สั่งตรึงราคาเดิม! เตรียมแผนพิมพ์หนังสือเรียนปี’66 มั่นใจเสร็จทันก่อนเปิดเทอม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/684755

สั่งตรึงราคาเดิม! เตรียมแผนพิมพ์หนังสือเรียนปี'66 มั่นใจเสร็จทันก่อนเปิดเทอม

สั่งตรึงราคาเดิม! เตรียมแผนพิมพ์หนังสือเรียนปี’66 มั่นใจเสร็จทันก่อนเปิดเทอม

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 11.15 น.

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารองค์การค้า (อค.) ของคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ว่า องค์การค้าฯ ได้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาถึงการจัดพิมพ์หนังสือเรียน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการจัดพิมพ์หนังสือเรียนให้ทันเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โดยในปีนี้องค์การค้าได้รับลิขสิทธิ์จากสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ในการจัดพิมพ์หนังสือทุกระดับชั้นใน 3 สาระวิชาหลัก คือ วิชาภาษาไทย , วิชาคณิตย์ศาสตร์ และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โดยที่ประชุมได้กำหนดปฏิทินการจัดพิมพ์และการจัดส่งหนังสือไว้ชัดเจนแล้ว โดยภายในเดือน ต.ค.นี้จะเริ่มจัดพิมพ์ และจะจัดส่งหนังสือเรียนตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย.2566 ซึ่งในปีนี้หนังสือเรียนจะจัดส่งเสร็จเร็วกว่าปีที่แล้ว 22 วัน เพื่อให้ผู้ปกครองได้รับหนังสือนำไปติวให้ลูกได้ก่อนเปิดเทอม

“ตนได้ให้นโยบายองค์การค้าฯ ว่า ขอให้ยังคงตรึงราคาหนังสือทุกเล่มไว้ในราคาเดิมของปีที่แล้ว ถึงแม้ต้นทุนการจัดพิมพ์จะสูงขึ้น ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ปกครองและลดเรื่องค่าครองชีพให้กับผู้ปกครอง” รมว.ศธ.กล่าว

จุฬาฯ วิจัยหนุน ‘สระบุรีพรีเมียมมิลค์’ ต้นแบบธุรกิจโคนมไทยแข่งขันในตลาดโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/684607

จุฬาฯ วิจัยหนุน ‘สระบุรีพรีเมียมมิลค์’  ต้นแบบธุรกิจโคนมไทยแข่งขันในตลาดโลก

จุฬาฯ วิจัยหนุน ‘สระบุรีพรีเมียมมิลค์’ ต้นแบบธุรกิจโคนมไทยแข่งขันในตลาดโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รองศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.กิตติศักดิ์ อัจฉริยะขจร ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงการริเริ่มโครงการวิจัย “การพัฒนาต้นแบบเชิงธุรกิจการเกษตรน้ำนมและผลิตภัณฑ์นมพรีเมียม จังหวัดสระบุรี” ว่า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับภาวะคุกคามของข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ในปี 2568 เพราะหากไม่มีการปรับเปลี่ยนเมื่อสัญญาเขตการค้าเสรีเริ่มมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2568 น้ำนมและผลิตภัณฑ์นมหลากหลายชนิดจากประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น จะเข้ามาทำการตลาดและแข่งขันอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากไม่มีกำแพงภาษี จึงทำให้ผลิตภัณฑ์นมไทยอยู่ได้ยาก จุฬาฯห่วงใยในปัญหาดังกล่าว จึงได้นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีพัฒนาความสามารถในการผลิตน้ำนมถ่ายทอดให้เกษตรกร ตั้งแต่การปรับปรุงการบริหารจัดการฟาร์ม การสร้างระบบการคัดแยกน้ำนมดิบพรีเมียม และในส่วนการพัฒนาผลิตภัณฑ์นมแปรรูป ทางโครงการวิจัยได้รับความร่วมมือจากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ในการพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ และในส่วนของการพัฒนาต้นแบบธุรกิจและส่งเสริมการตลาดยังได้รับความร่วมมือจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีจุฬาฯ ในการส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาธุรกิจการแปรรูปและมองเห็นช่องทางการตลาดใหม่ๆ อีกด้วย 

โครงการได้คัดเลือกเกษตรกรกลุ่มเป้าหมายจากสมาชิกของศูนย์รวบรวมน้ำนมและสหกรณ์โคนมจำนวน 12 แห่ง โดยพิจารณาจากผลการตรวจคุณภาพน้ำนมย้อนหลังเป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งพบว่ามีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม 114 ราย (จาก 4,008 ราย) ที่สามารถผลิตน้ำนมดิบมีคุณภาพระดับพรีเมียม ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน แต่ยังขาดความสามารถในการผลิตน้ำนม
ให้มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ และหลังจากนั้นได้คัดเลือกเกษตรกร 3 ฟาร์ม เป็นต้นแบบผลิตน้ำนมภายใต้ “สระบุรีพรีเมียมมิลค์” โดยทั้ง 3 แบรนด์ มีความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์แตกต่างกัน ได้แก่ เพชรพนามิลค์ นมจากฟาร์มที่มีการเลี้ยงโคนมด้วยหญ้าสดคุณภาพดี NP Dairy นมจากฟาร์มโคนม zero waste ที่มีการจัดการของเสียในฟาร์มแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (BCG) และ Be More Milk นมจากฟาร์มโคนมอินทรีย์ที่ได้ผ่านการรับรอง ที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์นมสดพรีเมียมพาสเจอไรซ์และกรีกโยเกิร์ตจาก 3 ฟาร์มต้นแบบดังกล่าวได้ผ่านกระบวนการพัฒนารูปแบบและทดสอบตลาดแล้วทั้งในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ ศูนย์กีฬาแห่งจุฬาฯ และได้ทดลองตลาดที่ลิโด้คอนเน็คสยามสแควร์ และการจำหน่ายผ่านกลุ่มไลน์แอปพลิเคชั่น ผลการทดสอบตลาดเป็นที่น่าพอใจ และยังเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ในการบริโภคนมที่สดใหม่จริงๆ และมีผู้บริโภคหลายคนที่สามารถสัมผัสได้ถึงความแตกต่างจากนมที่เคยบริโภค

รศ.น.สพ.ดร.กิตติศักดิ์ กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันโครงการกำลังศึกษาถึงต้นแบบโรงงานขนาดเล็กที่ใช้เครื่องจักรแปรรูปที่มีราคาไม่สูงมากแต่มีประสิทธิภาพ สามารถพัฒนาให้ได้มาตรฐานซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจมีความยั่งยืนและขยายผลต่อได้ ทั้งในด้านช่องทางการกระจายสินค้าผ่านธุรกิจการค้าปลีกสมัยใหม่ (modern trade) และช่องทางการตลาดออนไลน์ โอกาสความสำเร็จของโครงการวิจัยจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืนต้องอาศัยการสนับสนุนจากภาครัฐที่จะกำหนดนโยบายที่ชัดเจนและผลักดันเรื่องนี้ให้เป็นยุทธศาสตร์ของจังหวัดสระบุรี

คุณหญิงกัลยาส่งทีมวิทยากรติวเข้ม ศาสตร์พระราชาให้อาจารย์สอนชลกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/684610

คุณหญิงกัลยาส่งทีมวิทยากรติวเข้ม  ศาสตร์พระราชาให้อาจารย์สอนชลกร

คุณหญิงกัลยาส่งทีมวิทยากรติวเข้ม ศาสตร์พระราชาให้อาจารย์สอนชลกร

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการส่งทีมวิทยากรและคณะทำงานโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ซึ่งประกอบด้วยนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำ คณะทำงานโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนตามแนวพระราชดำริ มูลนิธิลุ่มน้ำท่าจีนนครปฐม ข้าราชการบำนาญกรมอุตุนิยมวิทยา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิลุ่มน้ำชี และคณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดอบรม Train The Trainer วิชาการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนตามแนวพระราชดำริ (ศาสตร์พระราชา) ให้กับอาจารย์จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยียโสธร นครราชสีมา สุโขทัย อุดรธานี อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ชัยภูมิ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม พังงา บุรีรัมย์ เชียงใหม่ สระแก้ว เพื่อเตรียมความพร้อมในการสอนหลักสูตรชลกร เมื่อปลายเดือนกันยายน 2565 ที่ผ่านมา ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศรีสะเกษ

นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษกประจำรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) กล่าวว่า วิชาศาสตร์พระราชาที่บรรจุอยู่ ในหลักสูตรชลกร ถือเป็นวิชาที่ ดร.คุณหญิง กัลยา โสภณพนิช ในฐานะประธานโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากเพราะเป็นวิชาที่น้อมนำพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเป็นหลักในการปฏิบัติ ถือเป็นศาสตร์ของแผ่นดินจึงต้องการให้ถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างถูกต้อง มีมาตรฐานในระดับสากล แก่อาจารย์วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีที่เปิดสอนหลักสูตรชลกร โดยที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการได้มีการจัดอบรม Train the Trainer เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ สำหรับอาจารย์จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี โดยผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องในหลายภาคส่วนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพื่อเตรียมขยายผลสู่ชุมชนให้ครอบคลุมพื้นที่นอกเขตชลประทานทั่วประเทศ

ดร.ปริเวท วรรณโกวิท คณะทำงานโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนตามแนวพระราชดำริ กล่าวว่า โครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริซึ่งประกอบด้วยนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำ ได้จัดอบรม Train The Trainer ให้กับอาจารย์จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีจำนวน 14 แห่ง เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดสอน “หลักสูตรชลกร” วิชาการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนตามแนวพระราชดำริ (ศาสตร์พระราชา)

“การจัดการน้ำโดยชุมชนเป็นการพลิกโฉมของการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย ธรรมชาติเป็นสิ่งที่เรา
ไม่สามารถควบคุม มีการเปลี่ยนแปลง แปรปรวน คาดการณ์ไม่ได้ ความท้าทายในการบริหารจัดการกับปัจจัยที่ควบคุม
ไม่ได้ จึงต้องมีองค์ความรู้ มีความเข้าใจที่ถูกต้องและมาตรฐาน การจัดอบรมTrain The Trainer ในวิชาศาสตร์พระราชา กับอาจารย์ผู้สอนหลักสูตรชลกรในครั้งนี้เป็นกระบวนการสอนที่มากกว่าการสอนในตำรา เพื่อนำเทคนิค องค์ความรู้ไปถ่ายทอดต่อให้กับนักเรียนและชุมชนทั่วประเทศต่อไป ขอให้อาจารย์วิทยาลัยเกษตรทุกท่านทำสำเร็จ” ดร.ปริเวทกล่าว

ทั้งนี้สำหรับวิชาศาสตร์พระราชา ถือเป็นวิชาที่ 6 ในหลักสูตรชลกร แบ่งออกเป็น 9 บท เป็นวิชาที่สำคัญ ถือเป็น
หัวใจของหลักสูตรชลกร จึงต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำในวิชาศาสตร์พระราชา มาถ่ายทอดองค์ความรู้ ให้กับอาจารย์ชลกรในวิทยาลัยเกษตรฯที่เปิดสอน ซึ่งวิชาศาสตร์พระราชา คือ ความพอเพียง เป็นการสร้างภูมิคุ้มกัน สร้างรายได้ นำน้ำมาแล้วต่อยอดไปเกษตร ให้กับชุมชน ให้กับประชาชน สร้างประโยชน์ให้กับประเทศ

AISL ร่วมกว่า 50 องค์กรการศึกษา ปักหมุดกรุงเทพฯเป็นแลนด์มาร์คระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/684604

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

Asia International School Limited (AISL) ผู้บริหารเครือข่ายการศึกษาโรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ระดับภูมิภาคเอเชีย ประกาศแผนงานจัดตั้ง AISL Academy Bangkok ที่นำเสนอนวัตกรรมและประสบการณ์ทางการศึกษาใหม่ล่าสุด ประกาศจับมือกับพันธมิตรกว่า 50 สถาบันการศึกษาชั้นนำระดับโลกและผู้นำทางด้านความคิด รวมถึงสถาบันชื่อดังอย่าง University College London (UCL), Cambridge Assessment International Education, Evidence Based Education, และ International Child Protection Advisors โดยมีพันธสัญญาร่วมกันในการสร้างความเป็นเลิศในการเรียนการสอนให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

