โควิดเป็นเหตุ! สอศ.ของบเยียวยาค่าเทอม ‘นศ.ปวส.-อาชีวะ’ ปี64 กว่า 3 แสนคน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/548129

โควิดเป็นเหตุ! สอศ.ของบเยียวยาค่าเทอม'นศ.ปวส.-อาชีวะ'ปี64 กว่า 3 แสนคน

โควิดเป็นเหตุ! สอศ.ของบเยียวยาค่าเทอม’นศ.ปวส.-อาชีวะ’ปี64 กว่า 3 แสนคน

วันอังคาร ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564, 13.03 น.

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2564 ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) กล่าวว่า ตามที่มีข้อเรียกร้องให้ลดค่าเทอม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เนื่องจากพบว่า พ่อแม่ผู้ปกครองมีภาระและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากจากการเรียนออนไลน์ของนักเรียนและนักศึกษา

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ในฐานะที่เป็นหน่วยงานด้านการผลิต และพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา มีบทบาทภารกิจในการผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประเทศ พร้อมทั้งยกระดับการจัดการอาชีวศึกษาให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ซึ่ง สอศ.ดำเนินการจัดการเรียนการสอนวิชาชีพทั้งในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และเทคโนโลยีบัณฑิต แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงสภาวะทางเศรษฐกิจโดยรวมภายในประเทศ สถานประกอบการหลายแห่งต้องปิดตัวลง เป็นการชั่วคราว และการจ้างงานลดลง ทำให้ประชาชนถูกเลิกจ้างงานหรือพักงาน เป็นเหตุให้ขาดรายได้ และความสามารถในการดำรงชีวิตลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประชาชนกลุ่มที่เป็นผู้ปกครองของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ได้รับผลกระทบในเรื่องของการชำระเงินค่าบำรุงการศึกษา สำหรับการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ที่ไม่ได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐ

เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จึงมีกรอบแนวคิดที่จะปรับและหนุนเสริมกระบวนการผลิตและพัฒนากำลังคนตอบสนองภาคการผลิตและบริการให้เพียงพอ โดยสนับสนุนนักศึกษาที่มีฐานะยากจน ให้ได้มีโอกาสศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น โดยการสนับสนุนค่าบำรุงการศึกษา (ค่าหน่วยกิต) นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทั้งสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและเอกชน ให้ได้รับการสนับสนุนค่าบำรุงการศึกษา ในปีการศึกษา 2564 จำนวน 362,161 คน อัตราปีการศึกษาละ 5,000 บาท/ต่อคน เป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองและเป็นการส่งเสริมนโยบายการเพิ่มปริมาณผู้เรียนอาชีวศึกษา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการยื่นเสนอขอการสนับสนุนงบประมาณเงินตามโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ไปแล้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอน และกระบวนการลำดับต่อไป

‘เสมา1’ กำชับคุรุสภา ประเมินจรรยาบรรณครูทำผิดแบบเข้มข้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/548117

‘เสมา1’กำชับคุรุสภา ประเมินจรรยาบรรณครูทำผิดแบบเข้มข้น

‘เสมา1’กำชับคุรุสภา ประเมินจรรยาบรรณครูทำผิดแบบเข้มข้น

วันอังคาร ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564, 11.58 น.

‘เสมา1’กำชับคุรุสภา ประเมินจรรยาบรรณครูทำผิดแบบเข้มข้น

26 มกราคม 2564 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ครั้งที่ 1/2564 เมื่อเร็วๆนี้ ว่า ที่ประชุมรับทราบรายงานการดำเนินการตรวจสอบภายในของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา นอกจากนี้ที่ประชุมได้หารือการสรรหารองเลขาธิการคุรุสภา 2 ตำแหน่ง ซึ่งก็ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ไม่ได้มีปัญหาติดขัดอะไร เพียงแต่ทำตามกระบวนการให้เหมาะสมครบถ้วน ซึ่งตนได้ถามที่ประชุมแล้วว่า หากขาดรองเลขาธิการคุรุสภาไปการทำงานจะขาดความเชื่อมต่อและขาดการขับเคลื่อนหรือไม่ ซึ่งนายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา ให้คำตอบว่าสามารถทำงานได้ในระหว่างที่มีการสรรหารองเลขาธิการคุรุสภา ทั้งนี้ ตนเชื่อว่ากระบวนการทั้งหมดจะสิ้นสุดและได้รองเลขาธิการคุรุสภาภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ นี้

