ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/scoop/194632
ปี “แพะไฟ” ที่เล่นงานคนไทยจน “สะบักสะบอม” กำลังจะผ่านพ้นไป เพื่อก้าวสู่ศักราชใหม่ “ปีวอก” 2559 หลายๆ คนอาจอยากรู้ว่าปีหน้า “ดวงเมือง” ประเทศไทย จะเป็นอย่างไร เพื่อเตรียมตัวเตรียมใจ “รับมือ” กับทุกสรรพสิ่งที่อาจเกิดขึ้น…“สกู๊ปแนวหน้า” จึงนำคำทำนายของ 2 นายกสมาคม “โหร” มาให้สดับรับฟัง…
เริ่มจาก…“ภิญโญ พงศ์เจริญ” นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ บอกว่า “ดวงเมือง” ประเทศไทย นับจากวันที่กรุงรัตนโกสินทร์ปักเสาหลักเมือง คือ วันที่ 21 เมษายน 2325 มาถึงปัจจุบันย่างเข้าสู่ 234 ปี และเท่ากับปีใหม่ของเมืองจริงๆ คือ วันที่ 21 เมษายน 2559 ซึ่งปี 2559 มีปรากฏการณ์สำคัญเกิดขึ้นกับดวงเมือง คือ “ดาวมฤตยู” โคจรย้ายจากราศีมีน เข้าสู่ราศีเมษ ในวันที่ 6 มีนาคม 2559 และจะอยู่ในราศีเมษไปอีก 7 ปีซึ่ง 84 ปี จะมี 1 ครั้ง ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งตลอด 2 ครั้งก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นมากมาย
ย้อนไป “ครั้งแรก” ปี 2392 เกิด “โรคห่า” หรือ “ห่าลงปีระกา” ระบาดทั่วพระนคร ผู้คนเสียชีวิตไปกว่า 3 หมื่นคน จากนั้นยังสูญเสีย “บุคคลสำคัญ” ของชาติ และเกิดการ “เปลี่ยนแผ่นดิน” จากรัชกาลที่ 3 สู่รัชกาลที่ 4 ที่นำมาซึ่งการ “ปฏิรูป” ประเทศขนานใหญ่…“ครั้งที่ 2” ปี 2475 เริ่มต้นด้วยการ “ยึดอำนาจ” เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 นำมาสู่การ “เปลี่ยนแปลงการปกครอง” จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบอบประชาธิปไตย โดยรวมคือประเทศเปลี่ยนแปลงสู่ระบอบใหม่
ด้วยปรากฏการณ์แห่ง “ดาวมฤตยู” ที่ทับลัคนาเมืองครั้งที่ 3 ในปี 2559 อาจจะเกิดเหตุ “ซ้ำรอย” 2 ครั้งที่ผ่านมา เรื่องที่ต้อง “ระวัง” คือ โรคระบาด หรือโรคใหม่ๆ และการสูญเสียบุคคลสำคัญ ขณะเดียวกันประเทศจะเกิดการเปลี่ยนแปลง “ผู้สืบทอดอำนาจ” ในส่วนต่างๆ รวมถึงทาง “การเมือง” แล้วนำไปสู่การ “ปฏิรูป” นอกจากนั้นยังต้องระวัง “ศัตรูลับ” จากต่างประเทศ
“สรุปมีทั้งดีและร้าย ตามหลักโหราศาสตร์ดาวมฤตยูเป็นเจ้าเรือนลาภะ ที่แปลว่าลาภผล ในทางที่ดีอาจมีเงินลับๆ มาสนับสนุนประเทศ หรือขุดพบทรัพยากรธรรมชาติ เกิดการเปลี่ยนแปลง มีสิ่งใหม่ๆ เข้ามา โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีส่วนทางร้ายดาวมฤตยูถือเป็นภัยอาเพศ ดังนั้นประเทศอาจเกิดการสูญเสีย เกิดโรคระบาด และต้องระวังภัยจากศัตรูลับต่างชาติที่เข้ามาฉกฉวยผลประโยชน์”
นอกจากดาวมฤตยูที่ “กระหน่ำ” ดวงเมืองแล้ว ปีหน้ายังต้องระวังการโคจรของ “ดาวราหู” ซึ่งจะย้ายจากราศีกันย์ไปราศีสิงห์ช่วงวันที่ 16 มกราคม 2559 ทำให้เกิด “คราส” 4 ครั้ง ในราศีสิงห์และราศีกุมภ์ อย่างละ 2 ครั้ง ดังนั้นช่วงเดือนที่ต้อง “ระวัง” คือ กุมภาพันธ์ต่อเนื่องมีนาคม และเดือนสิงหาคมต่อเนื่องกันยายน เพราะอิทธิพลของดาวราหูจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงและการสูญเสียเช่นกัน พูดง่ายๆ คือ อาจเกิดการสูญเสียครั้งใหญ่ 2 ครั้งซ้อนๆ
การเมืองจะวุ่นวายหรือไม่…“ภิญโญ” บอกว่า จากการโคจรของดาวราหูพบว่าจะย้ายจากภพอริไปภพปุตตะ ส่งผลให้การเมืองจะเข้าสู่ “วิถีใหม่” พวกนักการเมือง “ตื่นตัว” ไว้ได้เลยตั้งแต่เดือนมกราคม 2559 แต่เป็นการเตรียมตัวเพื่อ “รอ” เพราะคาดว่าการ “เลือกตั้ง” น่าจะเกิดขึ้นตอน “ดาวเสาร์” ซึ่งเป็นดาวประจำรัฐบาล ย้ายจากราศีพิจิกไปราศีธนู คือ วันที่ 23 มีนาคม 2560
