‘คึกคะนอง’ฉลองปีใหม่ เปิดข้อห้าม..ฝ่าฝืนระวัง‘คุก’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/scoop/195309

วันพุธ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2558, 06.00 น.
เวียนมาถึงกันอีกแล้วกับเทศกาล “ส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่” ช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองและเดินทางกลับไปรวมญาติที่บ้านเกิด หลังจากที่ทำงานเหน็ดเหนื่อยกันมาทั้งปี ทว่าอีกด้านหนึ่ง การฉลองปีใหม่ของคนไทยก็ได้ชื่อว่า “มีความเสี่ยง” มากในหลายๆ เรื่อง ดังนั้น “สกู๊ปหน้า 5” วันนี้ขอรวบรวม “สิ่งที่ไม่ควรทำในช่วงเทศกาล” เพราะนอกจากจะก่อความเดือดร้อนให้ผู้อื่นแล้วยัง “ผิดกฎหมาย” มีโทษทั้งจำคุกและปรับ มาให้ทุกท่านได้ทราบกัน

เรื่องแรกที่ต้องย้ำกันทุกปีคือ “ยิงปืนขึ้นฟ้า” ที่หลายคนเชื่อว่าเป็นการ “เอาฤกษ์เอาชัย” แต่ผู้ยิงอาจกลายเป็น “ฆาตกร” โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ บทความ “ยิงปืนขึ้นฟ้า อาจฆ่าผู้บริสุทธิ์ได้” โดยกลุ่มงานตรวจอาวุธปืนและเครื่องกระสุน กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ อธิบายว่า กระสุนปืนเมื่อพุ่งไปในแนววิถีโค้ง (Projectile) จะตกลงมาตามแรงดึงดูดของโลกด้วยความเร็วถึง 300-600 ฟุตต่อวินาที แต่ในความเป็นจริง ความเร็วกระสุนปืนเพียง 150 ฟุตต่อวินาที ก็สามารถสร้างบาดแผลให้กับเนื้อเยื่อของร่างกายมนุษย์ได้แล้ว

ทั้งนี้ตาม ประมวลกฎหมายอาญา การยิงปืนขึ้นฟ้ามีความผิดตาม มาตรา 376 มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 วัน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากยิงแล้วกระสุนไปตกใส่บุคคลอื่นโทษจะหนักขึ้น เพราะเข้าข่ายกระทำการโดยประมาทให้ผู้อื่นได้รับอันตราย เช่น หากยิงไปแล้วกระสุนปืนไปตกใส่ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ มาตรา 300 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากยิงไปแล้วกระสุนไปตกใส่ผู้อื่นถึงขั้นเสียชีวิต จะเข้าข่าย มาตรา 291 มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท

นอกจากนี้ยังอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน กระสุนปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 เพิ่มขึ้นมาอีกข้อหาหนึ่ง หากเป็นการยิงปืนในพื้นที่ชุมชนตามมาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง ที่ห้ามพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ หรือ วรรคสอง ที่ห้ามพกพาอาวุธปืนโดยเปิดเผยไปในสถานที่จัดงานรื่นเริง งานมหรสพต่างๆ โดยไม่มีใบอนุญาตพกพา

ผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษตาม มาตรา 72 หากเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามในวรรคหนึ่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามในวรรคสอง มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 1,000-10,000 บาท ส่วนผู้ที่มีใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน หากฝ่าฝืนข้อห้ามในวรรคสอง มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อีกเรื่องที่ต้องย้ำกันทุกปีเช่นกัน คือ ดื่มเครื่องดื่มมึนเมาแล้วขับขี่ยานพาหนะ ที่มีข้อห้ามตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (2) ซึ่งผู้ฝ่าฝืนจะมีความผิดตาม มาตรา 160 ตรี หากเป็นการดื่มแล้วขับที่แม้จะยังไม่ทำอันตรายแก่ผู้ใด จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แต่หากดื่มแล้วขับขี่ไปเฉี่ยวชนผู้อื่นได้รับอันตราย หากถึงขั้นได้รับบาดเจ็บ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท , หากถึงขั้นบาดเจ็บสาหัส มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2-6 ปี และปรับตั้งแต่ 40,000-120,000 บาท และหากถึงขั้นเสียชีวิต จะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท ซึ่งทุกกรณี ศาลมีอำนาจพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ อีกด้วย