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ทางคุรุสภา ได้รายงานการจัดทำแอพพิเคชั่น “Khuru On Mobile” ซึ่งเป็นแอพพลิเคชันสำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษามีไว้รับทราบข้อมูลสำคัญของคุรุสภาที่จะเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม นี้ ซึ่งตนได้ให้คุรุสภาไปเชื่อมต่อข้อมูลกับหน่วยงานอื่น ๆ เพราะคุรุสภาถือเป็นหน่วยงานหลักที่มีข้อมูลครบถ้วนอยู่แล้ว หากสามารถผูกข้อมูลกับหน่วยงานอื่นๆได้ ก็จะทำให้ ศธ.มีฐานข้อมูลที่เข้มแข็ง ซึ่งจะสอดคล้องกับการพัฒนาบิ๊กดาต้า ที่ ศธ.กำลังพัฒนาอยู่

“ผมได้เน้นย้ำเรื่องการดำเนินการกับครูที่กระทำผิดทางจรรยาบรรณ ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรง การคุกคาม และการล่วงละเมิดต่างๆ ที่ต่อไปคุรุสภาจะต้องมีตัวชี้วัดที่ดี เพราะเรามองว่าการประเมินจรรยาบรรณวิชาชีพเป็นเรื่องที่เราต้องให้ความเข้มข้นและให้ความสำคัญ เราจะไม่ปล่อยให้คนที่จะมีโอกาสสร้างปัญหาให้กับวงการศึกษา มาอยู่ใน ศธ. ได้ ทั้งนี้ต้องมีการปรับกระบวนการสอบสวนใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนและไม่ให้ทำงานซ้ำกัน เพราก็มีข้อมูล หลักฐานอยู่แล้ว การสอบสวนไม่ควรจะซ้ำซ้อนกัน” นายณัฏฐพล กล่าว

ด้านนายดิศกุล กล่าวว่า ในการสรรหารองเลขาธิการคุรุสภา รัฐมนตรีว่าการ ศธ. เน้นย้ำให้สรรหาคนที่สามารถสานต่อการทำงานของคุรุสภาที่จะก้าวมาเป็นองค์การดิจิทัล เพราะต่อไปการทำงานของคุรุสภาจะต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงานมากขึ้น พร้อมกับต้องช่วยทำงานตามภารกิจของคุรุสภาได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพ จรรยาบรรณ ส่งเสริมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา

‘99 สู่ 100 ปี ยุวกาชาดไทย’ ชวนเชิญชาวไทยสร้างเมล็ดพันธุ์แห่งความดีให้แก่สังคม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/547888

‘99 สู่ 100 ปี ยุวกาชาดไทย’ ชวนเชิญชาวไทยสร้างเมล็ดพันธุ์แห่งความดีให้แก่สังคม

วันอังคาร ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กิจการยุวกาชาดไทยก่อตั้งขึ้นโดยพระดำริของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เมื่อวันที่ 27 มกราคม พ.ศ.2465 ในชื่อ “กองอนุสภากาชาดสยาม” ซึ่งในเวลาต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “กองอนุกาชาด” “กองยุวกาชาด”และ “สำนักงานยุวกาชาด” ในปี พ.ศ. 2540 มาจนปัจจุบันนี้

