ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20151118/217092.html
ไทยเล็งตลาดหนังอาเซียนชิมลางนานาชาติโตเกียว : สุพินดา ณ มหาไชยรายงาน
ในงาน เจแปน คอนเทสต์ โชว์เคส 2015 หรืองานตลาดอุตสาหกรรมสารัตถะญี่ปุ่น และ งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตเกียว ครั้งที่ 28 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กระทรวงวัฒนธรรมของไทยได้เจรจากับกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (METI) และผู้บริหารกองทุนคูล เจแปน ฟันด์ ของญี่ปุ่น เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในนโยบายคูล เจแปน ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นอัดฉีดเงินกว่า 3.75 หมื่นล้านเยน เข้ากองทุนดังกล่าว สำหรับจัดทำสื่อในรูปแบบต่างๆ เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมญี่ปุ่นในต่างประเทศ
นี่เป็น ผลประโยชน์ติดมือกลับบ้าน ที่ได้จากการเข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์ ยังไม่รวมถึงการที่ภาพยนตร์เรื่อง มหาสมุทรกับสุสาน Island and The Funeral โดย พิมพกา ตีระ ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมสนับสนุนงบประมาณในการสร้าง คว้ารางวัล เบสต์ อาเซียน ฟิล์ม อวอร์ดส จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตเกียว ทั้งหมดนี้จะมีผลต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์และสารัตถะในไทย ซึ่งนั่นเป็นเป้าหมายแท้จริงของการที่กระทรวงวัฒนธรรมส่งเสริมให้ผู้สร้างภาพยนตร์ไทยเข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติในประเทศต่างๆ
งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตเกียว เป็น 1 ใน 3 เทศกาลภาพยนตร์ของอาเซียนที่กระทรวงวัฒนธรรมสนับสนุนให้เอกชนผู้สร้างภาพยนตร์ในไทยเข้าร่วม นั่น คือ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตเกียว เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติฮ่องกง โดยฮ่องกงเป็นตลาดใหญ่สุดของภูมิภาคนี้
โดยปกติ ก่อนที่เทศกาลภาพยนตร์จะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ จะเปิดตัวด้วยตลาดขายหนัง ผู้สร้างภาพยนตร์จากประเทศต่างๆ จะคัดเลือก ภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือ เปิดตัวคาแรกเตอร์ใหม่เพื่อหาผู้ร่วมทุนสร้าง ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตเกียว และภาพยนตร์แอนิเมชั่นหลายเรื่องของญี่ปุ่นเปิดตัวคาแรกเตอร์ใหม่ที่น่าสนใจเพื่อหาผู้อุปการคุณ
ในส่วนของประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรมจองบูธ ให้ผู้สร้างภาพยนตร์ไทยนำของ ไปขายเช่นกัน โดยในปีนี้บริษัท จีเอ็มเอ็ม ไท หับ จำกัด หรือ จีทีเอช(ปิด) และบริษัท พระเกศฟิล์ม จำกัด ตอบรับไปออกบูธกับกระทรวงวัฒนธรรม ขณะที่ขาใหญ่อย่างสหมงคลฟิล์มไปออกบูธเอง พร้อมนำหนังดังอย่าง อาบัติ ไปวางขาย ขณะเดียวกัน ก็มีผู้ซื้อจากไทยไปช็อปปิ้งภาพยนตร์และหนังถึง 38 ราย ส่วนใหญ่เป็นทีวีดิจิทัลไปช็อปปิ้งคอนเทนต์มาใส่ในช่องของตัวเอง
ขาประจำ ที่จับจองพื้นที่มหาศาลในเทศกาลภาพยนตร์เกือบทุกงาน คือ อุตสาหกรรมภาพยนตร์จากเกาหลี ซึ่งมักจะควงคู่ไปกับ Kofic หน่วยงานรัฐบาลที่ทำหน้าที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ที่มาพร้อมบริการแบบวันสต็อปเซอร์วิส ให้บริการเกี่ยวกับการจัดหาโลเกชั่น และบริการอื่นๆ อุปกรณ์สำหรับถ่ายทำภาพยนตร์ในเกาหลีใต้ด้วย
