‘องอาจ’ตั้ง3ปม‘ส.ว.สรรหา’ฉุดข้อเด่นร่างรธน.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160316/224227.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 16 มีนาคม 2559
‘องอาจ’ตั้ง3ปม‘ส.ว.สรรหา’ฉุดข้อเด่นร่างรธน.

‘องอาจ’ ตั้ง 3 ปม ‘ส.ว.สรรหา’ ฉุดข้อเด่นร่างรธน. หวั่นผู้มีอำนาจล็อกตัวบุคคลเข้าสภาสูง ข้องใจ ‘ผบ.เหล่าทัพ’ เข้ามาทำไม จี้ ‘กรธ.’ อุดช่อง ‘นายกฯ คนนอก’

      16 มี.ค.59 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอของคสช.ให้ปรับปรุงบทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญที่ได้เสนอต่อกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)โดยเฉพาะ 3 ประเด็นคือ 1. การได้มาซึ่ง ส.ว. สรรหา 2. วิธีการเลือกตั้ง ส.ส. และ 3. ที่มาของนายกรัฐมนตรี โดยในส่วนของการได้มาซึ่ง ส.ว. สรรหา มีประเด็นที่ควรพิจารณาดังนี้ 1. การได้มาซึ่ง ส.ว.จากการพิจารณาของคนกลุ่มเดียว ในกลุ่มของคณะกรรมการฯ ที่ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันได้ว่ามีอิสระเป็นกลาง เป็นที่น่าเชื่อถืออย่างแท้จริง มีความเป็นไปได้สูงที่ผู้มีอำนาจจะเข้าไปมีส่วนกำหนดบุคคลที่จะได้พิจารณาเป็น ส.ว. โดยประชาชนไม่มีส่วนร่วมแต่อย่างใด ทางที่ดีกระบวนการของการได้มาซึ่ง ส.ว. ยังควรคงหลักที่มาจากกลุ่มสาขาอาชีพและควรออกแบบเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม 2. การกล่าวอ้างถึงประโยชน์ในการดูแลและพิทักษ์รักษาความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองด้วยการให้มี ส.ว. สรรหา 6 คน มาจากปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก่อให้เกิดคำถามว่า ทั้ง 6 ตำแหน่งนี้ ไม่สามารถใช้อำนาจหน้าที่ตามปกติพิทักษ์รักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองได้หรืออย่างไร และตำแหน่ง ส.ว. ที่ได้รับจะช่วยทำให้รักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้อย่างไร ถ้ากรธ. เขียนเรื่องนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอของ คสช. ก็ต้องอธิบายให้ได้ว่า มีความจำเป็นอย่างไร ถ้าไม่มีเหตุผลเพียงพอจะเป็นประเด็นที่ถูกโจมตีอย่างมาก และได้ไม่คุ้มเสียจนอาจเป็นชนวนสายล่อฟ้าที่จะทำให้ข้อเด่นในร่างรัฐธรรมนูญถูกละเลย
      นายองอาจ กล่าวว่า 3. ข้อเสนอที่ให้ ส.ว. สรรหา สามารถร่วมอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไว้วางใจ หรือไม่วางใจได้นั้น จะทำให้เข้าไปเป็นกลไกหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างฝ่ายบริหารได้นั้น เป็นการสมควรหรือไม่ ในส่วนของที่มานายกรัฐมนตรีนั้น ได้มีการเสนอไม่ให้เอาเรื่องการแจ้งรายชื่อผู้ที่จะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 3 ชื่อออกไป แต่คสช.ไม่ได้มีข้อเสนอว่าที่มานายกรัฐมนตรีควรมาด้วยวิธีการใด เพียงแต่คสช.ได้แสดงความวิตกกังวลไว้ในข้อเสนอว่า อาจเกิดเหตุจำเป็นที่พรรคการเมืองเห็นชอบร่วมกันให้เสนอชื่อบุคคลอื่นนอกบัญชีย่อมไม่อาจทำได้ จึงได้เปิดกว้างไว้ การเปิดกว้างไว้เช่นนี้ย่อมอาจถูกตีความได้ว่า เพื่อเปิดโอกาสให้นายกรัฐมนตรีมาจากคนนอก ที่ไม่ได้เป็นส.ส. กรธ. จึงจำเป็นต้องเขียนที่มาของนายกรัฐมนตรีให้ชัดเจน ไม่ให้ถูกตีความได้ว่า เปิดกว้างให้นายกฯ คนนอกมาได้สะดวกยิ่งขึ้น
แนะ คสช.อย่าผูกขาดข้อเสนอตัวเองดีสุด จี้ กรธ.พิจารณาข้อเสนอผู้มีอำนาจอย่างรอบคอบ
