หนีฝุ่นพิษ! ‘โรงเรียนสาธิตจุฬาฯฝ่ายประถม’ ประกาศปิดเรียน 1 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708523

หนีฝุ่นพิษ! 'โรงเรียนสาธิตจุฬาฯฝ่ายประถม' ประกาศปิดเรียน 1 วัน

หนีฝุ่นพิษ! ‘โรงเรียนสาธิตจุฬาฯฝ่ายประถม’ ประกาศปิดเรียน 1 วัน

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 21.21 น.

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 เพจเฟซบุ๊ก “โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม” โพสต์ข้อความระบุว่า เรียน ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม เรื่อง ประกาศปิดเรียน

จากรายงานดัชนีคุณภาพอากาศในเขตพื้นที่โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม พบว่า มีค่าฝุ่นละอองในอากาศขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในปริมาณที่เกินกว่าค่ามาตรฐานและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โรงเรียนมีความห่วงใยสุขภาพของนักเรียน รวมถึงเพื่อเฝ้าสังเกตสถานการณ์และแนวโน้มของค่าฝุ่นละอองในอากาศ จึงขอปิดเรียนในวันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 รวมเป็นเวลา 1 วัน และเปิดเรียนตามปกติในวันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 ในการนี้โรงเรียนจะจัดให้มีการเรียนออนไลน์ตามตารางเรียนปกติของนักเรียนผ่านระบบ CUD Smart School ในวันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 โดยเป็นการทำกิจกรรมหรือทบทวนบทเรียนผ่านสื่อการเรียนรู้ต่างๆ และไม่มีการนับจำนวนผู้เข้าเรียน เมื่อเปิดเรียนตามปกติอาจารย์ประจำวิชาจะเป็นผู้สอนและติดตามงานกับนักเรียนอีกครั้ง

ทั้งนี้ ในส่วนการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของนักเรียนแต่ละระดับชั้น โรงเรียนขอแจ้งกำหนดการ ดังนี้ 1) กิจกรรมทัศนศึกษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ยังคงจัดในวันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 ตามปกติ 2) กิจกรรมการอยู่ค่ายกลางวันของลูกเสือและเนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จากเดิมจัดในวันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2566 จะเลื่อนไปจัดในวันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2566 3) นักเรียนที่เรียนในโครงการเพิ่มพูนสมรรถนะการเรียนรู้นอกเวลาเรียนและโครงการพัฒนาทักษะกีฬาเชิงรุก (After School) จากเดิมที่เรียนในวันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 จะเลื่อนไปเรียนในวันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายวิชาการหลักสูตรและการสอน โทรศัพท์ 02-218-0529 หน่วยประชาสัมพันธ์ โทรศัพท์ 02-218-2746 หน่วยสารบรรณ โทรศัพท์ 02-218-2783 เข้าสู่เว็บไซต์โรงเรียน https://satite.chula.ac.th/ปิดเรียน-03-02-2566/

– 006

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FSatitChula%2Fposts%2Fpfbid037YvcJ8GcstEA2NM5GSdxU5Bzj6tnZQEzrwErQrxdKZcQmjhMkME5hK9oWMSRm2Awl&width=500&show_text=true&height=582&appId

สั่งตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรง’ผอ.โรงเรียน’เรียกรับเงิน โทษสูงสุดถึงขั้นไล่ออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708520

สั่งตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรง'ผอ.โรงเรียน'เรียกรับเงิน โทษสูงสุดถึงขั้นไล่ออก

สั่งตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรง’ผอ.โรงเรียน’เรียกรับเงิน โทษสูงสุดถึงขั้นไล่ออก

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 21.01 น.

กทม.ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง พร้อมสั่งพักราชการ ผอ.โรงเรียน ทุจริตเรียกรับเงินผู้รับเหมาโครงการอาหารเด็ก จนถูกจับกุมคาเงินของกลาง

จากกรณีกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) วางแผนจับกุม ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ย่านบางชัน มีพฤติกรรมใช้อำนาจในทางที่ไม่เหมาะสม เรียกรับเงินจากคู่สัญญาหรือผู้ประกอบการที่ชนะการเสนอราคาโครงการจ้างเหมาประกอบอาหารสำหรับนักเรียน ภาคเรียนที่  2/2565 ของโรงเรียนฯ เป็นเงิน 329,000 บาท โดยอ้างว่าจะนำไปปรับปรุงวัสดุ อุปกรณ์ โต๊ะ เก้าอี้ ภายในโรงอาหารของโรงเรียน และเรียกเก็บเพิ่มเติมเป็นเงินรายเดือนอีกเดือนละ 9,000 บาทนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ปปป.ให้ประกัน’ผอ.ร.ร.ย่านบางชัน’คดีทุจริตเงินอาหารเด็กนักเรียน)

