ลักทรัพย์นายจ้าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05115010958&srcday=2015-09-01&search=no

วันที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 27 ฉบับที่ 606

ฎีกาชาวบ้าน

โอภาส เพ็งเจริญ o-pas@matichon.co.th

ลักทรัพย์นายจ้าง

รถบรรทุกของบริษัทแต่ละคัน คนขับแต่ละคน บริษัทจะมอบบัตรเติมน้ำมันอิเล็กทรอนิกส์ให้ ของใครของมัน มีรหัสประจำตัวคนขับ ไว้ให้ไปเติมน้ำมันที่สถานีบริการ เสร็จแล้วนำสลิปที่ระบุว่า รถทะเบียนนี้ ไปเติมเวลาใด ส่งฝ่ายบัญชี เพื่อว่าสิ้นเดือนจะรวบรวมตัวเลข นำเงินจ่ายแก่ธนาคารผู้ออกบัตร

รถบรรทุกทุกคัน ต้องเข้าบริษัทตั้งแต่ 17.00 น. และไม่ออกไปในช่วงกลางคืน

ทว่าในรอบเดือนหนึ่ง ฝ่ายบัญชีตรวจพบรายการเติมน้ำมัน ว่าวันหนึ่ง เวลา 20.50 น. รถคันหนึ่งไปเติมน้ำมัน มูลค่า 3,200 บาท เลยตรวจสอบกันอย่างละเอียด เพราะรถบริษัททุกคัน ไม่สามารถเติมน้ำมันได้ถึง 3,000 บาท

จริงๆ แล้วรถคันนั้น มีบันทึกเข้าบริษัทตั้งแต่ เวลา 17.00 น. และไม่ได้ออกไปอีก แต่ปรากฏบัตรอิเล็กทรอนิกส์สำหรับคนขับรถคันนั้น ไปทำรายการเติมน้ำมันตอนเกือบสามทุ่ม

ตรวจดูกล้องวงจรปิดที่สถานีบริการน้ำมัน ได้พบคุณเงือบ พนักงานขับรถอีกคันปรากฏตัวที่ตู้เก็บเงินของสถานีบริการน้ำมันในเวลาใกล้เคียงนั้น

แต่บัตรไม่ใช่บัตรประจำของคุณเงือบ หากแต่เป็นบัตรประจำรถคันที่คุณโผงขับ

บริษัทเรียกคุณเงือบมาชี้แจง

คุณเงือบหายเงียบ ไม่ยอมมาชี้แจง ทิ้งงานไปเลย

บริษัทร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีคุณเงือบ 1 เดือน ต่อมา เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมคุณเงือบได้

พนักงานอัยการฟ้องคุณเงือบ กล่าวหาว่ากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188, 269/5, 269/7, 335 (1) (11)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า คุณเงือบมีความผิด ตามมาตรา 188, 335 (1) (11) วรรคสอง 269/5 ประกอบ 269/7 ให้จำคุก

คุณเงือบอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษา แก้เป็นว่ายกฟ้อง ฐานลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างในเวลากลางคืน และฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

พนักงานอัยการโจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บัตรตามฟ้องเป็นของบริษัท มอบให้คุณโผงไปใช้เติมน้ำมันรถคันที่คุณโผงขับเท่านั้น เป็นการมอบให้ยึดถือชั่วคราว กรรมสิทธิ์ และสิทธิครอบครองบัตรยังอยู่กับบริษัท ผู้ใดเอาไปย่อมถือได้ว่า เป็นการเอาไปจากบริษัท แม้พยานหลักฐานไม่มีผู้ใดรู้เห็นขณะคุณเงือบเอาไป แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ยุติ ว่าคุณเงือบเป็นผู้ใช้บัตรนั้น ประกอบกับเมื่อเรียกมาชี้แจง คุณเงือบไม่ยอมมา กลับทิ้งหน้าที่ออกจากการเป็นลูกจ้างบริษัท ทั้งที่ขับรถมาถึง 8 ปี ซึ่งคือหลบหนีนั่นเอง แถมย้ายออกจากที่พักไป

เชื่อว่าคุณเงือบเป็นผู้เอาบัตรนี้ไปใช้โดยไม่มีข้อสงสัย การที่สามารถนำบัตรไปใช้ได้ แสดงว่ารู้รหัสบัตร ส่วนจะรู้ได้อย่างไร สมคบกับคุณโผงหรือไม่ ไม่เป็นสาระสำคัญ เพราะหากสมคบกันก็ไม่ทำให้คุณเงือบไม่มีความผิดฐานนี้

ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า คุณเงือบมีความผิดฐานลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างในเวลากลางคืน ฐานเอาไปซึ่งเอกสารของผู้อื่น ให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

เมื่อรวมกับโทษฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว เป็นให้จำคุก 3 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

(เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10025/2557)

………………………………………………………

ประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 188 ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

มาตรา 335 ผู้ใดลักทรัพย์

(1) ในเวลากลางคืน

(11) ที่เป็นของนายจ้าง หรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง

มาตรา 269/5 ผู้ใดใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 269/7 ถ้าการกระทำดังกล่าวในหมวดนี้ เป็นการกระทำเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการ หรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด ผู้กระทำต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นๆ กึ่งหนึ่ง

เรื่อง -ปอบิด : ไม้พุ่มที่เป็นยา

คอลัมน์ – ปลูกต้นไม้จากหนังสือ

โดย – สุวรรณ พันธุ์ศรี

หลายวันมาแล้ว นั่งคุยกับเพื่อนที่มาจากบ้านนอกในหลายหลายเรื่อง

เรื่องหนึ่งที่เพื่อนให้ความเห็นคือเรื่อง “ความคิด” ของผู้คนในทุกวันนี้

ที่คนเราทะเลาะเบาะแว้ง จนถึงขั้นฆ่าแกงกันนั้น ก็เพราะเรื่อง “ความคิด”

เมื่อไหร่ก็ตามที่ “ความคิด” ของคนเราไม่เป็นไปในทางเดียวกัน หรือทับกันสนิท มิตรก็กลายเป็นศัตรู

พระพุทธเจ้าท่านทรงตรัสรู้เรื่อง “ความคิด” จึงได้เทศนาสอนให้ผู้คนเอาชนะความคิดด้วยทางสายกลาง

คือไม่สุดโต่ง หรือต่ำเกินไป ถ้าจะว่าแบบชาวบ้านก็คือ พอดี

ปัญหาที่เกิดขึ้นบนโลกทุกวันนี้ ก็เพราะความคิดที่สุดโต่งเกินไป หมกมุ่นเกินไป

ใครไม่คิดคล้อย ก็คิดฆ่า จึงหาความสงบสุขยาก

ฟังเพื่อนสาธยายก็ชักจะเห็นตาม

แต่ยังไงเสียก็ต้องให้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

ปลูกต้นไม้ปักษ์นี้ จะชวนปลูกต้น “ปอบิด”

ใครที่มีที่ทางอยู่บ้าง ก็อยากจะให้ปลูกเอาไว้ เพราะเป็นไม้กลางแจ้ง ชอบแสงแดด ไม่ต้องดูแลมาก

ปอบิด จัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นจะมีขนทั่วไป เปลือกที่หุ้มลำต้นจะมียางเหนียว ความสูงโดยเฉลี่ย 2 ถึง 3 เมตร

ถ้าหากขึ้นเองตามธรรมชาติ ก็พอจะพบเห็นได้ตามป่าเบญจพรรณทั่วไป

ลักษณะของใบปอบิด จะเป็นใบเดี่ยว ค่อนข้างใหญ่ ขอบใบจะหยัก โคนใบเว้า หน้าใบและท้องใบจะมีขนขึ้นประปราย

ส่วนของดอกปอบิด จะออกเป็นกระจุก ลักษณะกลีบสีส้ม หรือสีอิฐ ออกระหว่างใบและลำต้น

พอดอกเริ่มโรยจะติดผล ซึ่งมีลักษณะเป็นฝัก บิดคล้ายเชือกควั่น เมื่อแก่สีน้ำตาลเข้มถึงดำ และแตกอ้า

ประโยชน์ที่ได้จากปอบิด ที่คนโบราณนำมาใช้คือส่วนของเปลือก ผล และราก

เปลือกลำต้น มีสรรพคุณทางยา แก้โรคบิด แก้ท้องร่วง และเป็นยาบำรุงธาตุ

ผล มีสรรพคุณทางยา ช่วยขับเสมหะ แก้ท้องอืด รักษาแผลในกระเพาะอาหาร หรือแก้อักเสบเรื้อรัง

ราก มีสรรพคุณทางยา ช่วยบำรุงธาตุ และขับเสมหะ

นี่คือประโยชน์ที่ได้จากปอบิด

ผู้ที่จะนำมาใช้ขอให้ปรึกษาผู้รู้เฉพาะทาง เพื่อที่จะใช้ได้อย่างถูกต้อง และเป็นคุณจริง

การนำมาใช้โดยไม่ศึกษา แทนที่จะได้คุณ กลับจะเป็นโทษ โรคก็ไม่หาย

แต่หายไปจากโลก

Leave a comment