ย้ำเกณฑ์ประชามติ คสช.ดันรัฐธรรมนูญเต็มสูบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 10:18 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/415681

ย้ำเกณฑ์ประชามติ คสช.ดันรัฐธรรมนูญเต็มสูบ

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

เคาะเบื้องต้นวันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ จะเป็นวันที่ 31 ก.ค. และให้ขยายเวลาปิดหีบลงคะแนนยาวออกไปจากเดิมถึงเวลา 16.00 น.

ล่าสุด ที่ประชุมเตรียมความพร้อมการทำประชามติ ซึ่งมี วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 เพื่อกำหนดความชัดเจนเรื่องคะแนนเสียงที่จะยึดเสียงข้างมากของ “ผู้มาใช้สิทธิ”

ตัดปัญหา​ความคลุมเครือจากเดิมที่เคยถกเถียงกันว่า หากยึดตามตัวบทรัฐธรรมนูญแล้ว การที่ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติต้องใช้คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของ “ผู้มีสิทธิ” ซึ่งจะทำให้โอกาสที่ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติได้เป็นไปได้ยาก

การตัดสินใจปรับกติกาให้เกิดความชัดเจนครั้งนี้จึงมองว่าเป็นสัญญาณ​ “ตอกย้ำ” ว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องการผลักดันร่างรัฐธรรมนูญให้ไปถึงปลายทาง มากกว่าจะต้องเลือกเดินทางอื่นเพื่อเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งในปี 2560 ตามโรดแมป

การแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) พ.ศ. ​2557 รอบนี้จะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน และในอีก 1-2 วันนี้จะส่งให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ ก่อนนำเข้าที่ประชุมร่วมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ คสช.ต่อไป พร้อมกับมอบหมายให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สำนักงบประมาณไปพิจารณาลดจำนวนการจัดพิมพ์และค่าทำประชามติ วงเงิน 4,200 ล้านบาท

ท่าทีที่ผ่านมา คสช.แสดงออกชัดเจนว่าออกแรงดันและพยายามปรับแก้เงื่อนไขต่างๆ เพื่อเปิดทางทำให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติได้สะดวกขึ้น

เริ่มตั้งแต่ ส่ง รด.ไปทำความเข้าใจและประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิลงประชามติ สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง

อีกด้านหนึ่งยังผุดรายการ “แกะกล่องรัฐธรรมนูญ” เผยแพร่เนื้อหาจุดดีจุดเด่นในร่างรัฐธรรมนูญ ควบคู่ไปกับการชี้แจงทำความเข้าใจในประเด็นจุดอ่อนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์

แม้จะเปิดให้มีการรณรงค์ “ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ” แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องข้อห้ามที่ล็อกเอาไว้ว่า ห้ามรณรงค์ในลักษณะเข้าข่ายบิดเบือนหลอกลวง เพราะเนื้อหาในหลายส่วนยังมีความเห็นที่แตกต่างกันในสังคมอยู่มาก การนำเสนอข้อมูลหักล้างเหตุผลของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จึงอาจถูกตีความว่าเป็นการบิดเบือน

ขณะที่การมอบหมายให้ กกต.เป็นเจ้าภาพจัดเวทีสำหรับผู้ที่ไม่เห็นด้วย โดยอาจเชิญตัวแทนพรรคการเมืองพรรคละ 1-2 คน และ กรธ.มาหารือร่วมกันในเวที ก็ถือเป็นการคุมและจำกัดวงไม่ให้กลุ่มต้านออกไปเคลื่อนไหวได้อิสระ

จนมาถึงการเปิดไพ่ใบสุดท้ายที่ใช้เสียงข้างมากของผู้มาลงคะแนนที่เป็นตัวตัดสิน ซึ่งจะทำให้พอมีโอกาสที่รัฐธรรมนูญผ่านประชามติ

​ไม่แปลกที่อีกด้านหนึ่ง ซุ่มเสียงของ กรธ.ดูจะยอมอ่อนพร้อมปรับแก้ไขในเนื้อหาหลายส่วนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย ไม่เฉพาะจากฝั่งขั้วอำนาจเก่า หรือกลุ่มการเมือง

แต่ทั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ​สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ก็ออกมาไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญหลายประเด็น

เริ่มตั้งแต่ระบบที่มาของ สว. ซึ่งกำหนดให้แต่ละกลุ่มอาชีพเลือกกันเองขึ้นมาจากระดับท้องถิ่น และเลือกไขว้ระหว่างกลุ่มเพื่อป้องกันการฮั้วกันเอง แต่ทั้ง สปช.​และ สนช.กลับเห็นว่าไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาและไม่มีหลักประกันว่าจะได้บุคคลที่มีคุณภาพ

ทางแก้อาจอยู่ที่การกลับไปใช้ระบบสรรหา แต่เปลี่ยนตรงกระบวนการสรรหา โดยเฉพาะกรรมการที่มีปัญหาในอดีตอาจต้องเพิ่มจำนวนให้มากขึ้น ไม่กระจุกการตัดสินใจไว้ที่คนเพียงไม่กี่คน

ประเด็นถัดมาคือ นายกฯ คนนอก ที่กำหนดให้พรรคการเมืองต้องเสนอชื่อบุคคลที่จะเสนอให้เป็นนายกฯ ​พรรคละไม่เกิน 3 ชื่อ เพื่อป้องกันการสืบทอดอำนาจโดยให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจคัดกรองต่อจากพรรคการเมืองที่เสนอ

แต่ในทางปฏิบัติเป็นห่วงว่าสุดท้ายนี่จะกลายเป็นเงื่อนไขที่ล็อกตัวเองเมื่อเกิดวิกฤตในอนาคต นอกจากไม่สามารถแก้ปัญหาอย่างที่ต้องการแล้ว ยังอาจสร้างปัญหาใหม่ในอนาคต

ประเด็นที่น่าจะมีการแก้ไขอีกประเด็นคือเรื่องสิทธิที่หายไป ​อย่างสิทธิชุมชน ที่หากไม่แก้ไขในประเด็นนี้ย่อมเกิดแรงต้านจนพานให้รัฐธรรมนูญถูกคว่ำทั้งฉบับ

ส่วนประเด็นเรื่องระบบเลือกตั้งแบบบัตรเดียว ได้ทั้ง สส.เขต สส.บัญชีรายชื่อ และนายกฯ​ แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างมาก แต่แนวโน้มที่ กรธ.จะปรับแก้คงเป็นไปได้ยาก

มากที่สุดอาจเป็นเพียงแค่การปรับแก้ในส่วนของระบบเขตจากเดิมที่เป็นแบบเขตเดียวเบอร์เดียว อาจปรับเป็นเขตใหญ่ไม่เกิน 3 เบอร์ เพื่อลดความดุเดือดในพื้นที่ ทำให้การซื้อเสียงต้องใช้เงินเพิ่ม

สุดท้ายเหลือเพียงแค่เงื่อนไขในกรณีที่หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ จะเดินต่อไปอย่างไรที่เป็นเหมือนไม้ตายสุดท้ายที่วิษณุยังอุบไต๋และบอกว่าอาจมีเซอร์ไพรส์ก็ได้

​ทั้งหลายทั้งปวงก็เพื่อเป้าหมายเดียวคือทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติ

 

Leave a comment