ล่าสุด นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า ในการดำเนินการสอบวินัย เป็นอำนาจของปลัดกรุงเทพมหานคร จะมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เนื่องจากเป็นความผิดที่ชัดแจ้ง และจะมีคำสั่งให้พักราชการไว้ก่อน โดยกรอบของกรรมการสอบจะใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน ซึ่งโทษสูงสุดก็คือการไล่ออก

โดยขั้นตอนการประมูลการได้งานของบริษัทดังกล่าวก็เป็นไปตามขั้นตอน E-bidding ผ่านกระบวนการหาตัวผู้รับจ้างตามที่กฎหมายกำหนดเป็นไปตามมาตรฐานตามโครงการอาหารของเด็ก ซึ่งโรงเรียนก็จะต้องเป็นผู้ตรวจตรา ส่วน กทม.มีการส่งที่ปรึกษาลงไปตรวจตราความถูกต้องอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเคสนี้เป็นการกระทำผิดโดยบุคคลไม่ได้ทุจริตจากขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่าจะเอาเงินมาซื้อโต๊ะเก้าอี้ก็คนละเรื่องกัน คนละงบประมาณกันอยู่แล้ว

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า เรื่องทุจริตคอรัปชันเป็นเรื่องที่รับไม่ได้และได้มีการสั่งเน้นย้ำมาโดยตลอด เชื่อว่าคนที่ทำผิดเป็นส่วนน้อยก็อยากจะให้กำลังใจคนส่วนใหญ่ คุณครูทั่วทั้ง กทม. เป็นคนดีและตั้งใจทำงาน

เฝ้าระวังPM2.5 ‘ตรีนุช’สั่งสถานศึกษาปรับกิจกรรมการเรียน พื้นที่ฝุ่นเกินมาตรฐาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708458

เฝ้าระวังPM2.5 'ตรีนุช'สั่งสถานศึกษาปรับกิจกรรมการเรียน พื้นที่ฝุ่นเกินมาตรฐาน

เฝ้าระวังPM2.5 ‘ตรีนุช’สั่งสถานศึกษาปรับกิจกรรมการเรียน พื้นที่ฝุ่นเกินมาตรฐาน

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 17.23 น.

“ตรีนุช”สั่ง สพฐ.เฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในสถานศึกษา พร้อมปรับกิจกรรมการเรียนในพื้นที่ฝุ่นเกินมาตรฐาน

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในประเทศไทย ที่มีแนวโน้มค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐานในระดับสีแดงและสีส้มในหลายจังหวัด ว่า ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำชับสถานศึกษาเตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพของนักเรียนจากค่าฝุ่นที่เกิดมาตรฐาน ตามมาตรการเร่งด่วนของศูนย์ประสานงานเพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ปัญหาฝุ่นฯ PM 2.5 สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เช่น สวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น งดกิจกรรมและออกกำลังกายกลางแจ้ง ปิดประตูหน้าต่างช่วงมีฝุ่นสูง รวมทั้งให้ครูสื่อสารข้อมูลสถานการณ์ฝุ่นในชั้นเรียนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเฝ้าสังเกตอาการแพ้ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น

“ดิฉันให้ความสำคัญต่อสุขภาพของนักเรียนและครูทุกคน ทั้งที่อยู่ในพื้นที่มีฝุ่นและพื้นที่ที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน จึงได้มอบให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งดูแลศูนย์ประสานงานเพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ปัญหาฝุ่นฯ PM 2.5 และเลขาธิการ กพฐ.ประสานการทำงานร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เพื่อช่วยในเรื่องของมาตรการดูแลและป้องกันสุขภาพ อนามัยของนักเรียนนักศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา พร้อมให้กำชับไปยังผู้บริหารสถานศึกษาให้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในพื้นที่ที่มีระดับค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ที่เริ่มมีผลต่อสุขภาพและมีผลต่อสุขภาพ เพื่อปรับกิจกรรมการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ โดยย้ำให้ดูแลผู้เรียนกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัวอย่างใกล้ชิด เช่น โรคหัวใจ โรคระบบทางเดินหายใจ รวมทั้งเด็กเล็ก หากมีอาการผิดปกติควรไปพบแพทย์ทันที นอกจากนี้ให้สถานศึกษาทำงานร่วมกับศูนย์อำนวยการช่วยเหลือสถานศึกษาประสบภัยพิบัติ ศธ.ที่มีอยู่ทุกจังหวัด ในการติดตามสถานการณ์และเตรียมพร้อมให้การช่วยเหลือหน่วยงานและสถานศึกษาทั่วประเทศอย่างเต็มที่” รมว.ศธ.กล่าว

สช.-สมาคมทางการศึกษาเอกชน จัดงาน’วันการศึกษาเอกชน ปี 2566′ 5ภูมิภาค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708432

สช.-สมาคมทางการศึกษาเอกชน จัดงาน'วันการศึกษาเอกชน ปี 2566' 5ภูมิภาค

สช.-สมาคมทางการศึกษาเอกชน จัดงาน’วันการศึกษาเอกชน ปี 2566′ 5ภูมิภาค

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.52 น.