นางสุนันทา ศรอนุสินผู้อำนวยการสำนักงานยุวกาชาด กล่าวว่า สำนักงานยุวกาชาดมีภารกิจในการปลูกฝังอบรมและเผยแพร่ให้เยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจในหลักการและอุดมการณ์ของกาชาด มีศรัทธาต่อกาชาด และเข้าร่วมกิจกรรมกับสภากาชาดไทยอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันสำนักงานยุวกาชาดเน้นการอบรมอาสายุวกาชาดให้มีความรู้ ทักษะ สามารถพึ่งพาได้เรื่องปฐมพยาบาลและการดูแลผู้สูงอายุ อาสายุวกาชาดยังเป็นพลังสำคัญในการช่วยเหลือกิจการของสภากาชาดไทย ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นด้านการประชาสัมพันธ์เรื่องของการบริจาคโลหิต การส่งเสริมคุณภาพชีวิตในชุมชน ซึ่งในปีที่เป็นปีที่ 99 เรากำลังจะก้าวสู่ ปีที่ 100 ในปี พ.ศ.2565

ผู้อำนวยการสำนักงานยุวกาชาด ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่าสำนักงานยุวกาชาดยังคงมุ่งมั่นสร้างพลังเยาวชนจิตอาสา โดยการขยายเครือข่ายไปทั่วทุกภูมิภาค เพื่อให้น้องๆ เป็นกำลังสำคัญพร้อมช่วยเหลืองานอาสาสมัครและส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้สูงอายุ เด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสตามนโยบายของสภากาชาดไทย โดยในปีนี้มีโครงการที่น่าสนใจมากมายอาทิ โครงการ“ล้านต้นบนแผ่นดินสืบสาน รักษา ต่อยอด 99สู่ 100 ปี ยุวกาชาดไทย” เป็นการปลูกป่าออนไลน์ร่วมกันทั่วประเทศ โครงการ “หนึ่งบาท ร้อยความดีสานสิ่งดีเพื่อสังคม” เป็นการออมเงินเพื่อจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ลงสู่ชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต โครงการ” บรรพชาสามเณร อุปสมบทพระ” ซึ่งจะจัดเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ร่วมกับวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารในเดือนกรกฎาคม 2564 ตรงกับเดือนแห่งพระราชสมภพของพระองค์ท่าน

นางสุนันทา ศรอนุสิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกโครงการที่ชมรมอาสายุวกาชาด หรือประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมมีความสำคัญในการส่งเสริมงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต ช่วยเสริมสร้างพลังการขับเคลื่อนงานด้าน
เยาวชนจิตอาสาและงานอาสายุวกาชาด ในการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อประชาชนอย่างยั่งยืน ที่สำคัญHighlight ในปี 2565 เราจะมอบโล่เกียรติยศ ให้แก่ทุกโครงการที่ผ่านเข้าเกณฑ์ เพื่อเป็นการจารึกหน้าประวัติศาสตร์ของกิจการยุวกาชาดไทย จึงขอเชิญชวนประชาชนผู้สนใจที่จะร่วมกิจกรรมกับสำนักงานยุวกาชาด ติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook : อาสายุวกาชาด สภากาชาดไทย หรือเว็บไซต์ สำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย มาเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเพื่อสร้างเมล็ดพันธุ์แห่งความดีให้แก่สังคมร่วมกัน

รมช.มหาดไทย เยือน มรภ.สงขลา ถกส่วนราชการ-ท้องถิ่น แก้ปัญหาน้ำท่วม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/547890

รมช.มหาดไทย เยือน มรภ.สงขลา  ถกส่วนราชการ-ท้องถิ่น แก้ปัญหาน้ำท่วม

รมช.มหาดไทย เยือน มรภ.สงขลา ถกส่วนราชการ-ท้องถิ่น แก้ปัญหาน้ำท่วม

วันอังคาร ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มรภ.สงขลา เปิดบ้านต้อนรับ “นิพนธ์ บุญญามณี”รมช.มหาดไทย ระดมสมองส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เร่งขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาน้ำท่วม หวังบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนลดความเสี่ยงอุบัติเหตุโดยมี นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลาผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ อาทิ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา แขวงทางหลวงสงขลาที่ 1โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสงขลา สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เป็นต้น เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานข้อมูลผลกระทบ และนำเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งแนวทางแก้ไขปัญหาระยะสั้นและแนวทางแก้ไขปัญหาระยะยาว

