ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/578796
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ก.พ. 2559 18:20

พาณิชย์ เผย ประมูลข้าวดี-เสื่อม 5.7 แสนตัน มีผู้เสนอซื้อรวม 3.9 แสนตัน ราคาเสนอซื้อ 3.3 ล้านบาท เตรียมเสนอ “นบข.” อนุมัติขายเร็วๆ นี้ ยัน ราคาเสนอซื้อค่อนข้างดี …
วันที่ 17 ก.พ. 59 นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้เปิดให้ผู้ที่ผ่านคุณสมบัติ 16 ราย ยื่นซองเสนอราคาซื้อข้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมปริมาณ 360,000 ตัน จากคลังสินค้า 119 คลัง ซึ่งเป็นข้าว 7 ชนิด ระดับคุณภาพเกรดซี ปรากฏว่ามีผู้เสนอราคาซื้อสูงสุด 9 ราย เป็นผู้ประกอบกิจการเกี่ยวกับการผลิตเอทานอล อาหารสัตว์ เส้นก๋วยเตี๋ยว และกรดมะนาว โดยขอซื้อจาก 64 คลัง ปริมาณรวม 245,262 ตัน คิดเป็น 67% ของปริมาณที่เปิดประมูล มูลค่าที่เสนอซื้อประมาณ 1,531 ล้านบาท โดยชนิดข้าวที่มีผู้เสนอราคาซื้อมากที่สุดเป็นปลายข้าว เอวัน เลิศ รองลงมาคือ ข้าวท่อนหอมมะลิ
ทั้งนี้ เมื่อรวมกับผลการเปิดประมูลข้าวสารในสต๊อกของรัฐเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 59 ซึ่งมีผู้เสนอราคาสูงสุด 15 ราย ปริมาณที่เสนอซื้อ 152,377 ตัน มูลค่าที่เสนอซื้อ 1,783 ล้านบาทแล้ว จะมีปริมาณที่เสนอราคาซื้อสูงสุดรวม 397,639 ตัน หรือ 70% ของปริมาณที่เปิดประมูลทั้งสิ้น 570,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าเสนอซื้อรวม 3,314 ล้านบาท โดยกรมฯ จะนำผลการยื่นซองเสนอซื้อข้าวทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณาของคณะทำงานดำเนินการระบายข้าวสารในสต๊อกของรัฐ ที่จะประชุมวันที่ 18 ก.พ.นี้ ก่อนนำเสนอให้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) พิจารณาอนุมัติต่อไป
“ข้าวที่นำมาเปิดประมูลครั้งนี้ ในส่วนของข้าวดี ราคาเสนอซื้อเฉลี่ยกิโลกรัมละ 11 บาทกว่า ถือว่าเป็นราคาที่ดี เพราะเป็นข้าวที่เก็บในสต๊อกไม่นาน โดยเป็นข้าวจากโครงการรับจำนำปี 54/55-56/57 ส่วนข้าวเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม ผู้ผลิตอาหารสัตว์เสนอซื้อที่ กก.ละ 6.20-7.10 บาท ใกล้เคียงกับราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์อื่นๆ ขณะที่ผู้ผลิตเอทานอล เสนอซื้อที่ กก.ละ 2.70 บาท สูงกว่าราคามันสำปะหลัง”
สำหรับการเปิดประมูลข้าวดี และข้าวเสื่อมรอบใหม่นั้น ยังไม่ได้กำหนด แต่ต้องรอดูจังหวะเวลาให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบกับตลาด โดยข้าวเสื่อมคุณภาพ (ข้าวเกรดซี) และข้าวผิดชนิด ที่จะต้องขายให้หมดมีทั้งสิ้นกว่า 6 ล้านตัน รัฐบาลเพิ่งระบายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ขณะนี้การเปิดประมูลข้าวเกรดซี มีความยุ่งยากซับซ้อนมาก เพราะข้าวที่เหลือส่วนใหญ่ที่อยู่ในโกดังเดียวกัน แต่ผสมปนเปกันจนไม่สามารถแยกได้ว่ากองใดเป็นข้าวเสื่อมหรือข้าวเสีย จึงต้องหาวิธีการระบายให้รัฐได้ประโยชน์สูงสุด.