สช.-สมาคมทางการศึกษาเอกชน จัดงาน “วันการศึกษาเอกชน ปี 2566” 5 ภูมิภาค

2 ก.พ. 2566 นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) พร้อมด้วย ผศ.ดร.ศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนและประธาน ปส.กช. จังหวัดนครราชสีมา ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “ วันการศึกษาเอกชน ประจำปี พ.ศ. 2566 ” โดยมี นายประพัทธ์ รัตนอรุณ รองเลขาธิการ กช. ผู้เชี่ยวชาญฯ และผู้บริหาร สช. เข้าร่วม ณ  ห้องประชุมวิเวก ปางพุฒิพงศ์ อาคาร สช.

นายมณฑล  กล่าวว่า ตามที่ ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2461  และนับแต่นั้นมา สช.จึงได้กำหนดให้วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็น “วันการศึกษาเอกชน” ซึ่งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาเอกชน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในแต่ละภูมิภาคร่วมกันจัดกิจกรรมต่างๆ ในห้วงเวลาดังกล่าวเป็นประจำทุกปี โดยได้กำหนดการจัดงาน “ วันการศึกษาเอกชน ประจำปี พ.ศ. 2566 ” วัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้เพื่อให้ผู้บริหาร และครูได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการและนวัตกรรมทางการศึกษา ครูและผู้สอน ได้เผยแพร่ผลงานด้านการศึกษาสู่สาธารณชนผ่านการประชุมเชิงวิชาการ ส่วนนักเรียน ได้มีโอกาสแสดงออกถึงความรู้ ความสามารถตามศักยภาพ เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ค้นพบความถนัดของตนเอง และสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ และมีการพัฒนาต่อยอดการเรียนรู้  และเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันซึ่งตรงกับนโยบายและเป้าหมายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้สามารถคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และทักษะที่จำเป็นในโลกยุคปัจจุบัน และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของโรงเรียน  สมาคม  และเครือข่ายทางการศึกษาเอกชน เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนแนวทางการจัดการศึกษาเอกชนที่ดี

ผศ.ดร.ศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนและประธาน ปส.กช. จังหวัดนครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า  สช. และหน่วยงานที่ดูแลการศึกษาเอกชนในส่วนภูมิภาค (ศธจ./สช.จังหวัด) ได้ร่วมกับสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.) และคณะกรรมการปส.กช.จังหวัด สมาคมการศึกษาเอกชนจังหวัดและเครือข่ายการศึกษาเอกชนต่างๆ จัดกิจกรรม ใน 5 ภูมิภาค  ได้แก่ ภาคตะวันออก วันที่ 4 ก.พ. 2566 ณ โรงแรมทวาราวดี/โรงเรียนมัธยม วัดใหม่กรงทองในพระราชูปถัมภ์ จังหวัดปราจีนบุรี  วันที่ 5  ก.พ. 2566 ณ โรงแรมทวาราวดี จังหวัดปราจีนบุรี ภาคกลาง วันที่ 17 ก.พ. 2566 ณ โรงเรียนวินิตศึกษา จังหวัดลพบุรี วันที่ 18 ก.พ. 2566 ณ หอประชุมวิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี จังหวัดลพบุรี  ภาคเหนือ วันที่ 18 ก.พ. 2566 ณ โรงแรมแกรนด์ปารีสอร์ท จังหวัดลำพูน วันที่ 19 ก.พ. 2566 ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดลำพูน  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 24-25 ก.พ. 2566 ณ โรงแรมณัฐพงษ์แกรนด์ จังหวัดหนองบัวลำภู  ภาคใต้ วันที่ 25 ก.พ. 2566 ณ โรงแรมพาราไดซ์แอนด์รีสอร์ท หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา วันที่ 26 ก.พ. 2566 ณ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

โดยภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การประชุมสัมมนาทางวิชาการ การแสดงนิทรรศการ การแข่งขันทักษะทางวิชาการและการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของนักเรียนโรงเรียนเอกชนในระดับประเทศ โดยสมาคม ปส.กช. ร่วมกับ สช. ดำเนินการ จัดรายการแข่งขัน 22 รายการ  51 การแข่งขัน มีนักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขัน 10,972 คน จาก 1,073 โรงเรียนทั่วประเทศ  มีการมอบรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติ ผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชนผู้ทำคุณประโยชน์ต่อการศึกษาเอกชน  และนักเรียนผู้สร้างชื่อเสียงระดับประเทศ 

