ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/586124
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 มี.ค. 2559 06:01

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์โกลเด้นเวนเจอร์ หรือ GVREIT ซึ่งลงทุนในสิทธิการเช่าของอาคารสำนักงานเกรดเอ ซึ่งตั้งอยู่ศูนย์กลางธุรกิจใจกลางกรุงเทพมหานคร คือ อาคาร ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ (ยกเว้นส่วนโรงแรม) และ อาคารสาทรสแควร์ ซึ่งทั้ง 2 แห่ง นับเป็นสถาปัตยกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานในองค์กร ให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน เช่น ระบบอาคารที่ทันสมัย ระบบควบคุมคุณภาพอากาศ ความสะดวกในการเดินทาง เนื่องจากติด BTS อีกทั้งยังช่วยลดการใช้รถยนต์ ลดปัญหาการจราจรอีกด้วย
ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการจำนวนมาก เริ่มหาสถานที่ทำงานที่เข้าสู่ใจกลางเมืองมากขึ้น อาคารสำนักงานที่ติดรถไฟฟ้าหรือรถไฟใต้ดิน เป็นเป้าหมายแรกที่ผู้ประกอบการมองหา
สำหรับ อาคาร ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ตั้งอยู่บนหัวมุมถนนเพลินจิต-วิทยุ โดยเชื่อมตรงจากรถไฟฟ้าสถานีเพลินจิต โดยลักษณะการลงทุน คือ ลงทุนในสิทธิการเช่าอาคารประมาณ 25 ปี (ยกเว้นส่วนโรงแรม) ซึ่งมีอัตราการเช่าสูงถึง 99 % (ข้อมูล ณ 30 กันยายน 2558) โดยตัวอย่างองค์กรธุรกิจที่เช่าอยู่ เช่น กูเกิล, โออิชิ, คลับ 21
ในส่วนคุณสมบัติของปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ที่ทำให้โครงการแตกต่างจากอาคารทั่วไป จนผ่านมาตรฐาน LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) ระดับแพลตตินั่ม (PLATINUM) ของสภาอาคารเขียวประเทศสหรัฐอเมริกา (U.S. Green Building Council : USGBC) ซึ่งเป็นเกณฑ์ประเมินความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของอาคารหรือสิ่งก่อสร้าง ที่ได้รับการยอมรับ และถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายมากที่สุดทั่วโลก คือ
• พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ คิดเป็นร้อยละ 25 จากพื้นที่ที่มองจากมุมสูง
• ทำเลที่ตั้งโครงการ เชื่อมตรงจากรถไฟฟ้าสถานีเพลินจิต ช่วยลดปริมาณการใช้รถยนต์ของผู้ใช้บริการ
• กระจกอนุรักษ์พลังงาน เป็นกระจก 3 ชั้น (Laminated and Insulated Glass with Low E Coating) ที่มีช่องอากาศอยู่ระหว่างกลาง และเคลือบสารพิเศษที่มีคุณสมบัติช่วยลดปริมาณเสียง แสงแดด และความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร
• ระบบปรับอากาศที่ออกแบบเพื่อควบคุมปริมาณลมเย็นให้พอเพียงกับความร้อนในแต่ละพื้นที่ (Variable Air Volume Control System)
• ระบบควบคุมคุณภาพอากาศภายในอาคาร และลดมลพิษของอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality)
• ระบบปรับระดับแสงภายในอาคารให้เหมาะสมกับแสงสว่างธรรมชาติ (Automatic Dimmer) จะช่วยหรี่แสงสว่างของไฟภายในตัวอาคารที่มากเกินความจำเป็นโดยอัตโนมัติ
• การนำน้ำที่ใช้แล้วภายในอาคาร มาบำบัดและหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ (Gray Water Reuse) รวมถึงรดน้ำต้นไม้ภายในโครงการ เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำประปา
• ระบบอาคารอัตโนมัติ (Building Automatic System) ที่เชื่อมต่อ ควบคุม และบริหารจัดการทางวิศวกรรม งานระบบต่างๆ ภายในอาคาร รวมถึงช่วยในการตรวจวัด และควบคุมการใช้พลังงาน
• ระบบลิฟต์อัจฉริยะ (Intelligent Lift System) ที่จะช่วยบริหารจัดการ ให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางไปยังชั้นที่ต้องการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น จึงช่วยประหยัดพลังงานได้มากถึงร้อยละ 30 จากระบบปกติ
อีกแห่งคือ อาคารสาทรสแควร์ อาคารสำนักงานสูง 39 ชั้น ตั้งอยู่หัวมุมถนนสาทร-นราธิวาสราชนครินทร์ โดยเชื่อมตรงจากรถไฟฟ้าสถานีช่องนนทรี และใกล้ทางด่วนสาทร ลักษณะการลงทุน คือ สิทธิการเช่าช่วงที่ดินและอาคารประมาณ 24 ปี ซึ่งมีอัตราการเช่าสูงถึง 96% (ข้อมูล ณ 30 กันยายน 2558) ตัวอย่างองค์กรธุรกิจที่เช่าอยู่ เช่น แคนนอน, ฟอร์ด, ธนาคารมิซูโฮ
สาทรสแควร์ เป็นอาคารอนุรักษ์พลังงานที่ได้ผ่านมาตรฐานอาคารรางวัล LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) ระดับโกลด์ (GOLD) ของสภาอาคารเขียวประเทศสหรัฐอเมริกา (U.S. Green Building Council : USGBC) ประเภทโครงการเชิงพาณิชย์ ซึ่งสะท้อนผ่านนวัตกรรมการออกแบบ ดังนี้
• ให้มีพื้นที่เปิดโล่งกว่า 36% ของพื้นดินซึ่งช่วยลดความแออัดของพื้นที่เมือง และเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยเลือกใช้ต้นไม้ซึ่งสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดี ทนทาน ดูแลรักษาง่าย เช่น ต้นสนฉัตร ต้นชาฮกเกี้ยน หญ้ามะนิลา โดยจัดวางพื้นที่สีเขียวบริเวณข้างอาคารริมถนนสาทร ซึ่งมีการจราจรคับคั่งตลอดทั้งวัน เพื่อช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์
• พื้นโดยรอบอาคารใช้วัสดุปูพื้นรอบอาคารเป็นหินสีอ่อน เพื่อลดการสะท้อนความร้อน และลดผลกระทบอันเกิดจากการดูดซับและสะสมความร้อนบนพื้นผิว ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของ “ปรากฏการณ์เกาะร้อนของเมือง” (Urban Heat Island)
• เนื่องจากโครงการ สาทร สแควร์ ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ช่องนนทรี จึงได้สร้างทางเชื่อมให้ผู้ใช้อาคารสามารถเดินจากสถานีรถไฟฟ้าเข้าสู่ตัวอาคารได้โดยตรง เพื่อเป็นการส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่ประหยัดพลังงานและไม่ก่อให้เกิดมลพิษ ทั้งนี้ โครงการได้จัดพื้นที่สำหรับจอดจักรยานบริเวณหน้าโครงการ และห้องอาบน้ำในแต่ละชั้น อีกทั้งยังได้จัดพื้นที่จอดรถพิเศษ NGV Energy ไว้บริเวณที่สามารถจอดได้สะดวก เพื่อเป็นการส่งเสริมและจูงใจให้ใช้รถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
• การวางตำแหน่งของอาคารให้ได้รับแสงธรรมชาติมากที่สุดถึง 95% ของพื้นที่สำนักงาน โดยได้ออกแบบตัวอาคารให้เป็นรูปโค้งมน เอียงตัวอาคารให้ด้านยาวอยู่ในทิศตะวันออกเฉียงเหนือ – ตะวันตกเฉียงใต้ เพื่อลดปริมาณพื้นที่ผนังอาคารให้รับความร้อนโดยตรงจากแสงอาทิตย์ได้น้อยลง ออกแบบผังพื้นที่เช่าของอาคารให้ไม่มีเสากลาง (column-free) ตำแหน่งที่ตั้งพื้นที่บริการและจัดวางห้องงานระบบอยู่แกนกลางของอาคาร ทำให้เปิดรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ แต่รูปทรงโค้งมนของอาคารสามารถช่วยลดแรงต้านลม ลดปริมาณแสงอาทิตย์ตกกระทบลงบนผนังอาคาร ซึ่งช่วยลดการส่งผ่านความร้อนเข้าสู่ตัวอาคารและสามารถควบคุมอุณหภูมิภายในอาคารได้คงที่