“สิ่งที่ต้องระวังในปี 2559 คือ เรื่องโรคภัยไข้เจ็บ อุบัติเหตุเภทภัย ความขัดแย้งหรือการทะเลาะเบาะแว้ง โดยปีหน้าต้องระวังกันไปทั้งปี เพราะดาวบาปเคราะห์รุมดวงเมืองจะทำอะไรก็ต้องรอบคอบ ชีวิตจะได้เดินไปได้ดีขึ้น” ภิญโญ กล่าว
มาต่อกันที่ “ศิวนาถ ฤชุพันธุ์” นายกสมาคมโหรแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ บอกว่า ดวงเมืองปี 2559 “สาหัส” กว่าปีนี้ “เศรษฐกิจ” จะไม่ค่อยดี เพราะ “ดาวเสาร์” ซึ่งหมายถึงผู้ใช้แรงงาน ชาวนาชาวสวน ตกอยู่ใน “เรือนมรณะ” แปลว่าความตาย สูญสิ้น นอกจากนั้นในทักษาซึ่งเป็นหลักในการใช้พยากรณ์ดวงชะตาชีวิตและบ้านเมืองนั้น ดาวเสาร์ยังเป็น “อุตสาหะ” แปลว่าปัญหาและเหนื่อยยาก ที่สำคัญดาวเสาร์ยังอยู่ในเรือนมรณะใช้เวลา 2 ปีครึ่ง ซึ่งอาจทำให้เศรษฐกิจไทย “ลำบาก” ไปตลอดช่วงนี้ ธุรกิจหลายๆประเภทอาจต้อง “เลิกกิจการ” ผู้คนตกงานมากขึ้น
“หลังเมษายน 2559 เศรษฐกิจมีโอกาสดีขึ้นบ้าง อาจได้รับเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ แต่ก็แค่พอใช้กินแก้กระหายไประยะหนึ่ง ขอแนะนำว่าใครที่ทำธุรกิจระดับใหญ่ๆ ถ้าจะขยายกิจการขอให้รอบคอบ ทางที่ดีหยุดไว้ก่อน”
นอกจากนี้ หลังวันที่ 7 สิงหาคม 2559 “ดาวพฤหัส” ที่เป็นดาวอาชีพของกลุ่มครู อาจารย์ พระสงฆ์ มหาวิทยาลัย วงการแพทย์ จะโคจรจากราศีสิงห์มาราศีกันย์ ซึ่งเป็น “ประ” หมายถึง “เสื่อม” จึงอาจเกิดความ “เสื่อมเสีย” ขึ้นกับบุคคลหรือองค์กรข้างต้นได้ การ “ร่างรัฐธรรมนูญ” อาจมีปัญหาสะดุดเป็นช่วงๆ อาจต้องแก้ไขกัน 2-3 ครั้ง แต่สุดท้ายน่าจะผ่านไปได้
ในวันที่ 6 มีนาคม 2559 ยังพบว่า “ดาวมฤตยู” จะย้ายจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ ซึ่งทับลัคนาดวงเมืองพอดี เท่านั้นยังไม่พอ “ดาวเสาร์” ที่เป็นตัวแทนของความทุกข์ยาก และ “ดาวอังคาร” ที่บ่งบอกถึงเรื่องอุบัติเหตุ ที่อยู่ในเรือนมรณะคู่กันกลับ “โคจรพักร” ถอยหลัง ในวันที่ 31 มีนาคม และวันที่ 13 เมษายน 2559 ตามลำดับ ตามหลักโหราศาสตร์ถือว่าดาวเดิน “วิปริต” จะทำให้เกิดเรื่องราวไม่ดี ส่อเค้าลางว่าบ้านเมืองอาจเกิด “อาเพศ” มีอุบัติเหตุรุนแรงเกิดขึ้น หรือมีภัยธรรมชาติได้
“ดวงเมืองถูกดาวมฤตยูครอบงำอยู่ ทำให้ผู้คนระส่ำระสาย อึดอัดในหลายๆเรื่อง ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง การใช้ชีวิต บ้านเมืองช่วงเดือนมีนาคม และเมษายน 2559 ถือว่าอาเพศ มีความรุนแรงด้านต่างๆ ต้องระวัง ปีหน้าเดือนอันตราย คือ ตั้งแต่เดือนเมษายน เป็นต้นไป ต้องระวังทุกเรื่อง ทั้งการเดินทางและการใช้จ่าย ผู้คนควรมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รักสามัคคี เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้”
“ศิวนาถ” สรุปทิ้งท้ายว่า ปี 2559 ผู้คนและประเทศชาติอยู่ในช่วงค่อนข้าง “ลำบาก” มากกว่าปีนี้ เพราะดาวมฤตยูโคจรมาทับลัคนาดวงเมืองพอดี ซึ่งไม่ใช่แค่ปีหน้า แต่นับไปอีก 7 ปีจากนี้จะเห็นทั้งด้านดีและด้านร้ายด้วยอิทธิพลของดาวมฤตยู…“ด้านดี” คือ จะเห็นการพัฒนาบ้านเมืองในบางจุดที่ดี แต่ “ด้านร้าย” ต้องระวังอุบัติเหตุต่างๆ ให้มาก
“ศาสตร์แห่งดารา” ฟังไว้บ้างก็ดี…
ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่!!!
SCOOP@NAEWNA.COM