‘วัชระ’ข้องใจ‘กรธ.’บัญญัติห้ามสื่อฯลงสมัครส.ส.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160306/223661.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม 2559
‘วัชระ’ข้องใจ‘กรธ.’บัญญัติห้ามสื่อฯลงสมัครส.ส.

“วัชระ” ข้องใจ “กรธ.” บัญญัติ ห้าม สื่อฯ ลงสมัคร ส.ส. แต่ ไม่ห้าม พวก รุกป่า เหน็บ “มีชัย” อย่าสุดโต่ง จนบั้นปลาย กลายเป็น “แก่มะพร้าว เฒ่ามะละกอ”

          วันที่ 6 มี.ค.59 เมื่อเวลา 10.45 น.  นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญว่า ต้องการให้ร่างฯ ผ่านการทำประชามติ ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. แต่อยากให้ฟังความเห็นทุกภาคส่วน อย่าผูกขาดความรักชาติไว้เพียงพวกเดียว ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่แทงกั๊กเรื่องนี้ แม้ร่างฯ จะถูกท้วงติงโดย 1ในแม่น้ำ 5 สาย ทั้งอดีตประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) และอดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่างฯ) อย่างนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่เคยออกมาระบุว่า ผู้มีอำนาจอยากอยู่ยาว อย่างไรก็ตาม ตนเคารพการมีอำนาจรัฐ แต่ขอให้เหลียวมองความเป็นอยู่ประชาชนว่าลำบากยากแค้นเพียงใด โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจที่รัฐบาลไม่สามารถแก้ได้เลย นอกจากนี้ ยังอยากเห็นร่างฯ ตอบคำถามการปฏิรูปที่แท้จริงได้
          นายวัชระ กล่าวว่า ขอตั้งคำถามถึงกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในมาตรา 93 วรรค 3 ของร่างรัฐธรรมนูญ ที่ระบุถึงคุณสมบัติบุคคลต้องห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งรวมถึงสื่อมวลชนด้วยนั้น เหตุใดถึงห้ามมิให้สื่อมวลชนลงสมัคร ส.ส. ทั้งที่มีความรู้ความสามารถที่จะเป็น ส.ส.ได้ดีกว่าทหารบางคนแน่นอน ส่วนบทบัญญัติใน มาตรา 93 วรรค 10 ที่กำหนดคุณสมบัติบุคคลต้องห้ามไม่ให้ลงสมัคร ส.ส.ว่า เหตุใดมีการเขียนรายละเอียดในความผิดเล็กๆ น้อยๆ ไว้ เช่น การเล่นการพนัน แต่กลับไม่มีการเขียนห้ามบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทำผิดจากการบุกรุกพื้นที่ป่าหรือ
ทรัพยากรธรรมชาติไว้ ตามข้อเสนอของอดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ เพราะคนเหล่านี้เป็นต้นเหตุการทำลายป่า ซึ่งมีนักการเมือง รวมถึงผู้มีอิทธิพลบางคนเกี่ยวข้อง นอกจากนั้น อยากเรียกร้อง กรธ. ได้ทบทวนการบัญญัติ มาตรา 257 ในร่างรัฐธรรมนูญ ที่เขียนให้อำนาจ คสช.ให้ใช้ถึงชาติหน้าก็ใช้ไม่หมดด้วย อย่างไรก็ตาม ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ยังไม่มีบทบัญญัติกำหนดอัตราบัญชีเงินเดือนของผู้พิพากษา หรือ ตุลาการ เหมือนในรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 หรือแม้แต่ร่างของนายบวรศักดิ์ ที่บัญญัติไว้เพี่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายบริหารไปยุ่งหรือก้าวก่ายฝ่ายตุลาการได้
          “เป็นเพราะนายมีชัยอยู่ฝ่ายกฤษฎีกาจึงเห็นต่างกับศาลมาโดยตลอด เลยไม่ให้ความสำคัญในการบัญญัติเนื้อหาดังกล่าวไว้ในรัฐธรรมนูญ อยากให้นายมีชัยอย่าสุดโต่ง แต่ขอให้เดินทางสายกลาง เพราะถ้าตึงหรือหย่อนเกินไป ย่อมไม่เป็นผลดีกับประเทศชาติ อย่าให้บั้นปลายชีวิตกลายเป็นแก่มะพร้าวเฒ่ามะละกอ เพราะอีกสองปีก็จะอายุครบ 80 แล้ว และเห็นว่าทหารควรอยู่ในบทบาทที่เหมาะสมในเรื่องความมั่นคง เพื่อให้ประชาธิปไตยเดินต่อไปได้ พร้อมกับตั้งข้อสังเกตด้วยว่าเนื้อหาในรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ยังอยู่เหนือกว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ซึ่งเป็นเรื่องแปลกจึงอยากให้มีการปรับปรุงแก้ไข
“วัชระ” เซ็ง อ้าง ถูก ดักฟังโทรศัพท์ หลัง เคลื่อนไหว แยก “พงส.” ออกจาก “สตช.”
          นายวัชระ แถลงถึงการเคลื่อนไหวให้แยกพนักงานสอบสวน (พงส.) ออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จนทำให้ถูกดักฟังการสนทนาทางโทรศัพท์และถูกคุกคามจนรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แม้แต่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังเตือนให้ตนระวังตัว ทั้งที่การเรียกร้องดังกล่าวเป็นไปตามความต้องการของประชาชนที่อยากให้กระบวนการยุติธรรมต้นทางมีความเป็นธรรม การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงไม่มีวาระใดๆ แอบแฝง ดังนั้น ขอฝากไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ได้ตรวจสอบว่ามีหน่วยงานใดดักฟังโทรศัพท์อดีต ส.ส.บ้าง ส่วนที่ตนรู้ว่าถูกดักฟัง เนื่องจากขณะสนทนามีเสียงดังตู๊ดๆ ทั้งที่คู่สนทนาไม่ได้มีใครทำอะไรให้เกิดเสียงดังกล่าว จึงอยากให้ผู้ดักฟังมีวินัยเวลาดักฟังอย่านำโทรศัพท์มากดเล่น และขอให้เลิกทำเพราะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
          นายวัชระ กล่าวว่า นอกจากมีการดักฟังโทรศัพท์แล้ว ยังมีการสะกดรอยและมีคนอ้างเป็นตำรวจไปที่บ้าน แต่เมื่อตรวจสอบ พบว่าไม่มีชื่อบุคคลดังกล่าวเป็นตำรวจ โดยเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นก่อนที่พ.ต.ท.จันทร์ ชัยสวัสดิ์ พนักงานสอบสวน ผู้ชำนาญการพิเศษ สน. เทียนทะเล ในฐานะเลขาธิการสหพันธ์พนักงานสอบสวนแห่งชาติ ที่ร่วมเคลื่อนไหวกับตนจะเสียชีวิต และถึงขณะนี้ก็ยังมีการกระทำดังกล่าวอยู่ และการที่นายอภิสิทธิ์ ออกปากเตือนด้วยตัวเอง ตนคิดว่าเหมือนนายอภิสิทธิ์ได้สัญญาณเตือนมา ขณะนี้มีสิ่งไม่ปกติในบ้านเมือง มีแนวโน้มว่าจะเกิดสถานการณ์รุนแรงในอนาคต เพราะในรัฐบาลก็มีความขัดแย้งในเรื่องการซื้อขายตำแหน่งตำรวจ ถึงขั้นแจ้งความดำเนินคดีอาญา สะท้อนว่าผู้มีอำนาจมีความขัดแย้งกันสูง และยังมีความเคลื่อนไหวของระบอบทักษิณด้วย จึงเห็นว่ารัฐบาลต้องคุ้มครองทุกคน แม้จะมีมาตรา 44 ในมือ แต่สิ่งที่มีอำนาจสูงสุดคือกฎแห่งกรรม อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะปฏิรูปตำรวจ โดยสนับสนุนให้มีการแยกอำนาจการสอบสวนออกจาก สตช. ซึ่งจะประกาศเป็นนโยบายพรรคต่อไป
          นายวัชระ ยังกล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ว่า เป็นเรื่องไม่เหมาะสมเพราะการที่ตำรวจอ้างว่าปกป้องศักดิ์ศรีขององค์กรนั้นฟังไม่ขึ้น หากต้องการปกป้องจริงต้องทำความจริงให้กระจ่าง เนื่องจาก พล.ร.อ.พะจุณณ์ มีเจตนาดีให้มีการแก้ปัญหา เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นที่รับทราบกันดีเกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่งภายใน สตช. ว่ามีจริงเพียงแต่ไม่มีหลักฐาน ดังนั้น เมื่อผู้มีอำนาจยืนยันว่าไม่มีก็ขอให้ไปดื่มน้ำสาบานที่วัดพระแก้ว เพื่อพิสูจน์ว่าไม่มีเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น ทั้งนี้ยังทวงถามความคืบหน้าเกี่ยวกับการตรวจสอบปัญหาการซื้อขายตำแหน่งใน สตช. ตามที่อดีตส.ส.ประมาณ 21 คนเคยทำหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ในขณะที่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล เป็น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบ.ชน.) ซึ่งขณะนั้นพบว่ามีปัญหาการซื้อขายตำแหน่งทั้งในนครบาลและภูมิภาค แต่จนถึงขณะนี้ไม่มีคำตอบใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

Leave a comment