหาเส้นเขตแดนยังอยู่กับเราและต้องเจรจาแก้ไขต่อไป

“การรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น ขบวนการไอเอสก็เป็นรูปแบบใหม่ รวมทั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติ โรคระบาดข้ามชายแดน อาชญากรรมข้ามชาติ สินค้าและบริการมีทั้งมืดและสว่าง ที่ต้องหาทางป้องกัน ที่ต้องมีการทูตเชิงป้องกันต้องกระชับให้เครื่องมือนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้นว่าจะร่วมกันอย่างไรในการป้องกันร่วมกัน ก่อนที่มันจะลุกลาม”รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศระบุ

นายวิทวัส กล่าวอีกว่า ส่วนเสาประชาคมและวัฒนธรรมก็สำเร็จตามแผนงาน100%ในทางนโยบายเช่น เรื่องแรงงานโยกย้ายถิ่นฐาน สวัสดิการสังคม การจัดการขยะและของเสีย ความหลากหลายทางชีวะภาพ การค้าสัตว์ ที่ทำครบ แต่ยังจะต้องทำไส้ในที่ต้องสานต่อให้เข้มแข็งส่วนเสาเศรษฐกิจสำเร็จแล้ว97.3%ในเรื่องการบริการ การค้าชายแดน การส่งเสริมไมโครเอสเอ็มอี เศรษฐกิจดิจิตัล การทำให้ไทยมีความเชื่อมโยง การเกษตรและอำนวยความสะดวกเรื่องการค้าการลงทุน และที่ต้องสานต่อจะต้องดำเนินการต่อแบบเข้มข้นยิ่งขึ้น ได้แก่เรื่องที่จะต้องทำคือ เรื่องการลงนามให้สัตยาบรรณข้อตกลงต่างๆที่คั่งค้าง เช่น การขนส่งสินค้าผ่านแดน ความตกลงยอมรับร่วมเรื่องอาหารสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ยานยนต์อาเซียน ฯ

“แต่ทั้ง3เสา ยังมีความซ้ำซ้อนของกลไกการทำงานที่ยังคาบเกี่ยวกันทั้ง3เสา ซึ่งในแง่ของกลไกต้องหาเจ้าภาพหรือเจ้าภาพร่วมทำงานร่วมกันทั้ง3เสา เพื่อลดความซ้ำซ้อนด้วยการบูรณาการงานและงบประมาณบางส่วน”รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศกล่าว

นายวิทวัส กล่าวอีกว่านอกจากนี้ที่ประชุมยังได้สรุปเรื่องเร่งด่วน7ข้อที่ต้องทำเพื่อสร้างความตระหนักรู้ในเสาสังคมว่า  ไม่สำคัญยิ่งหย่อนกว่าเสาอื่น เพราะประชาชนยังคิดว่าประชาคมอาเซียนเป็นเรื่องเศรษฐกิจและการเมืองเท่านั้น เพราะความจริงแล้วเกี่ยวข้องกับประชากรทั้ง600กว่าล้านคน ที่ทำยังไงจะให้มีอัตลักษณ์ร่วมกันในการรู้จักเพื่อนบ้านข้ามแดน ที่จะต้องใช้เวลา ร่วมของภาษาการสื่อสารที่ใช้ภาษาอังกฤษที่ยังมีความเข้มและอ่อนต่างกัน และเรื่องแรงงานโยกย้ายถิ่นฐานส่วนความคืบหน้าด้านกฎหมาย ที่ประชุมสอบถามว่าขณะที่มีกฎบัตรอาเซียน ที่เป็นประชาคมที่อยู่บนพื้นฐานของหลักนิติรัฐนิติธรรม ประเทศทั้งหลายต้องนำไปอนุวัติเป็นกฎหมายภายใน เพื่อทำตามพันธะของอาเซียน โดยประเทศไทยมีกฎหมายที่ให้สัตยาบรรณออกเป็นกฎหมายลูก ทั้งเสาการเมืองและสังคมออกครบแล้ว ส่วนเสาเศรษฐกิจเหลืออีก5ฉบับ อาทิ พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ร่างพ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ ร่างประกาศกระทรวงสาธารณะสุขเรื่องหลักเกณฑ์วิธีการจัดทำรายงานการผิดปกติของเครื่องมือแพทย์ ร่างกฎกระทรวงวิธีการแก้ไขและขออนุญาตใบอนุญาตการจับสัตว์น้ำ ร่างระเบียบกรมประมงในการแจ้งข้อมูลการแจ้งอาชีพ และยังมีกฎหมายที่เพิ่มขีดการแข่งขันอีก26ฉบับที่จะต้องดำเนินการให้เร็ว ภายในรัฐบาลนี้

“เท่าที่ฟังจากการประชุมท่านนายกมีความจริงจังมากเรื่องเหล่านี้จะต้องเร่งให้เห็นผล อะไรที่ค้างในกระบวนการปกติ รัฐบาลนี้เร่งรัดได้ขอให้เร่งรัดทำทันที อะไรที่จะต้องเสนอเข้าสภาเพื่อรับรองในขั้นตอนปกติอาจจะช้าในรัฐบาลก่อนหน้านี้ตามกระบวนการ รัฐบาลชุดนี้สามารถเร่งรัดได้”นายวิทวัส กล่าว

รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศกล่าวต่อไปว่า ส่วนกลไกขับเคลื่อนอาเซียนนั้นมีการกำหนดการมาตรฐานกลาง กำหนดให้มีคณะกรรมการอาเซียนแห่งชาติ ที่มีกระทรวงการต่างประเทศเป็นฝ่ายเลขานุการ และรมว.ต่างประเทศ เป็นประธานและจากที่เริ่ม1ม.ค. คณะกรรมการจากนี้จะมีรูปแบบหน้าตาอย่างไรต่อไปเพื่อขับเคลื่อน โดยกระทรวงการต่างประเทศรับไปปรึกษาหน่วยงานอื่นเพื่อนำมาผลักดันให้แต่ละเสาสำเร็จ

“นายกรัฐมนตรีอยากจะเห็นสิ่งที่คั่งค้างของแต่ละเสามาคลี่แล้วต้องบอกได้ว่าระยะถัดนี้ต่อไป1เดือน3เดือน6เดือนอะไรจะสำเร็จ แก้แล้วหรือยัง ผลจะออกมาอย่างไร ที่จะต้องรับไปทุกหน่วยงานเร่งรัดการขับเคลื่อนให้มีผลสำเร็จต่อไป”นายวิทวัส กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในที่ประชุมได้มอบหมายให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับผิดชอบในการหาหน่วยงานเจ้าภาพของแต่ละเสา เพื่อขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ

Leave a comment