      นายองอาจ กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนวิธีการเลือกตั้งส.ส.นั้น ข้อเสนอของคสช.ที่เสนอให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบนั้น มีส่วนช่วยทำให้ประชาชนได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งตามเจตนารมณ์ที่แท้จริงของตน และอาจมีส่วนช่วยลดการซื้อเสียงลงได้ระดับหนึ่ง รวมทั้งเปิดโอกาสให้พรรคทางเลือกมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง ถึงแม้ข้อเสนอของ คสช. จะอยู่บนพื้นฐานของความตั้งใจอยากให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ในระยะเปลี่ยนผ่านโดยเฉพาะข้อวิตกกังวลถึงความไม่สงบเรียบร้อย อาจประสบปัญหาความรุนแรงหลังการเลือกตั้ง แต่คสช.ก็ต้องเปิดใจรับฟังข้อเสนอ มุมมองที่แตกต่างจากฝ่ายอื่น ๆ ด้วย เพราะยังมีบุคคล กลุ่มบุคคล ที่อยากเห็นประเทศเดินหน้าต่อไปได้ด้วยแนวคิด วิธีการที่แตกต่างจาก คสช. แต่มีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองเช่นเดียวกัน คสช. จึงไม่ควรผูกขาดว่าข้อเสนอและวิธีการของเราเท่านั้นจึงถูกต้อง
      อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์จะแล้วเสร็จ ขอเรียกร้องให้กรธ.พิจารณาข้อเสนอจากทุกฝ่ายโดยเฉพาะข้อเสนอจากคสช.ด้วยความรอบคอบ เป็นตัวของตัวเอง บนพื้นฐานของหลักการที่ถูกต้องเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมอย่างแท้จริง เพื่อที่รัฐธรรมนูญจะได้รับการยอมรับจากประชาชนจนมีส่วนทำให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ด้วยดีในที่สุด
‘วัชระ’ เหน็บข้อเสนอ คสช.นำการเมืองสู่วิกฤติทางตัน
      16 มี.ค. นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ข้อเสนอแนวทางการปรับปรุงบทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญ โดยคสช. ที่ส่งถึงนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ.นั้น เปรียบดังใบสั่งที่มิอาจปฏิเสธได้ กำลังนำไปสู่ทางตันทางการเมืองและอาจนำบ้านเมืองไปสู่วิกฤติ คสช.ได้ทำให้สังคมเห็นว่ากรธ.กลายเป็นลูกไก่ในกำมือซึ่งไม่เป็นผลดีใด ๆ เลย จริง ๆ แล้วคสช.นับได้ว่าเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง อาสาเข้ามาจัดระเบียบปฏิรูปสังคมใหม่ ควรละมุนละไมแบบไทยๆ ไม่ควรหักด้ามพร้าด้วยเข่า เพราะวัฒนธรรมของคนไทยไม่ชอบวิธีการแบบนี้
      ในจดหมายของคสช.ก็อ้างถึงกับดักทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองโดยไม่ได้ดูว่าท่านเองก็คือกับดักประชาธิปไตยด้วยเช่นกัน ตนเชื่อว่าคสช.ทุกท่านล้วนมีเจตนาดีต่อบ้านเมือง เกรงว่าเจตนารมณ์ของตนจะล้มครืนลงจึงต้องสืบทอดอำนาจในรูปแบบต่าง ๆ จริง ๆ แล้วไม่จำเป็นเลย ถ้าเขียนรัฐธรรมนูญให้ชัด ไม่แสวงหาอำนาจต่อ ทำเพื่อประเทศอย่างแท้จริง ผู้คนจะแซ่ซ้องสรรเสริญไปสิบทิศ หากในอนาคตใครมาเล่นแร่แปรธาตุ ท่านก็ออกมาได้อีกอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น จึงควรเขียนรธน.ที่เป็นประชาธิปไตยแบบไทย ๆ อย่าตึงหรือหย่อนเกินไป ประเภท ส.ว.ลากตั้ง 250 คน เอารายชื่อส.ว.ที่ตั้งไว้ล่วงหน้าเช่นนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสปท.คนที่ 1 ทิ้งไปได้แล้ว หรือให้สมัครเขตใหญ่พรรคละ 3 คน แล้วให้ประชาชนเลือกได้คนเดียว มีที่ไหน
      “ในโลกความคิดพิสดารนี้ต้องถามนายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา อดีตสปช.และสปท.ที่เป็นต้นคิดคนแรกที่นำไปเสนอทหารใหญ่จนเชื่อกันทั้งคสช.ว่าสามารถป้องกันการซื้อเสียงได้ แต่เป็นการทำลายความสามัคคีของผู้สมัคร ส.ส.ตั้งแต่วันแรกที่ลงสมัคร ทำให้ระบบพรรคการเมืองอ่อนแอลงสมดังเจตนาของผู้มีอำนาจบางคน คสช.ควรยึดพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นต้นแบบที่เอ่ยคำว่าผมพอแล้ว เมื่อพรรคการเมืองพร้อมใจกันไปกราบเรียนเชิญให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี”

Leave a comment