AISL Academy Bangkok จะนำเสนอคอนเทนต์ทางการศึกษาที่มีการพัฒนาคุณภาพอย่างมืออาชีพเพื่อสนับสนุนส่งเสริมนักการศึกษานานาชาติสู่ความเป็นเลิศทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องทั้งในและนอกชุมชนของ AISL พันธมิตรและความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำรวมถึงผู้ให้บริการคอนเทนต์ต่างๆจะช่วยให้ AISL Academy Bangkok สามารถที่จะตอบสนองต่อความต้องการที่แตกต่างหลากหลายของโรงเรียนในยุคปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นหลักการและหลักปฏิบัติของนวัตกรรมการวิจัย ในประเด็นสำคัญๆ ของการศึกษา ตั้งแต่ Bilingual Education (การศึกษาแบบสองภาษา) Digital Learning Early Years Education (การศึกษาปฐมวัย) Leadership and Management (ภาวะผู้นำและการบริหารจัดการ) Pedagogy and Innovation (ครุศาสตร์และนวัตกรรม) Safeguarding (การปกป้องคุ้มครอง) Classroom Approaches (แนวทางการปฏิบัติในห้องเรียน) Chinese Education (การเรียนการสอนภาษาจีน) Assessment & Feedback (การประเมินและผลตอบรับ) และ Boarding (โรงเรียนประจำ) เป็นต้น

AISL Academy Bangkok มีทีมงานออกแบบหลักสูตรที่มีประสบการณ์สูงซึ่งจะทำงานร่วมกับพันธมิตรในการพัฒนาปรับปรุงคอนเทนต์ต่างๆ ให้สอดคล้องกับบริบทแวดล้อมที่เหมาะสมกับระบบการศึกษาของคนเอเชีย เช่นเดียวกันกับการนำหลักการการออกแบบการเรียนการสอน e-learning มาใช้กับหลักสูตรและกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด นอกจากนี้ AISL Academy Bangkok ยังรวบรวมที่ปรึกษา ผู้นำทางความคิดทั้งในภาคการศึกษาและในภาคธุรกิจของเอเชีย ได้แก่ ผู้นำอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ ตลอดจนผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้นำด้านเทคโนโลยี และครูผู้สอน ที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิ ได้มีส่วนร่วมในการนำเอาการศึกษาที่ดีที่สุดแบบตะวันตกมาปรับให้เข้ากับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของนักการศึกษาในเอเชีย ด้วยวิสัยทัศน์อันแน่วแน่ของกลุ่ม AISL ในการพัฒนานักการศึกษาให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศ AISL Academy Bangkok มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานการศึกษาโดยรวมในระดับสากลในการพัฒนาอย่างมืออาชีพและอย่างต่อเนื่องต่อไป

ม.สวนดุสิต ผนึก พม.พัฒนาวิชาการ อาชีพ และผลิตภัณฑ์ให้สตรีและครอบครัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/684606

ม.สวนดุสิต ผนึก พม.พัฒนาวิชาการ  อาชีพ และผลิตภัณฑ์ให้สตรีและครอบครัว

ม.สวนดุสิต ผนึก พม.พัฒนาวิชาการ อาชีพ และผลิตภัณฑ์ให้สตรีและครอบครัว

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.สุวมาลย์ ม่วงประเสริฐ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการมหาวิทยาลัยสวนดุสิตในฐานะผู้แทนมหาวิทยาลัยร่วมลงนามในพิธีบันทึกความเข้าใจเรื่องการพัฒนาวิชาการ หลักสูตรอาชีพและผลิตภัณฑ์ให้กับสตรีและครอบครัว ระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กับทางมหาวิทยาลัยสวนดุสิต โดยมี นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีลงนาม นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) ดร.สุวมาลย์ ม่วงประเสริฐ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พร้อมด้วย นางจินตนา จันทร์บํารุง อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว และรศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เป็นพยานการลงนามบันทึกความเข้าใจ

หลักสูตรดังกล่าวได้แก่ ผู้ช่วยส่วนตัว (Butler) ผู้ประกอบอาหาร (Chef) ขนมอบ (Bakery) ขนมไทย การดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) โดยจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพและเพิ่มมูลค่าให้ตรงตามความต้องการของสถานประกอบการและตลาด และพัฒนาองค์ความรู้ให้เหมาะสมกับบริบทสังคมในปัจจุบันให้กับกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ สตรีและครอบครัวที่ประสบปัญหาทางสังคม เพื่อให้สามารถสร้างอาชีพ พึ่งพาตนเอง และเลี้ยงดูครอบครัวได้ และไฮไลท์ภายในงาน มีการสาธิตการบริการของบัตเลอร์ซึ่งเป็นผู้ที่ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรต่อยอดองค์ความรู้บัตเลอร์ เพื่อยกระดับสมรรถนะจัดโดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับสาขาวิชาธุรกิจการบิน โรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ร่วมบริการอาหารภายในงาน โดยนำเมนูผัดไทยกุ้งแม่น้ำ ผัดไทยสเต็กเนื้อออสเตรเลีย จาก Food truck pad-thai Suandusit และน้ำมะนาวผสมยุซุพิวเร จากสวนดุสิต เทรดดิ้ง นำมาให้บริการด้วย ณ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

ปิดจ๊อบ‘นร.นักเลง’!เช็คโมเดลเฝ้าระวัง-เคาะ‘สี’คุมจุดเสี่ยงสกัดอาชีวะตีกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/684553

ปิดจ๊อบ‘นร.นักเลง’!เช็คโมเดลเฝ้าระวัง-เคาะ‘สี’คุมจุดเสี่ยงสกัดอาชีวะตีกัน

ปิดจ๊อบ‘นร.นักเลง’!เช็คโมเดลเฝ้าระวัง-เคาะ‘สี’คุมจุดเสี่ยงสกัดอาชีวะตีกัน

วันพุธ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 14.19 น.

‘สอศ.’ จับมือเครือข่ายป้องกันพฤติกรรมไม่เหมาะสมของ ‘นร.-นศ.อาชีวะ’ พื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล หวังปิดจ๊อบ ‘นร.อาชีวะตีกัน’

5 ตุลาคม 2565 ที่วิทยาลัย เทคนิคมีนบุรี ว่าที่ร้อยตรี ดร.ธนุ วงษ์จินดา รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) ประชุมร่วมกับเครือข่ายสถานศึกษาเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาพฤติกรรมไม่เหมาะสมของนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2566 โดยมี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข นายทวีศักดิ์ คิ้วทอง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี ประธานกรรมการอาชีวศึกษากรุงเทพ องค์การขนส่งกรุงเทพ  สมาคมศิษย์เก่า สมาคมผู้ปกครองและครู วท.มีนบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าวว่า วันนี้จะพบข่าวนักศึกษาอาชีวะในหน้าสื่ออยู่เรื่อยมา ตนได้หารือร่วมกับผู้บริหาร สอศ. และเห็นตรงกันว่าเราต้องมีมาตรการป้องกัน และต้องทำงานร่วมกับหลายภาคส่วน เพื่อไม่ให้ปัญหาการทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นอีก ถ้าเราป้องกันไม่ให้นักศึกษาก่อเหตุทะเลาะวิวาทในกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้ เชื่อว่านักศึกษาที่อยู่ในต่างจังหวัด หรืออยู่ภูมิภาคอื่นๆจะไม่ทำตาม ที่ผ่านมาพบว่าปัญหาทะเลาะวิวาทของนักศึกษาอาชีวะนั้น มีแนวโน้มลดลง ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันเป็นอย่างดี

“สิ่งที่ต้องขับเคลื่อนต่อไป คือ หาวิธีป้องกันไม่ให้นักศึกษาอาชีวะ มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยตนเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันเสนอแนะ ซึ่งได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะนำข้อมูลที่ได้มาดำเนินงาน และจะทำการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน โดยมีเป้าคือ ปิดจ๊อบให้ปัญหาพฤติกรรมไม่เหมาะสมของนักศึกษาอาชีวะหายไป ตนได้เน้นย้ำให้ผู้บริหารวิทยาลัยทุกแห่ง เฝ้าระวังและคัดกรองเด็กกลุ่มเสี่ยง เมื่อพบแล้วขอให้วิทยาลัยส่งเสริมให้เด็กเหล่านี้มีกิจกรรมและเวทีได้แสดงออกในเชิงบวก เพื่อให้ปัญหานี้ลดลงไป” ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าว

ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สอศ. ต้องร่วมกันสร้างภาพลักษณ์ใหม่เพื่อเกิดความเชื่อมั่นในการเรียนสายอาชีวศึกษา คือ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ไขปัญหา การสร้างภาพลักษณ์อาชีวศึกษาใหม่ เพื่อร่วมกันสร้างและผลิตพัฒนากำลังคนอาชีวะสู่การพัฒนาประเทศให้มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ร่ำรวยด้วยมืออาชีวะ  ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ผู้เรียนอาชีวศึกษา คือ ผู้ทรงคุณค่าของสังคม” ฉะนั้นเวลานี้จึงต้องมุ่งมั่นสร้างความเชื่อมั่น ให้กับนานาประเทศ เพื่อนำพาประเทศก้าวไปข้างหน้า โดยปราศจากความขัดแย้ง นอกจากนี้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เน้นย้ำเสมอว่าสถานศึกษาทุกแห่งต้องสร้างความรัก ความอบอุ่น ความปลอดภัยในสถานศึกษา ดังนั้น ผอ.วิทยาลัยจะต้องทำให้ นักศึกษาอาชีวะมีความสุขขณะอยู่ภายในวิทยาลัยเพื่อไม่ให้ออกไปก่อเหตุ ต้องคัดแยกคนที่มีพฤติกรรมเสี่ยง และร่วมมือกับเครือข่ายแก้ไขปัญหา

“จากนโยบายดังกล่าว สอศ. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้ทำการจัดตั้งกลุ่มเฝ้าระวัง 7 กลุ่ม ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อเฝ้าระวังเหตุพฤติกรรมเสี่ยงในพื้นที่ ประกอบด้วย สถานศึกษาภาครัฐ และเอกชน จำนวน 47 สถานศึกษา และตำรวจในพื้นที่ดำเนินการจัดทำแผนเฝ้าระวังเหตุและปฏิทินการดำเนินงาน และมาตรการวิธีป้องกันการทะเลาะวิวาทของแต่ละสถานศึกษา โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานเครือข่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันเฝ้าระวังตรวจตามจุดเสี่ยงต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ครูปกครองเฝ้าระวังทั้งในและนอกสถานศึกษา ในช่วงก่อนเวลาเข้าเรียนและช่วงเลิกเรียน การตรวจค้นอาวุธ การกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเชิงบวก มีการจัดประชุมภาคีเครือข่ายร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมอบหมายให้วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี อาชีวศึกษากรุงเทพ ซึ่งเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหาในเรื่องนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน เป็นศูนย์ประสานงานร่วมกับ สน.มีนบุรี” ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าว

ด้าน พล.ต.ท.สำราญ กล่าวว่า วันนี้พวกเรามีเจตจำนงที่จะแก้ไขปัญหาพฤติกรรมไม่เหมาะสมของนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาร่วมกัน นักศึกษาอาชีวะฯถือเป็นกำลังหลักของประเทศชาติ ซึ่งในการแก้ไขปัญหานั้นอยากให้ครู อาจารย์ มอบหมายงานให้กับนักเรียนกลุ่มที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมให้มากกว่านักเรียนคนอื่นๆ เพื่อให้มีเวลาว่างน้อยลงจะได้รับความรู้เป็นเด็กเก่ง พฤติกรรมไม่เหมาะสมก็จะไม่ปรากฏ นอกจากนี้ขอให้ทางวิทยาลัยระบุตัวนักเรียนคนที่มีพฤติกรรมเสี่ยง และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อกำหนดสีตามความเสี่ยงเพื่อติดตามเฝ้าระวังในจุดเสี่ยง จุดล่อแหลมอย่างต่อเนื่อง เป็นการป้องกันการก่อเหตุ จะได้ไม่มีนักศึกษาที่ถูกออกหมายจับหลังไปทำงานแล้ว

ส่วน นพ.สราวุฒิ กล่าวว่า สำหรับแนวทางแก้ปัญหาความรุนแรงของวัยเรียนวัยรุ่นในสถานศึกษา นั้น ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดความรุนแรงในวัยรุ่น คือ เพื่อน โรงเรียน ชุมชน สิ่งแวดล้อม สื่อ และเกมออนไลน์ ทั้งนี้มีข้อเสนอแนะเพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายการป้องกันการเกิดเหตุทะเลาะวิวาท คือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกาศนโยบายดำเนินการให้ทุกสังกัดของ ศธ.​เน้นระบบการดูแลช่วยเหลือในภาพของพื้นที่จังหวัดให้ครอบคลุม ทั้งวางระบบการคัดกรอง เฝ้าระวัง การปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุกรณีเกิดเหตุวิกฤติและความรุนแรงในโรงเรียน และการจัดระบบ mapping Consultant รวมทั้งการบริหารและจัดการข้อมูล พร้อมกับให้มีการกำกับติดตามโดยผู้บริหารของทั้งส่วนกลาง เขต และจังหวัด พร้อมทั้งรายงานข้อมูลผ่านระบบติดตามอย่างสม่ำเสมอ และให้มีการอบรมครู บุคลากร แกนนำนักเรียน ชุมชน ให้มีทักษะและความรอบรู้ในการปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติและแผนเผชิญเหตุ

“ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหานี้จะต้องมีความชัดเจนทั้งระดับพื้นที่ และระดับจังหวัด ต้องมีภาคีเครือข่ายเข้าไปร่วมกันดูแล และการออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสม เด็กอาชีวะฯไม่ใช่เด็กมีปัญหา แต่เป็นเด็กมีโอกาสที่จะสร้างสิ่งดีๆให้แก่สังคมได้” นพ.สราวุฒิ กล่าว

รบ.เชิญชวนหน่วย-ประชาชน ร่วมกิจกรรมน้อมรำลึกวันคล้ายวันสวรรคต‘ในหลวง ร.9’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/684302

รบ.เชิญชวนหน่วย-ประชาชน ร่วมกิจกรรมน้อมรำลึกวันคล้ายวันสวรรคต‘ในหลวง ร.9’

รบ.เชิญชวนหน่วย-ประชาชน ร่วมกิจกรรมน้อมรำลึกวันคล้ายวันสวรรคต‘ในหลวง ร.9’

วันอังคาร ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 13.28 น.

13 ต.ค.65 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ‘ในหลวง ร.9’ รัฐบาลเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมกิจกรรมน้อมรำลึก 

รัฐบาลขอเชิญหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมกิจกรรมน้อมรำลึก เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2565 จัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมเครื่องราชสักการะ (เครื่องทองน้อย) ตามอาคารสถานที่ของหน่วยงานและบ้านเรือน ตลอดเดือนตุลาคม 2565

จังหวัดเลย เตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/684148

จังหวัดเลย เตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

จังหวัดเลย เตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

วันอังคาร ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดเลย เตรียมจัดพื้นที่ท่องเที่ยว 4 ชุมชนท่องเที่ยววัฒนธรรม ด้วยกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ สัมผัสวิถีชุมชน วัฒนธรรมท้องถิ่น ท่ามกลางธรรมชาติรับอากาศบริสุทธิ์ ได้แก่ ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ป่า เขากึ่งผจญภัย ที่บ้านผาหวาย ภูป่าเปาะ ที่ได้ชื่อว่า ภูเขาฟูจิ ของเมืองไทยการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม บ้านไทดำวัฒนธรรมสองฝั่งโขงที่เชื่อมต่อเชื้อสายแห่งชาติพันธุ์ไทดำมาแต่เดียนเบียนฟู การท่องเที่ยววิถีชุมชนริมโขง กลุ่มประมงเชียงคาน วิถีชีวิตริมฝั่งโขงที่หลอมรวมเป็นหนึ่งกับแม่น้ำโขง สายน้ำที่ยิ่งใหญ่ สายน้ำแห่งชีวิตของเอเชีย และการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างสรรค์ ที่วิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวเชิงเกษตรนิเวศอำเภอภูหลวง เรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติอย่างเรียบง่ายด้วยกิจกรรมการเกษตรสร้างสรรค์ปลอดสาร

รับรางวัล‘สถานศึกษาปลอดภัยดีเด่น ติดต่อกัน 3 ปีซ้อน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/684150

รับรางวัล‘สถานศึกษาปลอดภัยดีเด่น ติดต่อกัน 3 ปีซ้อน’

