กาฬสินธุ์เปลี่ยนทุ่งร้างเป็นทุ่งปอเทือง ส่งเสริมเกษตรกรให้เต็มพื้นที่สู้ภัยแล้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/203307

วันเสาร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 13.23 น.
20 ก.พ. 59 นายสุทธิดล วงศ์จันฬา ผอ.สถานีพัฒนาที่ดิน จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนายรังสรรค์  โพธิ์ชัย  กำนันตำบลหนองตอกแป้น  ประธานกลุ่มเกษตรอินทรีย์ อ.ยางตลาด  และเกษตรกรเข้าเยี่ยมชมแปลงปลูกปอเทืองแปลงใหญ่ของ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์  ที่มีพื้นที่ปลูกกว่า 2,000 ไร่  กระจายอยู่ตามในหมู่บ้านต่างๆ หลังสถานีพัฒนาที่ดิน จ.กาฬสินธุ์ ให้การส่งเสริมเกษตรกร  หันมาปลูกปอเทืองในช่วงหน้าแล้ง  ทดแทนการปลูกพืชชนิดอื่น ๆ ที่จะมีความเสี่ยงต่อภาวะขาดทุนเพราะเชื่อว่าปีนี้แล้งรุนแรงและยาวนาน เป็นผลกระทบจากภาวะโลกร้อน

โดยทุ่งปอเทืองภายใต้การสนับสนุนและการส่งเสริมของสถานีพัฒนาที่ดิน จ.กาฬสินธุ์  กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากเนื่องจากเป็นช่วงที่มีความสวยงามอย่างมาก  เพราะปอเทืองกำลังออกดอกสีเหลืองทองเต็มท้องทุ่งกว้าง โดยเฉพาะแปลงของนางอรอุมา  ภูพาดสี  ที่รวมกลุ่มกับญาติพี่น้องมีที่นาติด ๆ กันพร้อมใจปลูกปอเทืองกว่า 70 ไร่  เต็มพื้นที่ เช่นเดียวกันกับกับของนางทองคำ  ภูแข่งหมอก  เกษตรกร อ.ยางตลาด ที่ปลูกปอเทืองในนาข้าวกว่า 30 ไร่   ซึ่งสถานีพัฒนาที่ดินได้จัดให้เป็นพื้นที่ศึกษาดูงานสำหรับเกษตรกรที่สนใจปลูกปอเมืองในหน้าแล้งนี้ และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาถ่ายรูปและท่องเที่ยวตลอดทั้งวัน

นายรังสรรค์  โพธิ์ชัย  กำนันตำบลหนองตอกแป้นประธานกลุ่มเกษตรอินทรีย์อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์  กล่าวว่า  เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลในการลดต้นทุน ลดการใช้ปุ๋ยและหันมาบำรุงดินด้วยการใช้ปุ๋ยพืชสด  การปลูกปอเทืองได้ประโยชน์ถึง 3 เด้ง  ประโยชน์ต่อดิน  ช่วยกำจัดวงจรวัชพืชในนาข้าว เป็นปุ๋ยพืชสดบำรุงดินทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น  ต่อมาคือการมีรายได้จากการขายเมล็ดปอเทือง  ทั้งที่ขายให้กับเอกชนและขายคืนให้กับสถานีพัฒนาที่ดิน  และสุดท้ายคือการเป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีการถ่ายภาพลงโซเชียล ทำให้หมู่บ้านเป็นที่รู้จักมากขึ้น  บรรยากาศในหมู่บ้านและชุมชน ก็คึกคัก เกิดความตื่นตัวของประชาชนที่จะหันมาปลูกเพิ่มมากขึ้น อย่างพื้นที่ ต.หนองตอกแป้น  มีการส่งเสริมมากกว่า 3 ปี เริ่มจาก 10 ไร่ เพิ่มขึ้นเป็น 500 ไร่ และขยายมากกว่า 1,200  ไร่ในปีนี้