“สำหรับกลุ่มเป้าหมายในการจัดงานในครั้งนี้ประกอบด้วย คณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัดทั่วประเทศ (ปส.กช.) นายกสมาคมทางการศึกษาเอกชน เครือข่ายการศึกษาเอกชน ผู้บริหาร  ครู  บุคลากรทางการศึกษาและนักเรียนโรงเรียนเอกชน ข้าราชการสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด/สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด ข้าราชการของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนจากทุกจังหวัดในภูมิภาคต่างๆ คาดว่าจะมีผู้ร่วมงานรวมทั้งสิ้น กว่า  10,000  คน” ผศ.ดร.ศุภเสฏฐ์ กล่าว
 

‘ตรีนุช’ย้ำทำงานการศึกษาและเยาวชนต้องโปร่งใสทุกมิติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708425

'ตรีนุช'ย้ำทำงานการศึกษาและเยาวชนต้องโปร่งใสทุกมิติ

‘ตรีนุช’ย้ำทำงานการศึกษาและเยาวชนต้องโปร่งใสทุกมิติ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.39 น.

‘ตรีนุช’ย้ำทำงานการศึกษาและเยาวชนต้องโปร่งใสทุกมิติ ปมมีผู้ร้องเรียนว่าผู้อำนวยการโรงเรียน

จากกรณี ที่มีการร้องเรียนว่าผู้อำนวยการโรงเรียนบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ เรียกรับเงินจากคู่สัญญาหรือผู้ประกอบการที่ชนะการเสนอราคาโครงการจ้างเหมาประกอบอาหารสำหรับนักเรียน ทางกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) จึงวางแผนให้ผู้ประกอบการนำเงินไปส่งมอบให้กับผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว ก่อนนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้พร้อมกับเงินของกลาง นั้น

2 ก.พ.2566 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)  กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ได้มีการเน้นย้ำผู้บริหารทุกภาคส่วนและระดับทุกพื้นที่ให้ดำเนินการทุกเรื่องอย่างโปร่งใสมาโดยตลอดอยู่แล้ว ไม่เฉพาะเรื่องอาหารกลางวันเท่านั้น และเน้นเรื่องความโปร่งใสในทุกมิติ เพราะเราเป็นต้นแบบของการทำงานเรื่องการศึกษาเรื่องของเยาวชน  ซึ่งศธ.มีกระบวนการตรวจสอบและมาตรการป้องกันอย่างที่สุดแล้ว แต่หากมีการทุจริตเกิดขึ้นก็ต้องดำเนินการทางกฏหมายทันที

ขณะที่ นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้เข้มงวดเกี่ยวกับการจัดอาหารกลางวันให้กับนักเรียนในโรงเรียนสังกัด สช. โดย สช.มีระเบียบการจัดอาหารกลางวันควบคุมอยู่แล้วเพื่อให้โรงเรียนเบิกจ่ายเงินตามข้อเท็จจริง และสช.ก็มีการตรวจและติดตามเกี่ยวกับเงินอุหนุนค่าอาหารกลางวันเป็นปกติ รวมถึงตรวจคุณภาพการจัดอาหารกลางวันไปด้วย  ซึ่งโรงเรียนในสังกัด สช.ที่ได้รับเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวัน 100% ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนการกุศล และทางโรงเรียนก็ได้ดำเนินการตามระเบียบ  ส่วนการตรวจสอบก็จะมีศึกษาธิการจังหวัด  สช.จังหวัด และ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้าไปตรวจสอบ  และจากสถิติที่ผ่านมา สช.ไม่พบปัญหาปัญหาเรื่องการทุจริต ทั้งเรื่องคุณภาพอาหารหรือการเบิกจ่ายเงินไม่ถูกต้อง  มีปัญหาเพียงเล็กน้อยคือมีโรงเรียนการกุศลบางโรงไม่เข้าใจระเบียบจึงเก็บเงินส่วนนี้ไว้ในบัญชี แล้วนำเงินส่วนอื่นของทางวัดที่หลวงพ่อนำมาสนับสนุนให้เป็นค่าอาหารกลางวัน จึงทำให้เงินส่วนนี้ค้างอยู่ในบัญชี้ เมื่อ สตช.ไปตรวจสอบพบ ทางโรงเรียนจึงต้องคืนเงินส่วนนี้ไป  อย่างไรก็ตามในการประชุม สช.ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา สช.ได้มีประกาศทำความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบ สช.ฉบับใหม่ เพื่อให้โรงเรียนทุกแห่งเบิกจ่ายเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์อย่างถูกต้องแล้ว

“สช.เข้าไปตรวจสอบเงินอุดหนุนและคุณภาพอาหารกลางวับแบบสุ่มตรวจ หรือหากมีการร้องเรียนเข้ามาเราก็จะรีบไปรวจสอบ แต่ที่ผ่านมาผมยังไม่เห็นว่ามีการร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องอาหารกลางวันของโรงเรียนในสังกัด สช.เข้ามา” เลขาธิการ กช. กล่าว 

บอร์ด ก.ค.ศ. เห็นชอบรายชื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา 245 เขต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708423

บอร์ด ก.ค.ศ. เห็นชอบรายชื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา 245 เขต

บอร์ด ก.ค.ศ. เห็นชอบรายชื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา 245 เขต

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.29 น.

บอร์ด ก.ค.ศ. เห็นชอบรายชื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา 245 เขต

2 ก.พ.2566 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกะทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 1/2566  ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ เห็นชอบรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกและผู้ได้รับการเสนอชื่อและแต่งตั้งเป็นคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา  จำนวน 245 เขตพื้นที่ฯ ตามที่ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเฉพาะกิจคัดเลือกบุคคลเพื่อเสนอ ก.ค.ศ. แต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 3 คณะ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่ง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ได้ดำเนินการพิจารณาบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ เพื่อแต่งตั้งเป็นประธานอนุกรรมการ อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา อนุกรรมการผู้แทนคณะศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) อนุกรรมการนายอำเภอหรือผู้แทน อนุกรรมการผู้อำนวยการเขตหรือผู้แทน และอนุกรรมการผู้แทน ก.ค.ศ. ใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป และมีเงื่อนไข ว่า หากตรวจสอบภายหลังพบ ว่า ประธานอนุกรรมการหรืออนุกรรมการรายใด มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม หรือมีกรณีใดกรณีหนึ่ง ที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด จะถูกเพิกถอนการดำรงตำแหน่งประธานอนุกรรมการหรืออนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ตรวจสอบความถูกต้องก่อนแจ้งให้ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบต่อไป

“ต่อไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะปฐมนิเทศเพื่อมอบนโยบายและ ทาง ก.ค.ศ. จะจัดลำดับงานว่า อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ทั้ง 245 เขตพื้นที่ฯ ควรจะดำเนินการอะไรบ้าง ทั้งนี้ พบว่าผู้ที่เป็นประธาน อ.ก.ค.ศ. มาจากหลากหลายอาชีพ เช่น เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัด, อธิการบดีมหาวิทยาลัย อดีตผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา เป็นต้น การที่มีคนหลากหลายเข้ามาเป็นประธานและคณะกรรมการ อ.ก.ค.ศ. นั้น จะทำให้การกระจายอำนาจไปสู่พื้นที่ ตอบโจทย์คุณภาพพื้นที่ และมีความโปร่งใส” น.ส.ตรีนุช กล่าว 

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ รายละเอียดการดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตามที่ สพฐ. ขอให้พิจารณารายละเอียดการดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ตามหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ.  (ว16/2565) เนื่องจากปัจจุบัน สพฐ. ไม่มีบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกฯ ประกอบกับจะต้องนำตำแหน่งว่างมากำหนดสัดส่วนเพื่อใช้ในการรับย้ายและสำหรับการคัดเลือกเพื่อให้การบริหารงานบุคคลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และได้ผู้บริหารสถานศึกษามาทำหน้าที่ในการบริหารการศึกษาโดยเร็ว 

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ก.ค.ศ. จึงเห็นควรให้มีการดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ว 16/2565 ที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยได้ปรับปรุงรายละเอียด  การดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งฯ ในส่วนของหลักสูตรการคัดเลือก ให้สอดคล้องกับมาตรฐานตำแหน่ง และมาตรฐานวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา (ว 10/2564) โดยมีรายละเอียดสาระสำคัญ ดังนี้ ภาค ก ความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานในหน้าที่ โดยปรับเนื้อหาการประเมินให้สอดคล้องกับลักษณะงานที่ปฏิบัติของตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ตามมาตรฐานตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ว 3/2564) ซึ่งต้องมีการบูรณาการงานทั้ง 5 ด้าน ให้เชื่อมโยงและสอดคล้องกัน

รมว.ศธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาค ข ผลงาน ประเมินจากผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานตำแหน่งที่มีผลใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน และ ภาค ค วิสัยทัศน์และแนวคิดในการบริหารจัดการสถานศึกษาในการที่จะปฏิบัติงานในตำแหน่งที่สมัครเข้ารับการคัดเลือก โดยกำหนดองค์ประกอบ/ตัวชี้วัด ประเด็นท้าทายเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ครู และสถานศึกษา ที่แสดงให้เห็นถึงการปรับประยุกต์ แก้ไขปัญหา ริเริ่ม พัฒนา คิดค้น ปรับเปลี่ยน หรือสร้างการเปลี่ยนแปลง ตามที่กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์ ว 10/2564 

-009
 

บอร์ด ก.ค.ศ.เห็นชอบรายชื่อ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา 245 เขต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708358

บอร์ด ก.ค.ศ.เห็นชอบรายชื่อ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา 245 เขต

บอร์ด ก.ค.ศ.เห็นชอบรายชื่อ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา 245 เขต

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.40 น.

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกะทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 1/2566 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกและผู้ได้รับการเสนอชื่อและแต่งตั้งเป็นคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 245 เขตพื้นที่ฯ ตามที่ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเฉพาะกิจคัดเลือกบุคคลเพื่อเสนอ ก.ค.ศ.แต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 3 คณะ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ได้ดำเนินการพิจารณาบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ เพื่อแต่งตั้งเป็นประธานอนุกรรมการ อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา อนุกรรมการผู้แทนคณะศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) อนุกรรมการนายอำเภอหรือผู้แทน อนุกรรมการผู้อำนวยการเขตหรือผู้แทน และอนุกรรมการผู้แทน ก.ค.ศ.ใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป และมีเงื่อนไขว่า หากตรวจสอบภายหลังพบว่า ประธานอนุกรรมการหรืออนุกรรมการรายใดมีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม หรือมีกรณีใดกรณีหนึ่ง ที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.กำหนด จะถูกเพิกถอนการดำรงตำแหน่งประธานอนุกรรมการหรืออนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.ค.ศ.ตรวจสอบความถูกต้องก่อนแจ้งให้ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบต่อไป

“ต่อไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะปฐมนิเทศเพื่อมอบนโยบาย และทาง ก.ค.ศ.จะจัดลำดับงานว่า อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ทั้ง 245 เขตพื้นที่ฯ ควรจะดำเนินการอะไรบ้าง ทั้งนี้ พบว่าผู้ที่เป็นประธาน อ.ก.ค.ศ.มาจากหลากหลายอาชีพ เช่น เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัด , อธิการบดีมหาวิทยาลัย อดีตผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา เป็นต้น การที่มีคนหลากหลายเข้ามาเป็นประธานและคณะกรรมการ อ.ก.ค.ศ.นั้น จะทำให้การกระจายอำนาจไปสู่พื้นที่ ตอบโจทย์คุณภาพพื้นที่ และมีความโปร่งใส” น.ส.ตรีนุช กล่าว

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ รายละเอียดการดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตามที่ สพฐ.ขอให้พิจารณารายละเอียดการดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ตามหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ. (ว16/2565) เนื่องจากปัจจุบัน สพฐ.ไม่มีบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกฯ ประกอบกับจะต้องนำตำแหน่งว่างมากำหนดสัดส่วนเพื่อใช้ในการรับย้ายและสำหรับการคัดเลือกเพื่อให้การบริหารงานบุคคลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และได้ผู้บริหารสถานศึกษามาทำหน้าที่ในการบริหารการศึกษาโดยเร็ว

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ก.ค.ศ.จึงเห็นควรให้มีการดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ.ตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ว 16/2565 ที่ ก.ค.ศ.กำหนด โดยได้ปรับปรุงรายละเอียด การดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งฯ ในส่วนของหลักสูตรการคัดเลือก ให้สอดคล้องกับมาตรฐานตำแหน่ง และมาตรฐานวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา (ว 10/2564) โดยมีรายละเอียดสาระสำคัญ ดังนี้ ภาค ก ความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานในหน้าที่ โดยปรับเนื้อหาการประเมินให้สอดคล้องกับลักษณะงานที่ปฏิบัติของตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ตามมาตรฐานตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ว 3/2564) ซึ่งต้องมีการบูรณาการงานทั้ง 5 ด้าน ให้เชื่อมโยงและสอดคล้องกัน

รมว.ศธ.กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาค ข ผลงาน ประเมินจากผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานตำแหน่งที่มีผลใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน และ ภาค ค วิสัยทัศน์และแนวคิดในการบริหารจัดการสถานศึกษาในการที่จะปฏิบัติงานในตำแหน่งที่สมัครเข้ารับการคัดเลือก โดยกำหนดองค์ประกอบ/ตัวชี้วัด ประเด็นท้าทายเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ครู และสถานศึกษา ที่แสดงให้เห็นถึงการปรับประยุกต์ แก้ไขปัญหา ริเริ่ม พัฒนา คิดค้น ปรับเปลี่ยน หรือสร้างการเปลี่ยนแปลง ตามที่กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์ ว 10/2564

ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์พบนักเรียนหน้าเสาธงชวนตั้งก๊วนต้านยาเสพติด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708342

ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์พบนักเรียนหน้าเสาธงชวนตั้งก๊วนต้านยาเสพติด

ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์พบนักเรียนหน้าเสาธงชวนตั้งก๊วนต้านยาเสพติด

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 13.56 น.

ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เดินสายพบนักเรียนหน้าเสาธง พร้อมโชว์เกี่ยวก้อยสร้างพันธะสัญญาไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ตั้งใจเรียนและเป็นคนดีให้กับสังคม ขณะที่ภาคเอกชนหนุนสมทบแจกหมวกกันน๊อคเยาวชนต้นแบบขับขี่ปลอดภัย

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 ที่โรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนางสาวแววตา นระทัดนายอำเภอสหัสขันธ์ นายชุมพล แสบงบาล สาธารณสุขอ.สหัสขันธ์ พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกิจกรรมหน้าเสาธง เคารพธงชาติ สวดมนต์ ร่วมกับนักเรียน เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมหมู่บ้าน/ชุมชนสีขาวปลอดยาเสพติด โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีนายนิคม วิชัยโย ผู้อำนวยการโรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา นำบุคลากรทางการศึกษาและนักเรียน กว่า 1,000 คน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

โดยนายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ร่วมกิจกรรมหน้าเสาธง ร้องเพลงชาติ สวดมนต์ และแผ่เมตตา จากนั้นได้ให้โอวาทภายใต้กรอบการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งจะขับเคลื่อนกิจกรรมหลัก 3 ป.ที่ประกอบด้วย ป้องกัน ปลูกฝัง และปราบปราม พร้อมมอบหมวกกันน๊อคนิรภัยที่ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน ให้กับเยาวชนต้นแบบขัยขี่ปลอดภัย จำนวน 10 คน ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เข้าไปพูดคุยกับนักเรียนอย่างเป็นกันเอง และชวนเกี่ยวก้อนเพื่อสร้างพันธะสัญญาไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด สร้างความประทับใจให้กับนักเรียนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการให้คำแนะนำการเรียนต่อระดับอุดมศึกษากับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และเชิญชวนร่วมสแกนคิวอาร์โค้ด ตอบโจทย์ปัญหา “อยากให้ผู้ว่าฯจัดกิจกรรมอะไรให้เด็กๆ” จากนั้นได้ร่วมประชุมตรวจติดตามหมู่บ้าน/ชุมชนสีขาว อำเภอสหัสขันธ์ ที่หอประชุมอำเภอสหัสขันธ์

นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า การขับเคลื่อน 3 ป.ที่ประกอบด้วย ป้องกัน ปลูกฝังและปราบปราม ในส่วนของจังหวัดกาฬสินธุ์ จะเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดเพื่อลดปัญหาการส่งบำบัดให้น้อยลงภายใน 31 มีนาคมนี้ โดยทุกกิจกรรมของจังหวัดที่ดำเนินการสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาจังหวัด 3 ร่ำรวย 3 ใจ คือ เข้าใจ ไว้ใจ และร่วมใจ ส่วนการสแกน คิวอาร์โค้ด อยากให้ผู้ว่าฯจัดกิจกรรมอะไรให้กับเด็ก ๆ เป็นการเปิดรับฟังความคิดเห็นของเด็ก ๆ เยาวชนเพื่อเปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้ครอบคลุม – 003

มจธ. ต่อยอดเชิงพาณิชย์ งานวิจัย 3D print ทางการแพทย์ ‘วัสดุทดแทนกระดูก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708151

มจธ. ต่อยอดเชิงพาณิชย์ งานวิจัย 3D print  ทางการแพทย์ ‘วัสดุทดแทนกระดูก’

มจธ. ต่อยอดเชิงพาณิชย์ งานวิจัย 3D print ทางการแพทย์ ‘วัสดุทดแทนกระดูก’

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผศ.ดร.พชรพิชญ์ พรหมอุปถัมภ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เปิดเผยว่า ได้นำองค์ความรู้ทางด้านเครื่องกลและเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ที่สามารถขึ้นรูปทรงที่มีความซับซ้อนได้ มาศึกษาวิจัย “วัสดุทดแทนกระดูก” โดยออกแบบและขึ้นรูป พัฒนาขึ้นเป็น “วัสดุทดแทนกระดูกประเภทมีรูพรุนเฉพาะ” สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการปลูกถ่ายกระดูกบริเวณขากรรไกรและใบหน้า ซึ่งจะช่วยให้การผ่าตัดมีประสิทธิภาพ สะดวก แม่นยำ และรวดเร็วมากขึ้น โดยเฉพาะการผ่าตัดศัลยกรรมกราม ขากรรไกร และใบหน้า โดยต้นปี 2565 ที่ผ่านมา ได้ร่วมมือกับคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำผลงานไปใช้ในการผ่าตัดผู้ป่วย พบว่าสามารถใช้งานได้ดีและมีประสิทธิภาพ ทำให้มีความต้องการเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีผู้ป่วยขากรรไกรใบหน้าในประเทศไทยที่รอการผ่าตัด มีอยู่จำนวนมากอย่างน้อยปีละ 3,000-5,000 รายจึงนำมาสู่การจัดตั้ง บริษัท ออสซีโอแล็บส์ จำกัด ขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2565 เพื่อต่อยอดและขยายผลในเชิงธุรกิจ ในฐานะเป็นบริษัท Spin-off ของ มจธ. และเพื่อรองรับกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นต่อไปในอนาคต