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ถือเป็นการประชุมเพื่อติดตาม แก้ปัญหาที่มีมานานพอสมควร ในส่วนของน้ำท่วมภายใน มรภ.สงขลา กับน้ำท่วมบริเวณห้าแยกเกาะยอหรือห้าแยกน้ำกระจายซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองเขารูปช้างและเขตเทศบาลตำบลพะวง ที่ผ่านมาพื้นที่ดังกล่าวเกิดปัญหาน้ำท่วมขังทุกครั้งที่มีฝนตกลงมา สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน และรถที่สัญจรไป-มาในบริเวณดังกล่าวเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ จึงได้นำ ปัญหานี้มาประชุมร่วมกับทางจังหวัดและทุกฝ่ายในพื้นที่ ในการร่วมกันแก้ปัญหาตามที่ได้รับการร้องทุกข์ เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกกว่าที่เป็นอยู่

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหา ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ กล่าวคือ พื้นที่บริเวณมรภ.สงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง มอบหมายให้หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ แขวงทางหลวงสงขลาที่ 1 ออกแบบการเพิ่มขนาดท่อระบายน้ำ และให้โครงการชลประทานสงขลาสำรวจและออกแบบแก้มลิงภายในมหาวิทยาลัย ส่วนปัญหาน้ำท่วมบริเวณห้าแยกน้ำกระจายและควนหิน มอบหมายให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา สำรวจและขุดลอกทางน้ำสาธารณะ และให้แขวงทางหลวงสงขลาที่ 1 ขุดลอกทรายในท่อระบายน้ำให้สามารถระบายน้ำได้อย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้น นอกจากนั้น ยังได้มอบหมายให้สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสงขลา สำรวจการแก้ไขปัญหาในภาพรวม และศึกษาเรื่องการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ด้วยการก่อสร้างสะพานลอย (บันไดเลื่อน) และจัดทำพื้นที่จอดรถหน้าโรงพยาบาลสงขลา โดยให้ประสานกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ในการออกแบบและพิจารณาดำเนินการร่วมกัน

ผศ.ดร.ทัศนา ศิริโชติ รักษาราชการแทนอธิการบดี มรภ.สงขลา เปิดเผยให้ทราบถึงปัญหาน้ำท่วมของมรภ.สงขลา ว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน และเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2563ที่มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมหนักมากใน มรภ.สงขลา ปริมาณน้ำจำนวนมากล้นออกทางประตู สู่บ้านเรือนชาวบ้านรอบๆ สถาบัน ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับมหาวิทยาลัย ตลอดจนบ้านเรือนของชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงเป็นอย่างมาก การที่กระทรวงมหาดไทย ให้ความกรุณามาช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมให้กับทางมหาวิทยาลัยจึงเป็นการแก้ปัญหาให้ทั้งภาคการศึกษาและภาคสังคมรอบๆ มหาวิทยาลัยไปพร้อมๆ กัน

รองผู้ว่าฯแปดริ้วประชุมเตรียมจัด งานบำเพ็ญกุศลศพเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/548041

รองผู้ว่าฯเปิดริ้วประชุมเตรียมจัด งานบำเพ็ญกุศลศพเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ

รองผู้ว่าฯเปิดริ้วประชุมเตรียมจัด งานบำเพ็ญกุศลศพเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ

วันจันทร์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2564, 21.50 น.

รองผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา ประชุมเตรียมจัดงานบำเพ็ญกุศลศพพระธรรมมังคลาจารย์ วิ. (ประยงค์ ปิยวัณโณ) เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร เพื่อให้สมเกียรติ และระลึกถึงคุณงามความดี

วันที่ 25 มกราคม 2564 ที่ห้องประชุมพุทธิรังสี โรงเรียนพระปริยัติธรรม วัดโสธรวรารามวรวิหาร  นายพูลทรัพย์ สมบูรณ์ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และพระราชปริยัติสุนทร เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ร่วมด้วยพระราชภาวนาพิธาน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร รองเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา หัวหน้าส่วนราชการ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเตรียมจัดงานบำเพ็ญกุศลศพพระธรรมมังคลาจารย์ วิ. (ประยงค์ ปิยวัณโณ) เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร เพื่อให้สมเกียรติ และระลึกถึงคุณงามความดี

