เจาะขุมทรัพย์ลูกเทพ EP.1 ปลอม ปั่น! จุดเสื่อมจตุคามฯ จากหมื่นล้านสู่ของไร้ค่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574078

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.พ. 2559 05:30

 

ถือว่าเป็นช่วง “หัวเลี้ยวหัวต่อ” สำหรับกระแสฟีเว่อร์ของ “ตุ๊กตาลูกเทพ”ตอนนี้สถานการณ์ความชื่นชอบ ชื่นชม เข้าขั้น “ลูกผีลูกคน” เมื่อมีการจัดระเบียบ ตรวจสอบ จากหน่วยงานต่างๆ อีกทั้งหมอดู หมอผี ทายทักว่า “จิตวิญญาณ” ในตุ๊กตานั้น อาจจะไม่ใช่ “เทพ” แต่อาจจะเป็น “ผีตายโหง” ก็ว่ากันไป

…แต่คนเจน Y ยุคต้น อย่าง “อาสาม” แห่งทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์เห็นตุ๊กตาแล้วเสียงโหยหวน “หนูอยากกลับบ้าน…” ก็ก้องขึ้นมาในหัวทันที ละครที่เกี่ยวกับ “ตุ๊กตาผี” เมื่อปี 2531 ยังหลอกหลอนอยู่ อย่างไรก็ดี หากมองย้อนกลับไปในอดีต จะพบว่า กระแสลูกเทพนั้นมีความคล้ายคลึงกับ “จตุคามรามเทพ” เป็นอย่างมาก

มองย้อนอดีต “จตุคามรามเทพ” ของขลังแดนใต้

ความเป็นมาของ “จตุคามรามเทพ” ที่จริงแล้ว ถูกปลุกเสกตั้งแต่ปี 2530 ตามความเชื่อที่ว่า คือ 1.อธิษฐานขอสิ่งที่เป็นไปได้ โดยไม่ขัดต่อศีลธรรม 2.เมื่อได้รับสิ่งที่หวังแล้วต้องรักษาสัจจะที่ได้ให้ไว้กับพระองค์ และ 3.ควรจะสร้างกุศลกรรมถวายแด่พระองค์จตุคามรามเทพ

จากหนังสือสนทนาธรรม “คติ จตุคามรามเทพ” ได้เล่าประวัติความเป็นมาหลายอย่าง บ้างก็ว่าเป็นกษัตริย์พี่น้อง 2 พระองค์ “จตุคาม” องค์หนึ่ง และ “รามเทพ” องค์หนึ่ง ซึ่งเมื่อสวรรคตแล้วก็มาเป็นเทพพิทักษ์พระบรมธาตุ เทพผู้รักษาเมืองนครศรีธรรมราช และ อาณาจักรทะเลใต้

ขุนพันธุ์ มือปราบจอมขมังเวทย์

จตุคามรามเทพ รุ่น 1 “หลักเมือง 30” อันลือลั่นนั้น ถูกจัดสร้างโดย “ขุนพันธ์” หรือ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ ราชเดช หรือ เจ้าของฉายา “มือปราบจอมขมังเวทย์” นอกจากนี้ ขุนพันธ์ยังจัดสร้างพระจตุคามรามเทพ อีกหลายรุ่น กระทั่งขุนพันธ์เสียชีวิต เมื่อวันที่ 5 ก.ค.2549 อายุรวม 108 ปี

หลังขุนพันธ์ตาย ผู้คนก็เริ่มหาของที่ขุนพันธ์เคยมี เคยเก็บ หรือแม้กระทั่งเคยสร้าง “จตุคามรามเทพ” ถูกกล่าวถึงและกลายเป็นของฟีเว่อร์ในปีถัดมา พ.ศ.2550

ส่วนใหญ่ผู้ที่เลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพ จะตั้งชื่อให้ด้วย

จตุคามฯ ฟีเวอร์ ของแท้ราคาพุ่ง ของเก๊เกลื่อน

หลังจากเริ่มมีกระแส ผู้ประกอบการด้านของขลัง ก็แห่แหนปลุกเสก ทำให้ “จตุคามรามเทพ” ออกสู่ตลาดทั่วประเทศ ไม่ว่าจังหวัดไหนก็พร้อมที่จะปลุกเสก แต่ที่ฮิตมากที่สุด ก็ต้องเป็นเมืองคอน ดินแดนต้นกำเนิดของ “จตุคามฯ” ส่งผลให้เศรษฐกิจของที่นครศรีธรรมราชหมุนเวียนเป็นอย่างดี มีเงินเข้ามหาศาล กระทั่ง…สองผัวเมียขายผักและผลไม้ในตลาดหัวอิฐ ที่เมืองนครศรีธรรมราช ได้เข้าแจ้งความจับ นายจำนง หรือ จ่าพันธ์ บุษบรรณ อายุ 51 ปี อ้างว่าเป็นลูกบุญธรรมของ ขุนพันธ์ หลังจากไปเช่า “จตุคามรามเทพ รุ่น สรงน้ำพระธาตุ 50 เป็นจำนวน 83 องค์ รวมเป็นเงิน 83,000 บาท แต่เมื่อนำไปตรวจสอบพบว่าเป็นของปลอม

