โค้งสุดท้ายร่างรธน. ปรับแก้…เพิ่มแต้มประชามติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 09:44 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/416841

โค้งสุดท้ายร่างรธน. ปรับแก้...เพิ่มแต้มประชามติ

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

หลังจากหมดเขตการรับแสดงความคิดเห็นที่มีต่อร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ไปเมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา มาถึงช่วงนี้ถือเป็นจังหวะก้าวทางการเมืองที่สำคัญ เพราะจะเข้าสู่การเขียนร่างรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายเพื่อนำไปสู่การทำประชามติ

เรียกได้ว่าเป็นโค้งสุดท้ายที่ต้องจับตากันให้ดี

การทำงานของ กรธ.ยังไม่ได้ลงมือแก้ไขถ้อยคำทันที เนื่องจากอยู่ในระหว่างการประชุมเพื่อกำหนดแนวทางว่ามีประเด็นใดบ้างที่แก้ไขได้หรือแก้ไขไม่ได้ โดยจะประมวลตั้งแต่มาตรา 1 ไปจนถึงมาตรา 207 ซึ่งจะสิ้นสุดในช่วงต้นเดือน มี.ค. จากนั้นมีการเล็งกันว่าอาจต้องยกคณะไปต่างจังหวัดกันอีกรอบในช่วงกลางเดือน มี.ค. เพื่อปรับแก้ถ้อยคำของร่างรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ตามกำหนดการจะสามารถเปิดเผยเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายในวันที่ 29 มี.ค.

สำหรับประเด็นที่ กรธ.เริ่มมองเห็นตรงกันว่าสามารถแก้ไขได้ คือ สิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งเตรียมจะนำเนื้อหาเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพของรัฐธรรมนูญปี 2550 มาพิจารณาว่าจะนำไปประยุกต์ใช้อย่างไรตามที่ภาคประชาสังคมต้องการให้ กรธ.เอารัฐธรรมนูญปี 2550 มาเป็นต้นแบบ

โดยล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ส่งความเห็นมาให้ กรธ.พิจารณาเพิ่มเนื้อหาสิทธิและเสรีภาพของประชาชนให้มีความชัดเจน และสร้างหลักประกันให้กับประชาชน ตรงนี้จึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ กรธ.เตรียมปรับปรุงเนื้อหาในส่วนนี้ให้ออกมาได้รับการยอมรับจากประชาสังคมมากที่สุด โดยเฉพาะการเพิ่มถ้อยคำที่ให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

เช่นเดียวกับการเพิ่มหมวดปฏิรูปประเทศ เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ กรธ.กำลังจะดำเนินการให้เกิดเป็นรูปธรรม ภายหลังวิป 3 ฝ่าย ได้แก่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และรัฐบาล มีความเห็นตรงกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรมีหมวดว่าด้วยการปฏิรูปประเทศเป็นการเฉพาะ เหมือนกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่มี “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” เป็นประธาน

สาเหตุที่ กรธ.ยืนยันในหลักการแก้ไขเนื้อหาสิทธิเสรีภาพของประชาชนพร้อมกับเพิ่มหมวดปฏิรูปประเทศ มีเหตุผลเดียว คือ ต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ

ต้องยอมรับบทบัญญัติที่ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพเป็นหัวใจสำคัญของรัฐธรรมนูญทุกฉบับ เพราะขนาดรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ในมาตรา 4 ยังต้องยืนยันหลักการเรื่องสิทธิเสรีภาพเอาไว้

“ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค บรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้รับการคุ้มครองตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญนี้” เนื้อหาในมาตรา 4

เมื่อภาคประชาสังคมรู้สึกว่าหลักการสำคัญดังกล่าวถูกสั่นคลอน จึงเป็นเหตุผลให้แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และพร้อมจะลงประชามติไม่เห็นชอบ ด้วยสถานการณ์เช่นนี้เองส่งผลให้ กรธ.ไม่มีทางเลือก นอกจากการแก้ไขให้เป็นไปตามความต้องการ แม้ว่า กรธ.จะมั่นใจร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ตัวเองทำขึ้นมาไม่ได้ลดทอนสิทธิของประชาชนก็ตาม

ในทางกลับกันหาก กรธ.ยืนยันไม่ปรับเนื้อหาย่อมมีผลต่อเสียงการทำประชามติ ถึงขั้นอาจจะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ โดยต้องไม่ลืมว่าภาคประชาสังคมมีเครือข่ายค่อนข้างใหญ่ หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นส่วนใหญ่ก็ว่าได้ ซึ่งรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ผ่านประชามติมาได้ท่ามกลางกระแสคัดค้านของพรรคการเมืองบางพรรค ส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้แรงสนับสนุนจากเครือข่ายประชาชน

ดังนั้น การจะช่วยให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัยผ่านประชามติไปได้ ก็ต้องอาศัยพลังจากภาคประชาชนมาสู้กับฝ่ายการเมือง

อย่างไรก็ตาม การจะผลักดันให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านด่านประชามติ ต้องพึ่งพลังของ สนช.ด้วย

จริงอยู่ สนช.ไม่ได้เป็นองค์กรที่ให้คุณให้โทษกับร่างรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อ กรธ.กำหนดบทบาทให้ สนช.มีหน้าที่ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เพื่อพาประเทศไปสู่การเลือกตั้งในช่วงกลางปี 2560 ประกอบกับตลอด 2 ปีที่ผ่านมา สนช.ได้สร้างเครือข่ายในต่างจังหวัดไว้พอสมควร ผ่านโครงการ สนช.พบประชาชน ย่อมทำให้ กรธ.ต้องฟังเสียงของ สนช.ที่มีต่อร่างรัฐธรรมนูญอย่างตั้งใจมากขึ้น

โดยเร็วๆ นี้ตัวแทนของ สนช.เตรียมเข้าพบกับ กรธ. เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจถึงข้อเสนอของ สนช. มีความเป็นไปได้ที่หนึ่งในประเด็นที่จะถกแถลงแลกเปลี่ยนระหว่างกัน คือ ที่มาของ สว. ที่ กรธ.กำหนดให้มาจากการเลือกตั้งทางอ้อม แต่ สนช.เห็นว่าน่าจะมาจากการสรรหา และการตัดสิทธิการลงสมัคร สส. และ สว. ของสมาชิก สนช. ในกรณีที่ไม่ได้ลาออกภายใน 90 วันนับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้

ทั้งหมดนี้เป็นทิศทางการทำงานของ กรธ. และการเคลื่อนไหวภายในของแม่น้ำ 5 สาย ก่อนที่จะได้เห็นบทสรุปอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือน มี.ค.

 

Leave a comment