นายพูลทรัพย์ สมบูรณ์ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ด้วยพระธรรมมังคลาจารย์ วิ.(ประยงค์ ปิยวัณโณ) ที่ปรึกษาคณะภาค 12 เจ้าวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร มรณภาพด้วยอาการอันสงบ ณ โรงพยาบาลกรุงเทพ ดังนั้น เพื่อให้การจัดงานบำเพ็ญกุศลศพฯ  จะงหวัดฉะเชิงเทราได้ประชุมเพื่อปรึกษาหารือ และเตรียมความพร้อมในการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลศพฯ และมอบหมายภารกิจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยในวันอังคารที่ 26 มกราคม 2564 เวลา 09.00 น. เคลื่อนสรีระสังขารจากโรงพยาบาลกรุงเทพ มายังศาลาเอนกประสงค์วัดโสธรวรารามวรวิหาร  (ศาลาริมแม่น้ำบางปะกง) เวลา  11.00 น. สรีระสังขารหลวงปู่ถึงวัดโสธรวรารามวรวิหาร เวลา 13.00 น. สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม  เป็นประธานพิธีขอขมา พระภิกษุสงฆ์ สามเณรถวายน้ำสรงศพ /ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ร่วมถวายน้ำสรงศพ   เวลา 16.30 น. ปิดการสรงน้ำศพ จัดเตรียมสถานที่เตรียมรับขบวนอัญเชิญน้ำหลวงสรงศพ พระราชทาน เวลา 17.00 น. อัญเชิญน้ำหลวงสรงศพ ถึงวัดโสธรวรารามวรวิหาร สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นองค์ประธานสรงน้ำหลวงสรงศพพระราชทาน /พิธีบังสุกุลปิดโกศ และเวลา 19.00 น. สวดพระอภิธรรม สำหรับสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศลศพ 100 วัน (กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลง)

พระธรรมมังคลาจารย์ (ประยงค์ ปิยวัณโณ) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา และที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 12 นามเดิมว่า ประยงค์ วรรณประดิษฐ์ เกิดเมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2468 ที่หมู่ 3 ตำบลท่าสะอ้าน อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา สิริอายุ 95 ปี

ศธ.ห่วง 5 จว.พื้นที่สีแดงเปิดเรียน 1 ก.พ. เล็งให้นักเรียนสลับวันมาเรียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/547942

ศธ.ห่วง 5 จว.พื้นที่สีแดงเปิดเรียน 1 ก.พ. เล็งให้นักเรียนสลับวันมาเรียน

ศธ.ห่วง 5 จว.พื้นที่สีแดงเปิดเรียน 1 ก.พ. เล็งให้นักเรียนสลับวันมาเรียน

วันจันทร์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2564, 16.14 น.

ศธ.ห่วง 5 จว.พื้นที่สีแดงเปิดเรียน 1 ก.พ. เล็งให้นักเรียนสลับวันมาเรียน

25 มกราคม 2564 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมการเปิดเรียนในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นี้ หลังจากที่ ศธ. ประกาศปิดเรียนใน 28 จังหวัดพื้นที่สีแดง ตั้งแต่วันที่ 4-31 มกราคม 2564 ว่า ตนมองว่าโรงเรียนที่สามารถเปิดได้น่าจะมีเวลาทำความสะอาดและแจ้งนักเรียนให้กลับมาเรียน แต่ตนยังมีข้อห่วงใย และกังวลเกี่ยวกับการเปิดการเรียนการสอนในจังหวัดพื้นที่สีแดง หรือพื้นที่ควบคุมสูงสุด ได้แก่ จ.สมุทรสาคร สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี และนนทบุรี ที่อาจจะต้องจัดรูปแบบการเรียนการสอนเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด-19 เช่น ให้นักเรียนสลับวันมาเรียน เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม ศธ.จะพยายามให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียนให้ได้มากที่สุด

‘King’s Bangkok’ แชร์ประสบการณ์ 10 เคล็ดลับการเรียนออนไลน์ด้วยมาตรฐานระดับโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/456342

‘King’s Bangkok’แชร์ประสบการณ์ 10 เคล็ดลับการเรียนออนไลน์ด้วยมาตรฐานระดับโลก

'King's Bangkok'แชร์ประสบการณ์ 10 เคล็ดลับการเรียนออนไลน์ด้วยมาตรฐานระดับโลก25 มกราคม 2564 – 18:08 น.

