ขนส่ง คาด ผลศึกษานำรถตู้มาเป็นรถโดยสารประจำทาง แล้วเสร็จ ก.ย. 59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/587881

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2559 18:50

 

ขนส่งทางบก เผย อยู่ระหว่างการศึกษาความปลอดภัยประเภทรถโดยสารประจำทางที่เหมาะสม คาด ผลการศึกษาเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือน ก.ย. 59 นี้…

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 59 นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้กรมการขนส่งทางบกได้ว่าจ้างสถาบันการขนส่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาถึงความปลอดภัย ในการนำรถตู้โดยสารมาใช้เป็นรถโดยสารประจำทาง ซึ่งจะศึกษาถึงความเหมาะสม โดยพิจารณาจากมาตรฐานความปลอดภัยเป็นสำคัญ ทั้งด้านความมั่นคงปลอดภัยของโครงสร้างรถ อุปกรณ์ต่างๆ ในรถ เช่น จุดยึดเก้าอี้ เข็มขัดนิรภัย รูปแบบการติดตั้งระบบเชื้อเพลิง รวมถึงศึกษาความปลอดภัยจากลักษณะการให้บริการ การบรรทุกผู้โดยสารและการขับขี่ในปัจจุบันด้วย

พร้อมกันนี้ จะต้องศึกษาถึงความเหมาะสมของลักษณะรถ และรูปแบบการให้บริการขนส่งสาธารณะ ซึ่งจะต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงกว่าและมีความเหมาะสมสำหรับให้บริการขนส่งสาธารณะมากกว่า และไม่ส่งผลกระทบกับผู้ใช้บริการ คาดว่าผลการศึกษาจะเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนกันยายน 2559 นี้

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ รถตู้โดยสารประจำทางในปัจจุบันได้กำหนดอายุการใช้งานของรถไม่เกิน 10 ปี โดยกำหนดให้ต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพปีละ 2 ครั้ง เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน ส่วนรถตู้ตามนโยบายการจัดระเบียบของ คสช. และกรมการขนส่งทางบก เมื่อปี 2557 ซึ่งเปิดโอกาสให้นำรถตู้ส่วนบุคคลหรือรถตู้ป้ายดำ จดทะเบียนเป็นรถตู้โดยสารสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย จากผลการจัดระเบียบดังกล่าว ทำให้มีจำนวนรถตู้โดยสารเข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 2,149 คัน

ทั้งนี้ รถตู้โดยสารสาธารณะทุกคันจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เช่น ต้องเดินรถในเส้นทางที่กำหนด เรียกเก็บค่าโดยสารตามอัตราที่กำหนด หรือห้ามบรรทุกผู้โดยสารเกินกำหนด หรือดัดแปลงที่นั่งเพื่อให้สามารถรับผู้โดยสารได้มากกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะพฤติกรรมการขับขี่ต้องมีความปลอดภัย ไม่ใช้ความเร็วเกินที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุของรถตู้โดยสาร โดยได้มีการนำเทคโนโลยี GPS เข้ามาติดตั้งในรถตู้โดยสาร ซึ่งภายใน 2559 นี้ รถตู้โดยสารทุกคันต้องมีระบบ GPS เพื่อการติดตามกำกับดูแลความปลอดภัยอย่างยั่งยืน.

Leave a comment