วิมลลักษณ์ ชูชาติ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม และรักษาการรองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะหัวหน้าคณะของกระทรวงวัฒนธรรมเข้าร่วมงาน เจแปน คอนเทนต์ โชว์เคส 2015 บอกว่า แต่ละประเทศให้ความสำคัญกับเทศกาลภาพยนตร์มาก เพราะไม่ได้หมายถึงการขายภาพยนตร์อย่างเดียวเท่านั้น แต่เชื่อมโยงกับการขายโลเกชั่น และบริการด้านการถ่ายทำภาพยนตร์ แน่นอนกองถ่ายจากต่างประเทศ ต้องมาเช่าอุปกรณ์ถ่ายทำภาพยนตร์ และใช้บริการจากบริษัทในท้องถิ่น ทั้งหมดนี้ สามารถนำรายได้เข้าสู่ประเทศมหาศาล
ไม่ได้เฉพาะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมภาพยนตร์เท่านั้นที่ได้ประโยชน์ แต่ ภาพยนตร์ ยังมีผลต่อการส่งออกและการท่องเที่ยวในประเทศด้วย ญี่ปุ่นกับนโยบายคูล เจแปน เป็นหลักฐานชี้แจงความจริงนี้ได้เป็นอย่างดี ระยะหลัง ญี่ปุ่นถูกเกาหลีใต้แย่งพื้นที่ไปหลายอย่าง กระแสเคป๊อปทำให้ยอดส่งออกสินค้าเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าทางวัฒนธรรม เช่น อาหาร นำท่องเที่ยวมาทัวร์ตามรอยซีรีส์ดัง ขณะที่ยอดขายสินค้าทางวัฒนธรรมญี่ปุ่นลดลง
รัฐบาลญี่ปุ่น จึงจัดตั้งกองทุน “คูล เจแปน ฟันด์” ซึ่งมาพร้อมนโยบาย “คูล เจแปน” เป็นส่วนหนึ่งของแผนกระตุ้นเศรษฐกิจญี่ปุ่น โดยใช้อุตสาหกรรมภาพยนตร์และสารัตถะเพื่อเผยแพร่ความนิยมญี่ปุ่นในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการส่งออกสินค้าทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น โดยตั้งเป้าหมายสำคัญๆ เช่น เพิ่มยอดการส่งออกอาหารญี่ปุ่นเป็น 1 ล้านล้านเยนต่อปีภายในปี 2563 ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นได้จัดสรรเงินให้กว่า 3.75 หมื่นล้านเยนเข้ากองทุนดังกล่าว ที่สำคัญ กองทุนเปิดรับภาคเอกชนและหน่วยงานเข้าร่วมโครงการในลักษณะร่วมทุนเพื่อทำงานเผยแพร่วัฒนธรรมญี่ปุ่นไปประเทศต่างๆ
วิมลลักษณ์ บอกว่า ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่โตเกียว กระทรวงวัฒนธรรมได้มีโอกาสหารือกับผู้บริหารกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น และผู้บริหารกองทุน “คูล เจแปน ฟันด์” เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้ร่วมโครงการกับกองทุน “คูล เจแปน ฟันด์” โดยร่วมกับผู้ประกอบการญี่ปุ่น ทำรายการเผยแพร่วัฒนธรรมญี่ปุ่นออกอากาศในไทย ขณะเดียวกันอาจมีการผสมผสานการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยไปในตัวด้วย ทั้งนี้ จากการหารือเบื้องต้นมีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลไทยจะเจรจาทำความตกลง(เอ็มโอยู)กับรัฐบาลญี่ปุ่นในเรื่องนี้
วิมลลักษณ์ ทิ้งท้ายว่า สิ่งที่กระทรวงวัฒนธรรมดำเนินการทั้งหมด ก็เพื่อสร้างอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยและอุตสาหกรรมสารัตถะในไทยให้เข้มแข็ง ซึ่งไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อตัวอุตสาหกรรมภาพยนตร์เท่านั้น ยังนำรายได้เข้าสู่ประเทศเพิ่มขึ้นในอีกหลายทาง ทั้งการขายตัวหนังเอง หรือการท่องเที่ยว การส่งออกสินค้าทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะเมื่อเรากำลังจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน หนังอาเซียน จะมาเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจของไทย อยากให้ไทย เป็นพี่ใหญ่ของตลาดนี้
