เพิ่มสต๊อกน้ำดื่มรับร้อน-แล้ง แหล่งน้ำพอผลิตยาวถึง 40 ปีข้างหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/588590

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 มี.ค. 2559 07:01

 

(ภาพจาก:AFP)

ระดมพลผู้ผลิตน้ำดื่ม พาณิชย์ขอความร่วมมือเพิ่มสต๊อกช่วงหน้าแล้งจาก 5 –7 วัน เป็น 10 วัน สร้างความเชื่อมั่น ผู้ผลิตยืนยันมีแหล่งน้ำเพียงพอผลิตไปถึง 30–40 ปีข้างหน้า แถมเพิ่มกำลังการผลิตจากปกติอีก 20–30% ขยับน้ำดื่มขึ้นบัญชีสินค้าจับตาเป็นพิเศษ เตือนอย่ากักตุนให้ตลาดป่วน

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการหารือกับผู้ผลิตน้ำดื่มบรรจุขวด สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยและชมรมน้ำดื่มไทยว่า กรมฯได้ขอความร่วมมือผู้ผลิตน้ำดื่มให้เพิ่มสต๊อกการเก็บน้ำดื่มบรรจุขวดจาก 5-7 วันเป็น 10 วัน เริ่มตั้งแต่เดือน มี.ค.จนสิ้นสุดภัยแล้ง เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคว่า น้ำดื่มจะไม่ขาดแคลนในช่วงหน้าร้อนหรือช่วงแล้งปีนี้แน่นอน

ขณะเดียวกันผู้ผลิตน้ำดื่มยังได้เพิ่มกำลังการผลิตน้ำอีก 20-30% จากช่วงปกติ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคทั่วประเทศด้วย ขณะที่ราคาขายจะไม่ปรับเพิ่มขึ้นแน่นอน โดยขวด 500 มิลลิลิตร ราคา 7 บาท และขนาด 1,500 มิลลิลิตร ราคา 14 บาท

นอกจากนี้ ผู้ผลิตน้ำดื่มรายใหญ่ 8 ราย ซึ่ง มีสัดส่วนการผลิตน้ำดื่ม 80% ของปริมาณตลาดน้ำดื่มในไทยยืนยันว่า มีแหล่งผลิตน้ำดื่มเพียงพอไปตลอด ทั้งจากแหล่งน้ำบาดาล ซึ่งมีความลึกลงไปในดิน 300-400 เมตร (ม.) ลึกกว่าบ่อบาดาลทั่วไปที่มีความลึกประมาณ 100 ม. ซึ่งสามารถนำมาผลิตน้ำดื่มได้อีก 30-40 ปี รวมถึงยังมีน้ำประปาและน้ำจากธรรมชาติอีก จึงขอให้ทุกฝ่ายสบายใจได้ว่าน้ำดื่มในประเทศไทยไม่ขาดแคลนแน่นอน และไม่อยากให้ร้านค้า หรือผู้บริโภคกักตุน เพราะอาจทำให้ตลาดเกิดความปั่นป่วนได้

“ตอนนี้ เจ้าหน้าที่ของกรมฯและผู้ประกอบการ ได้ร่วมกันตรวจสอบปริมาณน้ำดื่มตามร้านค้าทั่วไปและห้างต่างๆว่ามีปริมาณเพียงพอหรือไม่ เบื้องต้นทุกแห่งมีปริมาณน้ำเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญผู้ผลิตน้ำดื่ม มีรถขนส่งรวมกันทั่วประเทศ 2,000-3,000 คัน หากจังหวัดใด โดยเฉพาะจังหวัดที่ได้ถูกประกาศเป็นเขตภัยแล้งขาดน้ำดื่ม หรือเกิดภาวะฉุกเฉิน ผู้ประกอบการก็จะสามารถกระจายสินค้าได้ทันที”

พร้อมกันนั้น ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.นี้เป็นต้นไป กรมฯได้นำสินค้าน้ำดื่มบรรจุภาชนะผนึกเข้าไปอยู่ในรายการสินค้าจับตาเป็นพิเศษ เพื่อจะได้ติดตามดูแลสถานการณ์การขายและราคาได้เป็นประจำทุกวัน เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ทัน หากพบเหตุผิดปกติ จากเดิมน้ำดื่มอยู่ในบัญชีติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าวอีกว่า ในเร็วๆนี้ เตรียม เชิญผู้บริหารจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. มาหารือเกี่ยวกับกรณีที่มีประชาชนจำนวนมาก ร้องเรียนว่าราคาสินค้าทั้งน้ำดื่มและอาหารกล่อง ทั้งในสนามบินสุวรรณภูมิ, สนามบินดอนเมือง และสนามบินอื่นๆมีราคาแพงมาก

โดยน้ำดื่มขวดละ 20 บาท จากปกติ 7 บาท โดยจะหารือเพื่อขอความร่วมมือว่าจะสามารถลดราคาลงอีกได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหลักที่ทำให้ร้านค้าในสนามบินปรับขึ้นราคาสินค้าแพงกว่าร้านทั่วไปมาก ส่วนหนึ่งมาจากค่าเช่าสถานที่ ที่แพงมาก

ด้านนายวิชัย กัลยาณเมธี กรรมการบริหารสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย กล่าวว่า สมาชิกสมาคมฯซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำดื่มรายใหญ่ 7 ราย เช่น แบรนด์คริสตัล, เนสท์เล่, อะควาฟีน่า, คาราบาว ฯลฯ รวมกับบริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก รวมเป็น 8 ราย ได้หารือร่วมกันแล้ว ว่า ในช่วงหน้าร้อนปีนี้ หรือตั้งแต่เดือน มี.ค.-เดือน ก.ค. แต่ละบริษัทจะผลิตน้ำดื่มเพื่อเก็บสต๊อกไว้เพิ่มขึ้น 20-30% จากช่วงปกติ เพราะมีการประเมินแล้วว่า ความต้องการบริโภคน้ำดื่มในปีนี้ อาจสูงกว่าทุกปี

“การสต๊อกนั้นแต่ละบริษัทจะไปบริหารจัดการตามกำลังผลิตของแต่ละราย อย่างบริษัทในเครือเสริมสุข มีกำลังการผลิตน้ำดื่มต่อปีที่ 600 ล้านลิตร หรือเฉลี่ยเดือนละ 50 ล้านลิตร ในแต่ละ เดือนจะผลิตตามยอดขาย แต่ในช่วงหน้าร้อน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ก็จะมีการผลิตเพิ่มขึ้นเพื่อสต๊อกไว้ 30% อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าปีนี้ น้ำดื่มจะไม่ขาดแคลนแน่นอน เพราะถ้าน้ำประปาน้อย เราก็จะหันไปใช้น้ำบาดาลมากขึ้น”

ส่วนนายประภาส อดิสยเทพกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดาราเหนือ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตน้ำดื่มตราโพลาริส กล่าวว่า ปัญหาภัยแล้งที่รุนแรงขึ้น ไม่ได้กระทบต่อปริมาณน้ำดื่มบรรจุขวด รวมถึงการผลิตน้ำดื่ม เพราะใช้น้ำบาดาล ซึ่งกำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 3 ล้านแพ็กต่อเดือน และจะเพิ่มกำลังการผลิตในช่วงสภาพอากาศร้อนจัด เพราะความต้องการเพิ่มขึ้นมาก

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ยังไม่พบว่าประชาชนแห่กักตุนน้ำดื่ม ดังนั้น ขอให้มั่นใจว่า น้ำดื่มบรรจุขวดจะไม่ขาดแคลนอย่างแน่นอน.

Leave a comment