ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
03 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 10:08 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/413881

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ประเด็นเรื่อง “สิทธิ” กลายเป็น “จุดอ่อน” ถูกถล่มอย่างรุนแรงในร่างแรกรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง ของ มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่ยังมีข้อถกเถียงว่าถอยหลังกว่าเดิมจริงหรือไม่
ศ.บรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) อดีต กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ประเมินว่ามาตรฐานเรื่องหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกยังมีมาตรฐานต่ำกว่ารัฐธรรมนูญ 2540-2550 ซึ่งควรจะต้องปรับปรุงเพราะเรื่องนี้มีพัฒนาการมายาวนาน
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่พูดถึงไม่ใช่เรื่องสิทธิทั่วไป ที่ กรธ.พยายามชี้แจงว่าเป็นการเขียนไว้กว้างๆ แต่เป็นหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ เช่น หลักผูกพันโดยตรงตามมาตรา 27 ในรัฐธรรมนูญ 2550 หลักการคุ้มครองสิทธิโดยองค์กรตุลาการตามมาตรา 28 วรรคสอง และหลักประกันในการตรากฎหมายในมาตรา 29
“แต่หลักที่เขาชี้แจงเป็นหลักตามมาตรา 25 คือหลักสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล ซึ่งไม่อาจไปทดแทนหลักสิทธิชุมชนได้ เป็นคนละเรื่องกันทดแทนกันไม่ได้ อย่างที่ภาคประชาชนโต้แย้งคือเรื่องสิทธิชุมชน ไปใช้มาตรา 25 แทนไม่ได้ ประเด็นผมคือหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิ พอมันไม่มีก็ทำให้ถอยหลังกลับไป 20 ปีแล้วต้องมาสู้กันใหม่
…เรื่องพวกนี้ ศาลตัดสินวางมาตรฐานไว้อยู่แล้ว วางเกณฑ์ไว้ครบถ้วน หากไม่มีต่อไปศาลก็ไม่รู้จะย้อนกลับไปหาอะไร จะเป็นหลักนิติธรรมได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ อย่างหลักผูกพันโดยตรงต่อองค์กรรัฐมาตรา 27 เคยเอามาตัดสินในคดีมาบตาพุด เมื่อเขียนสิทธิแล้วกฎหมายลูกไม่ออกจะถืออำนาจอะไร สิทธิโดยองค์กรตุลาการตามมาตรา 28 หากเขาได้รับผลกระทบก็ไปศาลได้เป็นหลักใหญ่”
ศ.บรรเจิด กล่าวว่า ในเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ศาลปกครองเคยตัดสินคดีผู้โดยสารรถไฟคนหนึ่ง กรณีการรถไฟแห่งประเทศไทย เอาป้ายโฆษณามาปิดหน้าต่าง จึงฟ้องศาลว่าได้รับผลกระทบปฏิบัติต่อมนุษย์เหมือนวัตถุ กระทบศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ดังนั้น พอไม่มีก็ไม่รู้จะไปเริ่มจากหลักอะไร ต้องย้อนกลับไปหาอะไรก็ไม่รู้ ทั้งที่เคยถูกวางหลักไว้แล้ว
