ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20160311/223973.html
การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม 2559
“รบ.”ดึงคสช.ร่วมขับเคลื่อน“ประชารัฐ”ตั้งอาสาสมัคร2แสนร่วมภารกิจด้าน“สุวพันธุ์”สั่งเอ็กซเรย์กองทุนหมู่บ้านหลังมี.ค.เผย“บิ๊กตู่”สั่งปัดฝุ่น“กองทุนทหาร”
วันที่ 11 มีนาคม 2559 เมื่อเวลา 09.30 น. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามโครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ ที่โรงแรมเบสท์เวสเทิร์นพลัสแวนด้าแกรนด์ ถนนแจ้งวัฒนะ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งจัดโดยสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังนโยบาย อาทิ พลโทวิวรรธน์ ปฐมภาคย์ แม่ทัพภาค4 ตัวแทนคณะรักษาความสงบห่งชาติ (คสช.) ผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด เครือข่ายกองทุนหมู่บ้าน พนักงานของธนาคารออมสิน ธนาคารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งจัดขึ้นเพื่อชี้แจงการทำงานของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานรากได้อย่างแท้จริงตามแนวทางนโยบายประชารัฐ
นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า โครงการประชารัฐได้รับการอนุมัติงบประมาณในกรอบวงเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐและเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานรากที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นไปที่การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในหมู่บ้าน ชุมชน รวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ ที่ชุมชนเห็นว่าเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมศักยภาพในการประกอบอาชีพและความเป็นอยู่ในหมู่บ้าน ชุมชนให้ดีขึ้น ซึ่งจะเกี่ยวเนื่องกับการสร้างรายได้ การเพิ่มมูลค่าผลิตและต้องการให้ยึดหลักการทำประชามติในการทำประชาคม ช่วยกันเร่งรัดการขับเคลื่อน ให้คนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมอำนวยความสะดวกให้ทุกภาคส่วน
“และเพื่อให้โครงการประชารัฐมีการขับเคลื่อนอย่างมีศักยภาพและมีความโปร่งใส่เกิดขึ้น จึงได้นำคณะรักษาความสงบเเห่งชาติ (คสช.)ในระดับจังหวัด เข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือการดำเนินโครงการของคนให้ชุมชน ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ต้องการเห็นโครงการประชารัฐเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม และไม่มีข้อครหาเกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดโครงการ” นายสุวพันธุ์ กล่าวและว่า วงเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามโครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ ผ่านสนับสนุนเงินกองทุนให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจำนวน 79,566 กองทุน วงเงินไม่เกินกองทุนละ 500,000 บาท จะช่วยให้เกษตรกรสามารถผ่านพ้นวิกฤติภัยแล้งในขณะนี้ไปได้
นายสุวพันธุ์ กล่าวด้วยว่า หลังจากเดือนมีนาคมตนอยากรู้ว่ามีกองทุนหมู่บ้านกองทุนกี่กองทุนที่ดำเนินการไม่ได้อีกแล้ว ไม่ว่าจะเงินหาย กรรมการไม่อยู่ หรือการบริหารจัดการไม่ดี เพื่อรัฐบาลจะได้มีมาตรการในการฟื้นฟูช่วยเหลือ แต่ยืนยันว่าจะไม่ทิ้งประชาชน แม้กองทุนใดจะไปไม่ไหวก็จะทำให้ไหว เพราะเราทิ้งประชาชนไม่ได้
“นอกจากนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี พูดถึง กองทุนทหาร ที่ท่านนายกฯให้ความสนใจอยากฟื้นฟูกองทุนทหารให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ ซึ่งมีกว่า 100 กว่ากองทุน เพราะเราเคยเห็นความสำเร็จของกองทุนหมู่บ้านที่นำงาน นำผลผลิตของกองทุนมาจัดแสดงเหมือนกองทุนหมู่บ้าน แต่อยากเห็นกองทุนทหารโดยเฉพาะมาจัดแสดง” นายสุวพันธุ์ กล่าว
นายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) กล่าวว่า จะเร่งพิจารณาโครงการต่างๆ ที่เสนอเข้ามาของบในวงเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อจะสามารถดำเนินอนุมัติทุกโครงการให้แล้วภายในเดือนกันยายน 2559 ให้ครบวงเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท แต่หากวงเงินอนุมัติเต็มและยังมีโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ สทบ.ก็พร้อมจะขออนุมัติวงเงินเพิ่มเติมจากคณะรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม ในการพิจารณาอนุมัติโครงการจะต้องเป็นไปอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้โครงการเกิดความซ้ำซ้อนกับโครงการกองทุนหมู่บ้านอื่นๆ เช่น ตำบลละ 5 ล้านบาท หรือ หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท
นายนที กล่าวตอนหนึ่งในการมอบนโยบายว่า รัฐบาลมีนโยบายจะขับเคลื่อนโครงการนี้ต่อเนื่อง โดยจะมีการทำหนังสือจากนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปถึงจังหวัด และกระทรวงมหาดไทย ในการขอรับการสนับสนุนให้มีที่ตั้งสำนักเลขานุการโครงการประชารัฐเพื่อเป็นจุดประสานระหว่างคสช. ธนาคาร ส่วนราชการ เอกชนและประชาชน และมือไม้ของผู้ว่าราชการจังหวัดในการติดตาม
“เพราะโครงการจะไม่จบแค่เดือนกันยายนนี้เท่านั้น จึงขอให้มีกระบวนการตรงนี้รองรับ และขณะนี้มีสัญญาณมาแล้วว่า ในปี 2560 จะมีโครงการนี้ต่อไป โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ขอให้มีการประชุมเตรียมขับเคลื่อนไว้แล้ว ดังนั้นควรมีสำนักเลขานุการโครงการเพื่อให้ต่อเนื่องเพื่อให้รัฐบาลติดตามได้”นายนที กล่าว
นอกจากนี้โครงการจะมีการตั้ง “อาสาประชารัฐ” จำนวน 2 แสนคน ซึ่งจะเป็นเครือข่ายที่ทำงานร่วมกับกองทุนหมู่บ้าน โดยอาสาประชารัฐจะมาจากกองทุนฟื้นฟูฯ สภาเกษตรกรและกลุ่มมวลชนสาธารณสุข จะมีการประชุมร่วมกับเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อน เป็นกลไกในการใช้ภาคประชาชนในการขับเคลื่อนประชารัฐอีกทาง เพราะทิศทางประชารัฐจะมีสองทาง คือ แนวดิ่ง มีกระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพ และแนวนอนคือภาคประชาชน ที่เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง ขณะเดียวกันจะมีการจัดพิมพ์ “หนังสือพิมพ์เสียงประชารัฐ” ที่จะออกเป็นรายปักษ์ ซึ่งออกมาแล้ว 2 ฉบับ จะออกต่อเนื่อง มีการสั่งพิมพ์สองแสนฉบับ ส่งถึงทุกชุมชน เพื่อให้เครือข่ายประชารัฐรับข่าวสาร พร้อมกับจะตั้งเว็บไซต์เพื่อเชื่อมการทำงานในพื้นที่ด้วย จึงเชื่อว่ากลไกเหล่านี้สร้างขึ้นมา โดยมี คสช.ของแต่ละจังหวัดมาเชื่อมทุกส่วนในจังหวัดเพื่อให้เกิดความมั่นคงของโครงการต่อไป