รับรางวัล‘สถานศึกษาปลอดภัยดีเด่น ติดต่อกัน 3 ปีซ้อน’

วันอังคาร ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.วรานี เวสสุนทรเทพ รองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตสุพรรณบุรี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เข้ารับรางวัล “สถานศึกษาปลอดภัย ระดับดีเด่น” ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 จากนายชูชีพ พงษ์ไชย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีณ ห้องประชุมขุนแผน ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี จัดโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพื่อรณรงค์สร้างจิตสำนึกและวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม

สจล. เปิดสำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งให้เรียนรู้ไร้ขีดจำกัดเพื่อคนทุกวัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/684151

สจล. เปิดสำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต  มุ่งให้เรียนรู้ไร้ขีดจำกัดเพื่อคนทุกวัย

สจล. เปิดสำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งให้เรียนรู้ไร้ขีดจำกัดเพื่อคนทุกวัย

วันอังคาร ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี รักษาการแทนอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า สจล. ตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนรู้ไร้ขีดจำกัด จึงได้เปิดตัว สำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังขึ้น โดยจะเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้สำหรับคนทุกช่วงวัย ศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต “KMITL Lifelong Learning
Center” พร้อมพัฒนาหลักสูตร จัดคอร์สการเรียนรู้ที่หลากหลาย รองรับทุกขีดความสามารถในการพัฒนาตนเองของคนทุกเพศทุกวัย โดยได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน อาทิ สำนักหอสมุดกลาง, KIDs University, KMITL BTEC Center โรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า (KMIDS), สถาบันโคเซ็นแห่งพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KOSEN-KMITL),สำนักวิชาศึกษาทั่วไป (Gen-Ed), 42 Bangkok และมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล(CMKL University) ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ และพัฒนาทักษะที่จำเป็นในการทำงานร่วมกับผู้อื่นในสังคม (Soft Skill) นอกจากนี้ สจล. ยังร่วมมือกับ บริษัท ไลค์ มี เอ๊กซ์ จำกัด พัฒนาหลักสูตรและสร้างคอร์สเรียนออนไลน์ที่ทันสมัยผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เต็มรูปแบบ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และตอบโจทย์การเรียนรู้ยุคใหม่

สำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่สามารถเรียนได้ทั้งภายในและภายนอกสถาบัน ที่ส่งเสริมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาทักษะความสามารถที่ใช้ในการทำงาน (Hard Skills) และทักษะด้านอารมณ์ ความสามารถในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น รวมไปถึงการพัฒนาตัวเอง (Soft Skills) ให้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย อย่างเปิดกว้าง ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้หลายรูปแบบทั้งการฟังบรรยาย การเสวนา การฝึกอบรมและการลงมือปฏิบัติจริง โดยมีหลักสูตร และคอร์สเรียน ทั้งแบบ onsite และออนไลน์ อาทิ การบรรยายในหัวข้อ “How to play : คุณอยู่บอร์ดเกมสายไหน” เวทีเสวนา หัวข้อ “คุยกับนักออกแบบบอร์ดเกม” การสาธิตกิจกรรม “Logistics with Driving Car Robot” การแนะนำกิจกรรม “Robot in Manufacturing” กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ “ไขรหัสลับ ปริศนาดวงดาว” เพื่อให้รู้ว่าดาวบนฟ้ามีความเชื่อมโยงกับชีวิตเราอย่างไร ซึ่งอธิบายด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ และต่อยอดไปสู่การ Coding โดยวิทยากรจากสมาคมดาราศาสตร์ไทย เเละมูลนิธิสมาคมโหราศาสตร์แห่งประเทศไทย ในพระสังฆราชูปถัมภ์ พร้อมทริปดูดาวที่ศูนย์การเรียนรู้ สจล. อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี กิจกรรม Workshop : Personality Makeover Powered by CHALACHOL : แปลงโฉม ปรับบุคลิกภาพ เพื่อภาพลักษณ์ของตัวเราเองและองค์กร โดย ดร.สมศักดิ์ ชลาชล นายกสมาคมวิชาชีพช่างทำผมไทย และทีมชลาชล เป็นต้น