สำหรับประเด็นเรื่องต้องการให้รัฐธรรมนูญสั้นกระชับนั้น ไม่ใช่ปัญหาเพราะสั้นก็ได้ แต่หลักต้องอยู่ให้ครบ สามารถเขียนให้สั้นได้ ไม่เยิ่นเย้อในสามสี่หลักที่ถือเป็นหัวใจของสิทธิเสรีภาพ ซึ่งไม่ควรนำไปใส่ไว้ในกฎหมายลูก เพราะไม่ใช่หลักกฎหมายสูงสุด
“การไม่มีเรื่องเหล่านี้ย่อมกระทบกับสิทธิแน่นอน ผมถึงบอกว่ามาตรฐานเรื่องนี้ไม่ควรต่ำกว่ารัฐธรรมนูญปี 2540-2550 ไม่เช่นนั้นจะกระทบกับการต่อสู้ของประชาชนแน่นอน อย่างเช่น กรณีชาวเลราไวย์ ไม่เช่นนั้นเขาจะใช้อะไรสู้ ที่สู้ได้เพราะมีฐานสิทธิชุมชนอยู่ สามารถเข้าสู่กระบวนยุติธรรม เรื่องนี้ไม่เหมือนสิทธิบุคคลที่เป็นอินดิวิดวล แต่สิทธิชุมชนเป็นคอลเลกทีฟไรท์” ศ.บรรเจิด กล่าว
ด้าน เจษฎ์ โทณะวณิก ที่ปรึกษา กรธ. กล่าวว่า กรธ.พยายามเปิดกว้างเรื่องสิทธิบอกอะไรก็แล้วแต่ที่ไม่ห้ามไว้ทำได้ทั้งนั้น เมื่อไปเทียบกับรัฐธรรมนูญ 2540 ที่แจงเรื่องสิทธิเสรีภาพค่อนข้างมาก จึงถูกมองว่า สิทธิเสรีได้รับการรับรองชัดแจ้ง ขณะที่ กรธ.เขียนไม่มีรายละเอียดมากพอ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วสิทธิที่ได้รับไม่ต่างกัน แถมหากคิดว่าถูกละเมิดสิทธิก็ฟ้องศาลได้
อย่างไรก็ตาม หากมองจากผู้บริหารรัฐไทยที่ผ่านมา การเขียนแจงสิทธิไว้ละเอียดอาจจะดี เนื่องจากผู้บริหารรัฐไทยชอบคิดเอาเองและมักไม่คิดเรื่องประโยชน์ประชาชน แต่หากสังคมมีพลวัตการเขียนหลักกว้างๆ ไว้ในรัฐธรรมนูญและไปแจกแจงในกฎหมายประกอบน่าจะเป็นการดีเป็นเรื่องที่สังคมต้องพัฒนาร่วมกัน
“คนยกเรื่องสิทธิชุมชน กรณีมาบตาพุดที่เคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2540-2550 ต่อไปจะไม่มีแล้วก็ถูกต้องแต่ต่อไปจะมีกฎหมายลูกล้อไปกับรัฐธรรมนูญ มี พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมฯ พ.ร.บ.สิทธิชุมชน เพื่อเป็นหลักประกันทำให้คนมั่นใจ รัฐบาล คสช.สนช.อาจรวม สปท. ต้องช่วยกันผลักดัน หากอยากให้รัฐธรรมนูญสั้นกระชับ ทำได้จริง ไม่งั้นประชาชนไม่อุ่นใจ”
เจษฎ์ กล่าวว่า ในต่างประเทศแอฟริกา ละตินอเมริกา ก็ใช้วิธีเขียนเรื่องสิทธิแบบละเอียด ส่วนยุโรป อเมริกาเขียนแบบกว้าง หรือออสเตรเลียไม่เขียนเรื่องสิทธิ เพราะถือเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว ซึ่งส่วนตัวมองว่าในเรื่องการใช้รัฐธรรมนูญเป็นกลไกการต่อสู้ของภาคประชาชนนั้นแทบไม่ต่างกัน จะเขียนกว้างหรือแคบไม่มีปัญหา
ที่สำคัญร่างรัฐธรรมนูญที่เขียนเรื่องสิทธิแบบกว้างไม่ได้เป็นการ “ถอยหลัง” อยู่ที่ว่าสิ่งต่างๆ ที่รัฐธรรมนูญจัดวางไว้ เวลาไปใช้จริงเป็นอย่างไรได้ผลแค่ไหน หรือมีเสียงต้องการให้เพิ่มรายละเอียดทางออก อาจพบกันครึ่งทาง คือให้คนที่เคยต่อสู้เรื่องนี้หาคำหรือหาวลีประโยค สั้นกระชับ รัดกุม ที่มีแล้วจะไปเป็นปัญหา รัฐธรรมนูญไม่ยืดเยื้อสมประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย