หูกระจง?ดุจพุ่มบารมี แผ่คลุมเป็นร่มมงคล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05030011058&srcday=2015-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 27 ฉบับที่ 608

อุทยานพฤกษา

“เมย์วิสาข์”

หูกระจง?ดุจพุ่มบารมี แผ่คลุมเป็นร่มมงคล

ดั่งร่มชั้น คล้ายฉัตร เพื่อปัดป้อง

มวลภัยผอง มิใกล้ ให้ พ่ายหนี

เป็นพฤกษา มงคล แผ่บารมี

คลุมสิ่งดี ด้วยพุ่มหรู หูกระจง

ชื่ออื่น : หูกวางแคระ แผ่บารมี

ชื่อสามัญ : Ivory Coast Almond, Black Afara

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Terminate ivorensis A. Chev.

ชื่อวงศ์ : COMBRETACEAE

ถิ่นกำเนิด : ป่าในแถบแอฟริกาตะวันตก แถบเส้นศูนย์สูตร ตั้งแต่ประเทศกินี ไปจนถึงแคเมอรูน

ข้อมูลทั่วไป :

หูกระจง แผ่ทรงพุ่มสวยงาม อยู่ในอุทยานพฤกษาแห่งนี้ เป็นที่ถูกอกถูกใจของบรรดามวลหมู่ชื่นชมพฤกษานานาพันธุ์เป็นอย่างยิ่ง กลุ่มของต้นหูกระจงเหล่านี้แตกกิ่งเป็นชั้นๆ แต่ละชั้นห่างกันประมาณ 50-100 เซนติเมตร มีคนสงสัยว่า ทำไมชื่อหูกระจง คำตอบก็คือ?คงเป็นเพราะลักษณะใบคล้ายกับหูของกระจง ซึ่งเรารู้จักกันดีว่า กระจง จะมีรูปร่างคล้ายกวาง แต่ไม่มีเขา แล้วใบหูกระจงก็เหมือนใบหูกวาง แต่จะมีขนาดเล็กกว่า ต้นหูกวาง และหูกระจง จัดอยู่ในวงศ์เดียวกัน บางคนบอกชอบต้นไม้ที่นำเอาอวัยวะของสัตว์มาตั้งเป็นชื่อมากเลย เพราะทำให้จดจำได้ง่ายขึ้น นอกจากหูกระจง หูกวาง แล้ว ยังมีอีกหลายหู เช่น หูเสือ หูหนู หูกระต่าย หูปลาช่อน เป็นต้น

ต้นหูกระจง หรือ แผ่บารมี ต้นไม้มงคลที่มีผู้นิยมปลูกในรั้วบ้าน อาจเป็นเพราะทรงพุ่มที่สวยงาม พุ่มใบละเอียดเป็นชั้นๆ เติบโตไว ให้ร่มเงาเร็ว อายุยืน ตลอดจนความหมายที่เป็นการเสริมบุญบารมีให้ชีวิตมีแต่ความสุขความเจริญก็เป็นได้ บางคนชอบต้นหูกระจงมาก เพราะทรงต้นสวยเป็นชั้นๆ เหมือนต้นคริสต์มาส (ที่ใช้ในเทศกาลคริสต์มาส) นั่นคือเหตุผลที่ทำให้นิยมปลูกกัน แต่เมื่อปลูกไปแล้วก็ทำให้เกิดปัญหาไม่น้อย สำหรับบ้านเรือนที่มีพื้นที่น้อยๆ ลองมาดูว่าเกิดปัญหาอะไรบ้าง ปัญหาหรือข้อเสีย เริ่มตั้งแต่ใบร่วงเยอะมาก ร่วงได้ทั้งปี ขนาดใบเล็ก กวาดยาก ติดตามซอกตามหลืบ กวาดไม่หมด แถมมีหนอนบุ้งกัดกินใบ แม้จะระบาดปีละครั้งก็ทำลายต้นหูกระจงไม่น้อย บางต้นใบโกร๋นหมดไม่เหลือเลย ส่วนรากแผ่กว้างมาก อาจแผ่โดนท่อประปาใต้ดินให้แตกเสียหายได้

แต่ข้อยืนยันจากผู้ที่ชอบปลูกหูกระจงมากๆ มีหลายประการ บางคนปลูกเพราะหน้าบ้านร้อน ไม่อยากต่อเติมหลังคาโรงรถ เพราะไม่ชอบเสียงฝนตกกระทบหลังคา ไม่ชอบมืด และที่สำคัญไม่มีงบประมาณด้วย อยากได้ร่มไม้กันแดดให้สวนเล็กหน้าบ้าน แล้วก็เป็นร่มเงาให้รถด้วย รับรู้ถึงปัญหาของการปลูกต้นหูกระจง จึงพยายามทำตามคำแนะนำดังกล่าวข้างต้น โดยการตัดยอด จากนั้นถ้าไม่อยากให้ต้นหูกระจงแผ่ออกมากๆ ก็ตัดแต่งกิ่งหรือเล็มกิ่ง ถ้าหากเล็มเป็นทรงกลมจะสวยงามมาก และถ้าปลูกแล้วปล่อยให้เติบโตตามธรรมชาติก็ต้องขยันกวาดใบที่ร่วง เพราะถ้าไม่กวาดใบร่วง อาจจะเป็นชนวนให้ทะเลาะกับเพื่อนบ้านได้ ในกรณีที่บ้านเรือนปลูกชิดกันมาก กิ่งของหูกระจงแผ่เข้าไปพร้อมกับใบที่ร่วงเป็นจำนวนมากอยู่ในบริเวณบ้านของเพื่อนบ้าน ซึ่งเคยเกิดขึ้นบ่อยๆ ถึงขั้นขึ้นสถานีตำรวจมาแล้ว จึงมีคำแนะนำว่า ควรปลูกต้นหูกระจงให้ห่างจากตัวบ้าน อย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่า 8-10 เมตร บางคนบอกว่าต้อง 15 เมตร จึงจะพอ เพื่อความปลอดภัย ดังนั้น ต้นหูกระจงจึงเหมาะกับการใช้ปลูกประดับสวน อาคาร ให้ร่มเงา ให้ความสวยงาม ในบริเวณกว้าง ส่วนรากที่ชอนไชโครงสร้างของอาคาร หรือพื้นถนนก็ต้องระมัดระวัง ต้องจำกัดพื้นที่การเจริญเติบโตของราก จะโดยวิธีใดก็แล้วแต่ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายขึ้นได้

แต่ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ เป็นคุณสมบัติของต้นหูกระจงธรรมดา แล้วต้นหูกระจงไม่ธรรมดาเป็นอย่างไร? ต้นหูกระจงไม่ธรรมดา คือ หูกระจงแคระ และหูกระจงหนาม สำหรับหูกระจงแคระ เป็นสายพันธุ์ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากเติบโตช้า ส่วนมากนิยมปลูกเป็นไม้ดัด ไม้แคระ หรือ บอนไซ ราคาจึงค่อนข้างสูง ส่วนหูกระจงหนาม จะมีทรงพุ่มที่สวยงามกว่าหูกระจงธรรมดา และใบของต้นหูกระจงหนามจะเป็นเงา และแน่นกว่า เหมาะที่จะปลูกเป็นไม้กระถาง แต่เหตุผลที่สำคัญที่คนสนใจปลูกต้นหูกระจงหนามไม่มาก เนื่องจากความเชื่อเรื่องหนามที่ไม่เป็นมงคลต่อผู้ปลูก ทำให้หูกระจงธรรมดาเป็นพันธุ์ที่ได้รับความนิยมในการซื้อไปปลูกเป็นไม้ประดับมากที่สุด

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

ลำต้น ไม้ยืนต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงประมาณ 15-20 เมตร ขนาดทรงพุ่ม 8-10 เมตร ผลัดใบ ทรงพุ่มแผ่เป็นชั้นๆ หนาทึบ แตกกิ่งตั้งฉากกับลำต้น เมื่อต้นโตเต็มที่ปลายกิ่งจะลู่ลง เปลือกต้นสีน้ำตาล มีรอยแตกเป็นร่องตามแนวยาว สีน้ำตาลอมเหลือง และมีรอยด่างขาวทั่วทั้งลำต้น แตกกิ่งในแนวราบคล้ายฉัตร

ใบ ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับถี่ที่ปลายกิ่ง รูปไข่กลับ กว้าง 1-1.5 เซนติเมตร ยาว 1.5-3 เซนติเมตร ปลายใบเป็นติ่งแหลม โคนใบสอบ แคบ เว้า และมีต่อม 1 คู่ ขอบใบเรียบ แผ่นใบหนาและเหนียว สีเขียวเรียบเป็นมัน ใบอ่อนสีน้ำตาลอมเขียว

ดอก สีขาว ออกเป็นช่อแบบช่อเชิงลดที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ช่อดอกมีลักษณะเป็นแท่ง โคนกลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 5 แฉก รูปสามเหลี่ยม ไม่มีกลีบดอก ดอกเพศผู้อยู่ปลายช่อ ดอกสมบูรณ์เพศอยู่บริเวณโคนช่อ เกสรเพศผู้ 10 อัน

ผล ผลสดแบบมีเนื้อ เมล็ดเดียว รูปไข่ หรือรูปรีป้อม และแบนเล็กน้อย กว้าง 2-5 เซนติเมตร ยาว 3-7 เซนติเมตร สีเขียว เมื่อสุกสีเหลืองอมเขียว มีเนื้อและชั้นหุ้มเมล็ดค่อนข้างแข็งและเหนียว

เมล็ด รูปรี สีน้ำตาล ออกดอกติดผลเกือบตลอดทั้งปี

การขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด และตอนกิ่ง

สภาพแวดล้อมเหมาะแก่การเจริญเติบโต เติบโตได้ดีในดินร่วนหรือร่วนปนทราย รากจะชอนไชลงไปยังชั้นดินได้ดีกว่าดินเหนียว หรือดินแข็งๆ ชอบแดดจัด

สรรพคุณทางสมุนไพร ไม่มีรายงานการมีสรรพคุณทางสมุนไพรแต่เพียงอย่างใด

การใช้ประโยชน์ ทรงพุ่มสวย พุ่มใบละเอียดเป็นชั้นๆ สวยงาม ปลูกประดับสวน อาคาร ให้ร่มเงา ริมถนน ลานจอดรถ ปลูกในพื้นที่กว้าง เช่น สวนสาธารณะ เนื้อไม้ใช้ก่อสร้าง ทำเฟอร์นิเจอร์

Leave a comment