นายสุทธิดล วงศ์จันฬา ผอ.สถานีพัฒนาที่ดิน จ.กาฬสินธุ์  กล่าวว่า ในช่วงหน้าแล้งนี้การปลูกปอเทืองน่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเกษตรกร  นอกเหนือจากที่จะใช้เป็นปุ๋ยพืชสดเพื่อบำรุงดินแล้ว  ยังนำเมล็ดมาจำหน่ายให้กับทางสถานีพัฒนาที่ดินได้ด้วยโดยเปิดรับซื้อกิโลกรัมละ 21 บาท ซึ่งเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ จะได้ผลผลิตประมาณ 180-250 กก. ขณะที่ต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทต่อไร่ ทั้งการเกี่ยวและไถกลบ  เกษตรกรจะมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 3,000  บาทต่อไร่เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้ว  ก็ดีกว่าที่เกษตรกรจะปล่อยทุ่งนาให้ร้างหน้าแล้งและดีกว่าที่จะเสี่ยงลงทุนปลูกพืชในช่วงหน้าแล้งปีนี้เพราะคาดการณ์ว่าจะแล้งรุนแรงกว่าทุก ๆ ปี  ทั้งนี้ในการปลูกปอเทืองเมื่อหว่านเมล็ดในแปลงแล้วปอเทืองจะเติบโตเองโดยไม่ต้องใช้น้ำและใส่ปุ๋ยใด ๆ  อายุ 120 วัน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้โดยใช้รถเกี่ยวข้าว  จากนั้นก็ใช้รถไถ ไถกลบทั้งตอซัง  เมล็ดพันธุ์นำกลับมาขายให้กับสถานีพัฒนาที่ดิน  ตอซังที่ไถกลบ เป็นปุ๋ยบำรุงดิน  โดยเกษตรกรที่เริ่มปลูกปอเทืองมา 3 – 5 ปี จะเห็นข้อดีอย่างชัดเจนโดยเฉพาะนาข้าว  ที่จะได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 10 – 20 %  นอกจากนี้นาข้าวที่ไถกลบด้วยปอเทืองแล้วไม่ต้องใส่ปุ๋ยทำให้ลดต้นทุนการทำนาไปได้มาก

“ในส่วนของการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกปอเทืองในพื้นที่นั้นทางสถานีพัฒนาที่ดิน จ.กาฬสินธุ์  ได้ส่งเสริมในรูปแบบแปลงใหญ่  โดยมีกลุ่มเครือข่ายเกษตรกร  หมอดินหมู่บ้าน และหมอดินตำบล  เป็นแรงขับเคลื่อนให้เกษตรกรจับกลุ่มรวมตัวกันในพื้นที่ใกล้เคียงกัน  ก่อนจะหว่านปอเทืองพร้อม ๆ กัน เพื่อให้เวลาออกดอกสีเหลืองอร่ามของปอเทืองจะดูสวยงามเป็นทุ่งปอเทืองกว้างสุดลูกหูลูกตา สวยงามอย่างมาก  โดยสถานีพัฒนาที่ดินก็จะเข้าไปส่งเสริมให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวร่วมกับชาวบ้าน  ที่ถือว่ามีกระแสตอบรับดีบรรยากาศการท่องเที่ยวในพื้นที่คักคักมากขึ้น  โดยเกษตรกรที่สนใจจะปลูกปอเทือง สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สถานีพัฒนาที่จังหวัดกาฬสินธุ์ได้  ซึ่งมีเมล็ดพันธุ์แจกให้กับเกษตรกรฟรี  รวมถึงข้อแนะนำการปลูก การเก็บเกี่ยวและการรับซื้อผลผลิต  ที่ปีนี้ตั้งเป้าในพื้นที่ 12,000 ไร่  และรับซื้อผลผลิตประมาณ 85 ตัน”นายสุทธิดลกล่าว

Leave a comment