ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20160210/222182.html
การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559
‘นิกร’ กังขามาตรฐานความชอบธรรมการยุบพรรคการเมืองของศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ ควรเป็นหน้าที่ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาตัดสินและให้ถือเป็นที่สุดจะดีกว่า
10 ก.พ. 59 เมื่อเวลา 13.00 น. นายนิกร จำนง สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ในฐานะอดีตผู้อำนายการพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีที่ศาลฎีกายกฟ้อง กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยจ้างพรรคเล็กลงเลือกตั้งเมื่อปี 2549 แต่กลับถูกศาลรัฐธรรมนูญ (ศร.) สั่งยุบพรรคในก่อนหน้านี้ ว่า กรณีการยุบพรรคชาติไทยที่ผ่านมา ก็มีลักษณะคล้ายกัน โดยศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค ตามมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งทางพรรคได้แถลงต่อศาลว่า ทางพนักงานสอบสวนและอัยการไม่สั่งฟ้อง ด้วยเห็นว่าไม่มีความผิด และไม่มีความเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่มีการรับฟัง ส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ์ 5 ปี โดยหลังจากนั้น มีอดีตตุลาการท่านหนึ่งระบุถึงกรณีการยุบพรรคครั้งนั้นว่า เนื่องจากสถานการณ์ขณะนั้นบ้านเมืองวุ่นวาย หาทางออกไม่เจอ ศาลรัฐธรรมนูญจึงต้องวินิจฉัยเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย คำถามคือว่า หลักเกณฑ์ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจะถือเอาตามข้อเท็จจริง หรือยึดตามสถานการณ์ และอำนาจสูงสุดของความยุติธรรมอยู่ที่คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลฎีกากันแน่
นายนิกร กล่าวอีกว่า ในร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญอย่างมาก ตั้งแต่การให้อำนาจถอดถอน การให้ศาลรัฐธรรมนูญร่วมกำหนดมาตรฐานจริยธรรม ซึ่งมีผลบังคับใช้กับ ส.ส. , ส.ว. , และคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกจากนี้ยังมีอำนาจในการวินิจฉัยตามมาตรา 7 ที่เคยมีอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับก่อนด้วย หรือแม้แต่ตัวตุลาการที่สามารถมีอายุได้ถึง 75 ปี ในขณะที่องค์กรอิสระอื่นๆ กำหนดเพียง 70 ปี อีกทั้งยังได้แยกหมวดศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากมีปัญหาในส่วนนี้ก็แก้ไขได้ยาก โดยจะต้องถามไปยังศาลรัฐธรรมนูญก่อน โดยอาจมีเรื่องผลประโยชน์เกี่ยวข้องก็ได้ โดยรวมแล้วถือเป็นการสถาปนาอำนาจที่ 5 ขึ้นมาอย่างเต็มรูปแบบนอกเหนือจากอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ และองค์กรอิสระที่มีอยู่เดิม
“ด้วยเหตุนี้ควรมีการพิจารณารอบคอบเกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ ที่ยังคงมีข้อกังขาอยู่ สมควรให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจที่ควรจะเป็น คือพิจารณาความขัดแย้งระหว่างองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ส่วนการพิจารณาเรื่องบุคคลนั้นควรจะให้ศาลสูงสุด คือศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาตัดสินและให้ถือเป็นที่สุดจะดีกว่า นอกจากนี้การออกกฎหมายลูกว่าด้วยการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญก็เป็นเรื่องที่มีความจำเป็น หรือแม้แต่การตั้งคณะตุลาการก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน ไม่เช่นนั้นจะเกิดข้อกังขาเกี่ยวกับมาตรฐานและความเป็นธรรมของศาลรัฐธรรมนูญอย่างที่เคยเป็นมา และอาจขยายผลไปสู่ความขัดแย้งในประเทศขึ้นอีกได้”
