ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20160311/223972.html
การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม 2559
มติ ปปง.อายัดทรัพย์ 300 ล้าน อดีต ส.ว.ศรีสุข รุ่งวิสัย – พวก อ้างมีโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล หลอกนำเงินสหกรณ์ครูไปลงทุน ฉ้อโกงประชาชน
11 มี.ค. 59 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรมครั้งที่ 4/2559 มีมติอายัดทรัพย์คดีฉ้อโกงประชาชน (แชร์ลอตเตอรี่) กว่า 100 รายการ เป็นเงินกว่า 300 ล้านบาท โดยคดีนี้สืบเนื่องจากกรณีที่ได้รับเรื่องร้องเรียนว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ ครูเลย จำกัด และสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องถูกบริษัท เทวาสิทธิ พิฆเนศ จำกัด โดยนายศรีสุข รุ่งวิสัย อดีต ส.ว.สรรหา นำเงินของสหกรณ์ไปใช้ในกิจการค้าขายสลากกินแบ่งรัฐบาล และสลากพิเศษการกุศล เพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิชอบโดยทุจริต ขายสลากเกินราคา ซึ่งจากการตรวจสอบหลักฐานจาก ปปง.พบว่า บริษัท เทวาสิทธิ พิฆเนศ จำกัด โดยนายศรีสุข ไม่ใช่คู่สัญญา และไม่ได้โควตาสลากจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
แต่นายศรีสุขได้ทำสัญญาซื้อขายสลากกับสหกรณ์ต่างๆ แต่สุดท้ายไม่สามารถรวบรวมสลากได้ตามสัญญาที่ทำไว้ ทำให้เกิดการหมุนเวียนไม่ทัน และการรับซื้อมีราคาแพงขึ้น โดยสหกรณ์ที่ทำสัญญาไว้คือ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกรมสามัญศึกษาจังหวัดเลย จำกัด 3 สัญญา 25,000 เล่ม สหกรณ์ออมทรัพย์ ครูเลย จำกัด 20,000 เล่ม และสหกรณ์การเกษตรวังสะพุง จำกัด 5,000 เล่ม
เลขาธิการ ปปง. กล่าวอีกว่า หลังบริษัท เทวาสิทธิ พิฆเนศ ขาดสภาพคล่องทางการเงิน จึงได้โฆษณาเชิญชวนประชาชนให้ร่วมลงทุนซื้อสลากมาขาย โดยอ้างว่ามีโควตาสลากฯ จำนวนมาก และเสนอผลตอบแทนสูงส่วนต่างให้ฉบับละ 10 บาท ทำให้มีผู้หลงเชื่อร่วมลงทุน อีกทั้งยังมีการไปทำสัญญากับสหกรณ์อื่นเพิ่มเติมเพื่อนำเงินมาหมุนเวียน โดยที่สหกรณ์เหล่านั้นไม่เคยได้รับสลากเลย พฤติการณ์ดังกล่าวจึงเข้าข่ายเป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นมูลฐานความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน สำหรับทรัพย์สินของบริษัท เทวาสิทธิ พิฆเนศ และนายศรีสุขกับพวก ที่ถูกอายัดไว้ชั่วคราว 100 รายการ ประกอบด้วย โฉนดที่ดินหนองตางู บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ 92 รายการ โฉนดที่ดินที่ ต.บางเมือง และ ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 4 รายการ และอาคารชุดไดมอนด์ รัชดา ห้วยขวาง กทม. 4 รายการ รวมกว่า 300 ล้านบาท
เลขาธิการ ปปง. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการ ปปง.ยังมีมติอายัดทรัพย์สินเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรไทยกับพวก ที่หลอกประชาชนและเกษตรกรให้สมัครสมาชิกและเปิดบัญชีกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ แต่ไม่ได้ดำเนินกิจการและผลกำไรจริง โดยกรณีดังกล่าวได้รับการร้องเรียนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ขอให้ตรวจสอบธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยของวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมเกษตรกรไทยกับพวก ซึ่งจากรายงานการทำธุรกรรม พบว่า เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมเกษตรกรไทยกับพวก ได้เปิดบัญชีกับ ธ.ก.ส.หลายพื้นที่ รวม 19 สาขา 146 บัญชี โดยอ้างว่ามีเป้าหมายเพื่อให้คนไทยมีเงินบำนาญ ปลดภาระหนี้สินและลดช่องทางการจำหน่ายผ่านพ่อค้าคนกลาง และมีการเสนอผลตอบแทนให้แก่สมาชิกในลักษณะที่สูงเกินความเป็นจริง โดยมีพฤติการณ์เชิญชวนให้ลูกค้าและประชาชนสมัครเป็นสมาชิก มีการจัดสัมมนาและให้เปิดบัญชีเงินฝากกับ ธ.ก.ส. นำเงินเข้าบัญชีของเครือข่ายเป็นประจำทุกเดือน อีกทั้งยังมีการตั้งเครือข่ายประจำจังหวัด เพื่อให้หาสมาชิกให้
“พฤติการณ์ของเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรไทยมุ่งเชิญชวนประชาชนให้สมัครสมาชิกโดยเสนอแผนการดำเนินงานและผลประโยชน์ตอบแทนที่สูงในช่วงระยะเวลาที่สั้น เช่น ออมเงินเดือนละ 1,000 บาท สามารถกู้เงินได้เงินในวงเงิน 1,000,000 บาท โดยไม่เสียดอกเบี้ย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า เครือข่ายฯ มีการดำเนินการประกอบธุรกิจหรือกระทำการใดๆ อันที่จะได้ผลตอบแทนที่เพียงพอที่จะให้กับสมาชิกตามคำเชิญชวนนั้นน่าเชื่อเป็นเพียงการมุ่งหาสมาชิกเพื่อการระดมเงินค่าสมัครมาหมุนเวียน เข้าข่ายเป็นการฉ้อโกงประชาชน จึงมีมติให้อายัดทรัพย์ไว้ 146 รายการ เป็นเงินประมาณ 6 แสนบาท โดยการดำเนินการดังกล่าวถือเป็นร่วมกับ ธ.ก.ส.ในการแจ้งเบาะแสและช่วยระงับความเสียหายให้กับประชาชน”
พร้อมตรวจสอบเส้นทางการเงินผู้มีอิทธิพลที่กระทำผิด
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลตามนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพลของรัฐบาล ว่า ขณะนี้ ปปง.ยังไม่ได้รับการประสานกับหน่วยงานในการเข้าไปตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้มีอิทธิพลดังกล่าว แต่หากได้รับข้อมูลหรือการประสานให้ติดตามเส้นทางการเงิน ตามขั้นตอนแล้วต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับความผิดมูลฐาน เพราะการตรวจสอบเส้นทางการเงินจะต้องมีการระบุพฤติการณ์กระทำผิดให้ชัดเจนว่ากระทำผิดอย่างไร ในกรณีที่มีความเสียหาย หากต้องยึดหรืออายัดทรัพย์ต้องพิจารณานำทรัพย์คืนให้ผู้เสียหายด้วย ทั้งนี้ ย้ำว่ายังไม่มีหน่วยงานใดประสานข้อมูลให้ ปปง.ใช้อำนาจเข้าตรวจสอบเส้นทางการเงิน