ขณะที่ นายณสรรค์ พันธรักษ์ราชเดช ลูกชายคนโตของขุนพันธ์ กล่าวว่า “นายจำนง หรือ จ่าพันธ์ ไม่ใช่ลูกบุญธรรมของพ่อ แต่รู้จักกันจริง เพียงแต่เข้ามาช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

กระแสฟีเวอร์ดังกล่าว ทำให้พวกหัวใสออกมากอบโกย ปั๊มจตุคามฯ ปลอมกันเกลื่อนตลาด จตุคามฯ บางรุ่น นำออกมาให้เช่าแบบที่ดินยังไม่แห้งก็มี ก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรม ฉก ชิง วิ่งราว จตุคามฯ กระทั่งเบียดเสียดแย่งกัน กระทั่งหญิงชราวัย 51 ปี เป็นลมเสียชีวิตคาห้องประชุม

รุ่นคำภีร์เศรษฐี

เงินสะพัด 3 หมื่นล้าน ดัน จีดีพี 1.5% 

ทั้งนี้ นายฉลอง สุนทราวาณิชย์ อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวในงาน เสวนา ในหัวข้อ “จตุคามรามเทพ : สังคม ศรัทธา และมูลค่าทางการตลาด เมื่อวันที่ 26 เม.ย.50 ว่า กระแสจตุคามฯ คือเครื่องรางที่ถูกพัฒนาไปเป็นสินค้ามีมูลค่า ทั้งมีการลงทุน เก็งกำไร และมีการยกระดับเป็นอุตสาหกรรมเครื่องราง เป็นส่วนหนึ่งของระดับเศรษฐกิจ โดยตั้งแต่ปี 2530-2550 มีการก่อสร้างจตุคามฯ ออกสู่ตลาดแล้ว 340 รุ่น คิดเป็นจำนวน 30-60 ล้านองค์ มีมูลค่าราว 3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าจตุคามฯ ราว 1 หมื่นล้าน ที่เหลือเป็นอุตสาหกรรมต่อเนื่องในเรื่องการผลิตสิ่งพิมพ์​ 2 หมื่นล้าน คิดเป็น 1.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)

ขณะที่ นายนิธิ เอี่ยวศรีวงศ์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน (ขณะนั้น) กล่าวว่า เป็นความเชื่อของคนชั้นกลาง แต่ไม่ใช่ว่าห่างวัด แต่ไม่มีศาสนาจึงสร้างศาสนาขึ้นใหม่ ความเชื่อเรื่องจตุคามฯ โดยแก่นแท้ขัดกับหลักพุทธศานา ที่สอนให้“ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”

รุ่นทรัพย์ราชาเทพ

ต่อมา นายอังคาร กัลยาณพงศ์ ศิลปินแห่งชาติชาวเมืองคอน ได้ออกมาเตือนสติคนไทยว่า “จตุคามรามเทพมีเกลื่อนมากมายในปัจจุบัน แรกเริ่มเกิดขึ้นในการสร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราช แต่เดิมนั้นนครศรีธรรมราชไม่มีหลักเมืองเหมือนกับจังหวัดอื่นๆ แต่บรรพบุรุษจะยึดพระบรมธาตุเป็นหลักเมือง แต่เมื่อมีการสร้างหลักเมืองใหม่ โดยเป็นความคิดของผู้แทน เนื่องจากต้องการคะแนนนิยมจากประชาชน ก็เลยมีการสร้างเหรียญจตุคามรามเทพขึ้น โดยมีจอมขมังเวทย์เป็นผู้ปลุกเสก เพราะช่วงนั้นได้รับความนับถือจากประชาชนในเรื่องอำนาจ ลี้ลับ และไสยศาสตร์ ซึ่งจริงๆ แล้วดี แต่ก็ตกเป็นเครื่องมือในการหาเสียงนั่นเอง

จากสูงสุด ลงสู่สามัญ 

จากกระแส “จตุคามฯ ฟีเวอร์” ก็ค่อยๆ เสื่อมถอยลง หลังจากมีผู้สร้างมากหน้าหลายตาแห่กันสร้าง ของจริง ของปลอม ออกสู่ตลาดจำนวนมหาศาล นักเก็งกำไรกอบโกยปั่นราคาจนชาวบ้านถึงกับผวา ส่วนใครที่มาทีหลังซื้อตุนไว้ก็ต้องเจ็บ เพราะ “จมทุน” ขายไม่ออก จากราคาจตุคามฯ​ หลักพัน หมื่น แสน และ ล้าน กลายเป็นวัตถุมงคลไร้ราคา ถูกนำมาโยนทิ้งกันไปจำนวนมาก ถึงแม้มวลสาร ดีแค่ไหน หากไร้ศรัทธา ทุกอย่างก็กลายเป็นความ “ว่างเปล่า” ด้วยเหตุนี้ มนต์ขลังแห่งจตุคามฯ จึงค่อยๆ เสื่อมถอยไปในที่สุด

ทั้งหมดคือเรื่องราวของ “จตุคามรามเทพ” ที่ “อาสาม” นำมาฝาก ส่วน “ตุ๊กตาลูกเทพ” นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร มูลค่าการตลาดมากมายแค่ไหน โปรดติดตามในตอนหน้า…

———

สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์
สามารถส่งเรื่องราว หรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่ reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

Leave a comment