เตรียมความพร้อม สู่ “การยางแห่งประเทศไทย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05129010958&srcday=2015-09-01&search=no

วันที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 27 ฉบับที่ 606

เรื่องเล่าจากสองข้างทาง

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ

เตรียมความพร้อม สู่ “การยางแห่งประเทศไทย”

ขณะนี้วงการยางพาราไทยได้เข้าสู่มิติใหม่ ภายหลังร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย ได้ผ่านความเห็นชอบและประกาศใช้อย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อย โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงลงพระปรมาภิไธย และประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมาย การประกาศ พ.ร.บ. ดังกล่าว ทำให้เกิดองค์กรใหม่ คือ “การยางแห่งประเทศไทย” หรือ กยท. เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนและบริหารงานยางพาราของประเทศอย่างครบวงจร ทั้งด้านการผลิต การแปรรูป การตลาด อุตสาหกรรม งานวิจัยและวิชาการ ตลอดจนการพัฒนาเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ซึ่งจะทำให้การพัฒนายางพารามีประสิทธิภาพและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น

ทันทีที่พระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทยประกาศบังคับใช้ มี 3 หน่วยงานยางพารา ที่ต้องยุติบทบาทลงและยุบรวมกัน ได้แก่ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) องค์การสวนยาง และสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ขณะเดียวกันจะมีหน่วยงานใหม่เกิดขึ้นคือ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) หรือ Rubber Authority of Thailand (RAOT) เป็นซึ่งองค์กรรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่ขับเคลื่อนและดำเนินงานพัฒนาระบบยางพาราของประเทศให้เป็นเอกภาพและมีศักยภาพสูงขึ้น พร้อมผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางผลิตภัณฑ์ยางของภูมิภาคอาเซียน และเป็นผู้นำตลาดยางพาราโลกในอนาคต

สิ่งสำคัญที่ต้องเร่งเตรียมความพร้อมคือ การบริหารจัดการองค์กร ทั้งระบบการเงิน บัญชี และงบประมาณของปี 2558-2559 ซึ่งจะต้องปรับปรุงใหม่ให้สอดคล้องกับการเป็น กยท. โดยเฉพาะปีงบประมาณ 2558 อาจต้องนำมาใช้เพื่อการบริหารจัดการ กยท. ประมาณ 2 เดือน หรือแม้แต่ระบบทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางต้องเร่งดำเนินการให้เรียบร้อยด้วย ซึ่ง สกย. จะมีบทบาทภารกิจเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มุ่งการส่งเสริมปลูกแทน มาเป็นการสนับสนุนกิจการของสถาบันเกษตรกรให้เติบโตขึ้น สำหรับประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือ การใช้เงินสงเคราะห์ หรือเงินเซส (Cess) โดยให้ กยท. จัดทำแผนบริหารเงินกองทุนนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ เพื่อควบคุมการขยายตัวของ กยท. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจต่อไป

เบื้องต้นจำเป็นต้องเร่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่และภารกิจของ กยท. และพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย ทั้งยังต้องพัฒนาระบบไอที (IT) เพื่อการบริหารจัดการยางพาราให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ขณะเดียวกันยังต้องเตรียมยุทธศาสตร์การพัฒนายางพาราของประเทศ พร้อมขับเคลื่อนพัฒนายางพาราให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล และตามมติคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รวม 16 โครงการ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางให้มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น มีความมั่นคงและยั่งยืนในการประกอบอาชีพการทำสวนยาง และสามารถยกระดับระบบตลาดให้มีเสถียรภาพด้วย

นอกจากนั้น ยังเตรียมความพร้อมบริหารจัดการกองทุนพัฒนายางพารา โดยจัดสรรเงินกองทุนฯ เพื่อวัตถุประสงค์ 6 ข้อ คือ

1. ใช้เพื่อบริหารจัดการองค์กร 10%

2. ใช้สนับสนุนการศึกษาวิจัยยางพารา 5%

3. ใช้เพื่อส่งเสริมการปลูกแทน 40%

4. ใช้เพื่อส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางเพื่อเพิ่มมูลค่า ส่งเสริมการใช้ยางภายในประเทศ พัฒนาระบบตลาดและการขนส่ง และรักษาระดับราคายางให้มีเสถียรภาพ 35%

5. สวัสดิการเกษตรกรชาวสวนยาง 7% และ

6. ใช้เพื่อส่งเสริมสนับสนุนสถาบันเกษตรกร 3%

อย่างไรก็ตาม วาระเริ่มแรกจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย หรือ บอร์ด กยท. และแต่งตั้งผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทยเป็นการชั่วคราว ขึ้นมาดูแลก่อน และภายใน 120 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวมีผลบังคับใช้ ครม. จะมีการแต่งตั้งประธานบอร์ด กยท. พร้อมแต่งตั้งผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทยตัวจริง เพื่อทำหน้าที่บริหารและขับเคลื่อน กยท. ต่อไป และเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง โดยมีหน่วยงานยางระดับจังหวัดเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนา และบริหารจัดการยางพาราในพื้นที่อย่างครบวงจร ตั้งแต่การขึ้นทะเบียนเกษตรกร การผลิต การแปรรูป และการตลาด

ในอนาคต กยท. จะเป็นหน่วยงานกำหนดนโยบายด้านยางพาราทั้งระบบของชาติ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ทั้งยังเป็นรากฐานสำคัญในการบริหารจัดการยางพาราไทย ดังนั้น บุคลากรและเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลง โดยต้องมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย รวมถึงบทบาทหน้าที่ ของ กยท. เพื่อเป็นกำลังร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาการยางพาราทั้งระบบอย่างครบวงจร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรชาวสวนยาง อุตสาหกรรมยางพารา และช่วยยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ และคาดว่า กยท. จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับยางพาราไทยมีความมั่นคงและยั่งยืนด้วย

Leave a comment