• ผนังภายนอกอาคารเลือกใช้เป็นผนัง curtain wall โดยเลือกใช้กระจกสีลามิเนต ชนิด Low-E coating และเฟรมอะลูมิเนียม ซึ่งเป็นวัสดุกระจกที่ช่วยลดการถ่ายเทความร้อนและลดแสงสะท้อนรบกวนอาคารอื่นๆ ส่วนหลังคาได้ออกแบบให้ลาดเอียงสะบัดปลายโค้งขึ้นคล้ายรูปทรง “ช่อฟ้า” และเลือกทาสีพื้นที่ใช้สอยภายนอกเป็นสีขาว ซึ่งองศาการลาดเอียงและการทาสีขาวได้ช่วยหักเหแสงอาทิตย์ เป็นฉนวนกันความร้อนหลังคา ช่วยลดการดูดซับความร้อนและช่วยลดการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ตัวอาคารได้ดีขึ้น
• ระบบปรับอากาศถือว่าเป็นระบบที่ใช้พลังงานมากที่สุดในอาคาร ทางโครงการจึงได้มีการออกแบบ ติดตั้งอุปกรณ์และระบบ ที่สามารถช่วยประหยัดพลังงานไว้เป็นพิเศษ ได้แก่ 1. ระบบปรับอากาศชนิด Central water-cooled chilled water system 2. อุปกรณ์ Secondary chilled water pump ถือเป็นอีกอุปกรณ์หนึ่งที่ใช้พลังงานมาก ซึ่งทำหน้าที่สูบน้ำเย็นไปยังเครื่อง AHU ที่ติดตั้งอยู่ในแต่ละชั้น 3. อุปกรณ์ VAV (Variable Air Volume Diffusers) ระบบควบคุมปริมาณลมของเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับพื้นที่ใช้งานจริง
ทั้งนี้ ทั้ง 2 อาคาร มีพื้นที่ปล่อยให้เช่ารวมได้ประมาณ 99,494 ตารางเมตร โดยผู้จัดการกองทรัสต์ มองว่า ทั้งสองอาคารนี้ ตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพ มีผู้เช่าจากทั้งในและต่างประเทศที่มีความหลากหลายทางอุตสาหกรรม และมีความมั่นคงสูง โดยกองทรัสต์มีนโยบายการจ่ายประโยชน์ตอบแทน ไม่เกิน 4 ครั้งต่อปี ในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของกำไรสุทธิหลังปรับปรุงแล้ว
ทั้งนี้ มูลค่าทรัพย์สินที่กองทรัสต์จะเข้าลงทุน ไม่เกิน 10,000 ล้านบาท โดยเงินที่ระดมทุนได้ จะนำไปลงทุนในสิทธิการเช่าอาคารโครงการปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ (ยกเว้นส่วนโรงแรม) และสิทธิการเช่าช่วงที่ดินและอาคารโครงการสาทรสแควร์ และนำรายได้ค่าเช่ามาจ่ายประโยชน์ตอบแทนแก่นักลงทุน ผู้จัดการกองทรัสต์และผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ คือ บริษัทในเครือของ บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่าเป็นอย่างดี และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะทรัสตีทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของนักลงทุน
ทั้งนี้ การเสนอขายหน่วยทรัสต์ในครั้งนี้ มิได้เป็นการเสนอขายหน่วยทรัสต์ต่อนักลงทุนรายย่อยหรือประชาชนเป็นการทั่วไป โดยผู้จัดการการจัดจำหน่ายขอสงวนสิทธิ์ในการปิดรับการจองซื้อก่อนวันครบกำหนดระยะเวลาการจองซื้อ ในกรณีที่มีผู้จองซื้อครบตามจำนวนที่เสนอขาย
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์โกลเด้นเวนเจอร์ (GVREIT) ได้ที่ www.sec.or.th หรือ www.gvreit.com และสามารถสอบถามผู้จัดการการจัดจำหน่ายและตัวแทนจำหน่ายหน่วยทรัสต์ ธนาคารกสิกรไทย 02-888-8888 กด 09 ตัวแทนจำหน่ายหน่วยทรัสต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 1572 ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย 02-626-7777 ธนาคารยูโอบี 02-285-1555 ธนาคารธนชาต 1770





