ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20160209/222100.html
การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559
‘สมชาย’ อัดร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ยึดโยงประชาชน แนะเปิดกว้างรับฟังความเห็น อดีตรองประธานวุฒิสภา ค้านเลือกตั้ง ส.ว.จากกลุ่มอาชีพ เชื่อบล็อกโหวตได้
9 ก.พ. 59 นายสมชาย วงสวัสดิ์ อดีตนายรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงร่างรัฐธรรมนูญ ว่า หลังการเผยร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้นแล้ว อยากให้ประชาชนทุกคนศึกษาร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวก่อนจะตัดสินใจออกเสียงประชามติ และรัฐบาลควรเปิดโอกาสให้ประชาชนและพรรคการเมือง หารือเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญโดยไม่ปิดกั้น โดยไม่ต้องกลัวความคิดของประชาชนที่จะสะท้อนออกมา รวมถึงความเคลื่อนไหวต่างๆ ซึ่งตนเชื่อว่า ทุกความเห็นที่แสดงออกมาจะเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ
นายสมชาย กล่าวอีกว่า ส่วนตัวเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีหลายประเด็นที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน ทั้งการเลือกแบบกาใบเดียวที่ทำให้ได้ ส.ส.ไม่สะท้อนความต้องการ และยึดโยงกับประชาชน รวมถึงการได้มาของ ส.ว.เป็นต้น เชื่อว่าถ้ากรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยอมเปิดรับความเห็นต่างๆ ก็จะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ไม่ควรให้เพียงคนกลุ่มเดียวคิด
ส่วนกรณีที่กองทัพบกมอบหมายให้นักศึกษาวิชาทหารลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ นายสมชาย กล่าวว่า หากจะทำความเข้าใจก็ควรจะชี้แจงให้ครอบคลุมทุกประเด็น โดยไม่ใช่การชี้นำ ทั้งนี้ ทางพรรคเพื่อไทยได้รับร่างรัฐธรรมนูญแล้ว และเตรียมหารือในรายละเอียด เพื่อส่งความเห็นข้อเสนอแนะก่อนวันที่ 15 ก.พ.นี้
อดีตรองประธานวุฒิสภา ค้านเลือกตั้ง ส.ว.จากกลุ่มอาชีพ เชื่อบล็อกโหวตได้
นายอนันต์ อริยะชัยพาณิชย์ อดีตรองประธานวุฒิสภา และอดีต ส.ว.สุรินทร์ กล่าวถึงกรณีที่ กรธ. ให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มาจากเลือกตั้งทางอ้อมจาก 20 กลุ่มอาชีพ ว่า คนที่เป็น ส.ว.ต้องเป็นผู้มีคุณวุฒิ มีคุณสมบัติเป็นคนดี มีความรู้ ความสามารถเป็นที่ประจักษ์ และเป็นกลางทางการเมือง แต่ที่ผ่านมาไม่ว่าจะใช้ระบบเลือกตั้งหรือสรรหา ก็มี ส.ว.จำนวนหนึ่งไม่ได้มีคุณสมบัติข้างต้น การที่ร่างรัฐธรรมนูญใหม่กำหนดคุณสมบัติของ ส.ว.ว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้ มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ตามสาขาอาชีพ แต่จะพบกับปัญหาที่สำคัญ คือ ในแต่ละกลุ่มจะมีการบล็อกโหวต ซึ่งจะแก้ไขได้อย่างไร และกลุ่มวิชาชีพเหล่านี้จะมีความเชื่อมโยงกับประชาชนอย่างไร รวมทั้งผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกเป็น ส.ว.สายอาชีพก็มักจะมีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้มีภูมิลำเนากระจายไปทั่วประเทศ
นายอนันต์ กล่าวว่า ส.ว.ควรมาจากจังหวัดโดยการสรรหาและให้ประชาชนเลือก ส.ว.จำนวน 200 คน แบ่งตามโควตาประชากร เช่น จังหวัดสุรินทร์มีประชากร 1.4 ล้านคน จะมี ส.ว.ได้ 4 คน ทั้งนี้ กรรมการสรรหาเชิญผู้ทรงคุณวุฒิต่างมาลงสมัคร จากนั้นผู้สมัครคัดเลือกกันเองเหลือ 3 เท่าของจำนวน ส.ว. ที่จะได้ของแต่ละจังหวัดหากถ้าไม่ถึง 3 เท่าก็ให้ประชาชนเลือกต่อไป และประชาชนเลือกได้หนึ่งเสียงหนึ่งคนซึ่งหากเลือก ส.ว.ตามนี้ก็จะได้ ส.ว.ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เป็นกลางทางการเมือง และเชื่อมโยงกับประชาชนได้
“ผมยืนยันว่า ระบบการสรรหาในรอบ 10 ปีที่ผ่านมายังใช้ระบบอุปถัมภ์ ไม่มีคนไหนไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวกับกรรมการ เพราะฉะนั้นการสรรหา ส.ว. ในครั้งหน้าก็จะมีระบบอุปถัมภ์ช่วยเหลือกัน มีการบล็อกโหวตในกลุ่มวิชาชีพ ซึ่งดูได้จากการเลือก สปช. เมื่อ 2 ปีก่อน ผู้ที่ได้รับการสรรหาเกือบ 90%กระจุกอยู่ในกรุงเทพฯ เพราะอยู่ใกล้ชิดและรู้จักกับกรรมการ และที่สำคัญเราจะได้ ส.ว. หลายคนที่ไม่ดีจริง”
นายอนันต์ กล่าวว่า ส่วนการห้ามผู้เคยเล่นการเมืองระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ตำแหน่งในพรรคการเมือง เป็น รมต. ต้องเว้น 10 ปี จึงจะสมัคร ส.ว.ได้นั้น ตนเห็นด้วยที่จะให้ ส.ส. และ ส.ว. เดินคนละเส้นทางไปเลย รวมถึงการห้ามลงห้ามไปถึงบุพการี คู่สมรส บุตรด้วย ส่วนที่มีการกำหนดให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียวนั้น ตนเห็นว่าสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็น่าจะอยู่ในข่ายต้องห้ามด้วย เพราะทำหน้าที่ ส.ส. – ส.ว. มาเกือบ 3 ปีแล้ว