ดร.วิกรม อาฮูยา CEO และ Co-Founder บริษัท ออสซีโอแล็บส์ จำกัด (OsseoLabs) กล่าวว่า ตนเองอยู่ในธุรกิจสตาร์ทอัพ และทำงานร่วมกับผศ.ดร.พชรพิชญ์ มานาน จึงอยากผลักดันงานของนักวิจัยไทยที่มีศักยภาพในระดับสากลให้ต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ และผลงานวิจัย “วัสดุทดแทนกระดูกประเภทมีรูพรุนเฉพาะ” นี้ บริษัทมีความมั่นใจว่าจะเป็นประโยชน์ทางการแพทย์อย่างมาก หากมีการผลิตขายในเชิงพาณิชย์ และเชื่อว่าจะสามารถทำการรักษาผู้ป่วยได้เพิ่มขึ้นกว่าพันรายต่อปี นอกจากยังมีแผนที่จะขยายไปต่างประเทศโดยเน้นที่สหรัฐอเมริกา โดยจะมีการระดมทุน การสร้างการรับรู้ การจัดหาสถานที่ผลิตที่ได้มาตรฐาน ISO ภายใน 6 เดือน และเร่งดำเนินการขึ้นทะเบียน อย. เพื่อให้สามารถผลิตเชิงพาณิชย์ต่อไป โดยขณะนี้การดำเนินงานผลิตต้องขออนุญาตเป็นรายๆ ไป

ทั้งนี้ บริษัท ออสซีโอแล็บส์ จำกัด (OsseoLabs)ล่าสุด ได้เข้าร่วมการแข่งขัน Startup Pitching for Smart Hospital 2022 เมื่อเดือนตุลาคม 2565ที่ผ่านมา ภายใต้โจทย์ “Convergent Technology for Emerging Smart Healthcare” เพื่อนำเสนอผลงานนวัตกรรมสำหรับการวินิจฉัยและการมีส่วนร่วมของผู้ป่วย การวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับการบริการ กระบวนการลดขั้นตอนการทำงานเพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้น การตรวจติดตามสุขภาพเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง และการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน โดยผลงานการวางแผนผ่าตัดด้วยระบบคอมพิวเตอร์เพื่อผลลัพธ์ที่แม่นยำ Virtual surgical planning for highly precise surgery และวัสดุทดแทนกระดูกประเภทมีรูพรุนเฉพาะ Osseo-enhanced TPMS™ porous implants ของบริษัท ออสซีโอแล็บส์ ติด 1 ใน 5 ทีมสุดท้าย ใน 5 สาขาและได้รับรางวัลขวัญใจมหาชน (Popular vote) พร้อมทุนสนับสนุนมูลค่า 50,000 บาท จากบริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)

นักเรียนรร.ราษฎร์อุปถัมภ์ ได้รับรางวัล ตอบคำถามสารานุกรมไทยระดับประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708153

นักเรียนรร.ราษฎร์อุปถัมภ์ ได้รับรางวัล  ตอบคำถามสารานุกรมไทยระดับประเทศ

นักเรียนรร.ราษฎร์อุปถัมภ์ ได้รับรางวัล ตอบคำถามสารานุกรมไทยระดับประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสรณพงศ์ ใยดี ผู้อำนวยการโรงเรียนราษฎร์อุปถัมภ์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 เปิดเผยว่าโรงเรียนราษฎร์อุปถัมภ์ ได้นำนักเรียนเข้าร่วมแข่งขันตอบคำถามสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ครั้งที่ 26 ระดับประถมศึกษาตอนปลาย (ป.4-6) รอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศปีพ.ศ.2565 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะตัวแทนภาคเหนือ

สำหรับผลการแข่งขัน ตัวแทนนักเรียนได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ด.ญ.ณัฐสุดา ใจตึก นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ด.ญ.พรรนิภา ภู่บึงพร้าว นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ด.ญ.พัชรีรัตน์อ่อนบึงพร้าว นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยมี นางสันฐิตา บัวคง เป็นครูผู้ฝึกสอน และเข้ารับรางวัลเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา ณ หอประชุมกองทัพเรือ กรุงเทพมหานคร