ประเด็นต่อมาที่ต้องเตือน คือ “เด็กแว้น-นักซิ่ง” ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์ ที่พอถึงเทศกาลทีไรมักจะต้องออกมา “ประกาศศักดาบนท้องถนน” อยู่เสมอ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 แบ่งประเภทความผิดที่เข้าข่ายไว้ดังนี้ มาตรา 43 (3) ขับขี่ในลักษณะกีดขวางการจราจร, มาตรา 43 (4) ขับขี่ในลักษณะประมาทน่าหวาดเสียวจนอาจเป็นอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สิน, มาตรา 43 (8) ขับขี่ในลักษณะไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความเดือดร้อนของผู้อื่น รวมถึง มาตรา 134 การแข่งรถบนท้องถนนโดยมิได้รับอนุญาต

สำหรับผู้ฝ่าฝืนข้อห้ามตามมาตรา 43 (3) กับ (4) มีโทษตามมาตรา 157 คือปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท ส่วนผู้ฝ่าฝืนข้อห้ามตามมาตรา 43 (8) มีโทษตามมาตรา 160 คือจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากเข้าข่ายเป็นการแข่งรถตามมาตรา 134 มีโทษตามมาตรา 160 ทวิ ซึ่งความผิดฐานแข่งรถบนท้องถนนนอกจากจะต้องรับโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับแล้ว ศาลยังมีอำนาจพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่อีกด้วย

ทั้งนี้ หากผู้กระทำผิดเป็นเด็กและเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปี พ่อแม่ผู้ปกครองอาจมีความผิดด้วยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (3) ที่ระบุว่า ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไมก็ตาม ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการบังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด ซึ่งผู้ฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษตาม มาตรา 78 คือจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจาก 3 เรื่องหลักอย่างยิงปืนขึ้นฟ้า ดื่มแล้วขับ และเด็กแว้น-นักซิ่งแล้ว ยังมีพฤติกรรมอื่นๆ ที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย เช่น การให้เด็กดื่มเครื่องดื่มมึนเมา แม้พ่อแม่ของเด็กจะเป็นคนยื่นให้ดื่มเองก็ตาม จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (10) ที่ห้ามให้สุราหรือบุหรี่แก่เด็ก ซึ่งผู้ฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษตาม มาตรา 78 คือจำคุกไม่เกิน
3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

รวมถึง การปล่อยโคมลอย ที่แม้การฉลองปีใหม่จะไม่เกี่ยวข้องในเชิงวัฒนธรรมกับการปล่อยโคมลอยเหมือนเทศกาลลอยกระทง แต่ในทางปฏิบัติยังมีคนลักลอบปล่อยโคมลอยช่วงปีใหม่อยู่ ซึ่งอาจมีความผิดดังนี้ หากโคมที่ปล่อยไปทำอันตรายกับเครื่องบิน ไม่ว่าจะกำลังบินอยู่หรือไม่ก็ตาม จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ.2558 มาตรา 18 มีโทษถึงขั้นประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 15-20 ปี และปรับตั้งแต่ 600,000-800,000 แสนบาท

และ หากโคมที่ปล่อยไปตกใส่อาคารบ้านเรือนของผู้อื่นจนเกิดเพลิงไหม้ จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 225 ว่าด้วยการกระทำโดยประมาทให้เกิดเพลิงไหม้จนทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย หรือน่าจะเป็นอันตรายแก่ชีวิตของผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 14,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ล้วนเป็น “พฤติกรรมที่ไม่ควรทำ” เพราะผิดกฎหมาย มีโทษทั้งจำคุกและปรับ อีกทั้งหากนับว่าเทศกาลปีใหม่เป็น “เทศกาลแห่งความสุข” ด้วยสำนึกของ “มนุษย์” ที่แปลว่า “ผู้มีใจสูง”รู้จักผิดชอบชั่วดีแล้ว ก็ไม่ควรเฉลิมฉลองบนความทุกข์ของผู้อื่นด้วย

“เอาใจเขาใส่ใจเรา” บ้างก็คงดี..ปีใหม่นี้จะได้มีแต่ “รอยยิ้ม” ไม่ต้องมี “น้ำตา” จากความสูญเสีย!!!
SCOOP@NAEWNA.COM

Leave a comment