‘King’s Bangkok’แชร์ประสบการณ์ 10 เคล็ดลับการเรียนออนไลน์ด้วยมาตรฐานระดับโลกด้วยคณะครูคุณภาพที่มุ่งมั่นให้เด็กมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง และดูแลสุขภาวะของครอบครัว ร่วมเป็นส่วนหนึ่งช่วยยกระดับการศึกษาไทยในระดับสากล

– ครูทุกคนทำงานด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเทที่จะบรรลุเป้าหมายในการสร้างบรรยากาศการเรียนออนไลน์ที่ต่อเนื่อง สนุก และเต็มที่เหมือนที่โรงเรียน ผสานกับองค์ความรู้การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ระดับนานาชาติของ King’sCollege Schoolที่อังกฤษและจีน 

– ใส่ใจนักเรียนรายบุคคล เข้าอกเข้าใจพ่อแม่ อำนวยความสะดวกด้วยอุปกรณ์IT ทันสมัยอีกทั้ง ในกรณีเด็กเล็กชั้น Pre-nursery และ Nurseryสามารถขอหยุดเรียนโดยยกเว้นค่าเทอมช่วงที่หยุดได้

– จากการสำรวจผู้ปกครองในการเปิดการเรียนการสอนในเทอมที่ผ่านมา100% เห็นพัฒนาการของลูกและสัมผัสได้ถึงความสุขที่ลูกมาโรงเรียน และ 99.4% ของผู้ปกครองให้คะแนนคุณภาพการสอนอยู่ในระดับดีถึงดีเยี่ยม

โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ (King’s College International School Bangkok)เผยแนวทางและผลตอบรับที่ดีจากการเรียนรู้แบบLearning From Homeที่เน้นย้ำแนวคิด ‘Inquisitive Mind คือการมีจิตใจใฝ่รู้ตลอดเวลา’ให้การเรียนรู้ของเด็กจะไม่หยุดในช่วงโควิด-19 ถึงแม้โรงเรียนจะปิดตามประกาศภาครัฐ ด้วยองค์ประกอบสำคัญ คือ คุณภาพของครูทุกคนที่มีหัวใจอันยิ่งใหญ่ที่มีเป้าหมายในการทำให้ลูกศิษย์มีการเรียนรู้และพัฒนาการต่อเนื่องอย่างมีความสุขที่สุด ร่วมกับการเอาใจใส่เข้าอกเข้าใจข้อกังวลต่างๆ ของผู้ปกครอง ผสานกับการนำเอาองค์ความรู้ในการใช้World-class Online Learning Platformที่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ในมาตรฐานเดียวกันที่ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติมาแล้ว โดยผลตอบรับดีเกินคาด โดยทั้งผู้ปกครอง ครูและนักเรียนรู้สึกมีความสุขกับการเรียนออนไลน์
พร้อมทั้งมุ่งมั่นต่อยอดความสำเร็จของการเปิดการเรียนการสอน โดย 99.4% ของผู้ปกครองให้คะแนนคุณภาพการเรียนการสอนที่คิงส์คอลเลจกรุงเทพอยู่ในระดับดีถึงดีเยี่ยม และทั้ง 100% ตอบว่าเห็นพัฒนาการของลูกและสัมผัสได้ถึงความสุขที่ลูกมาโรงเรียน

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. สาคร สุขศรีวงศ์ ประธานบริหารโรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพกล่าวว่า“King’s Bangkok มีการทำงานใกล้ชิดกับ King’s Wimbledon โรงเรียนแม่มาโดยตลอด และครั้งนี้เราโชคดีที่ยังได้ทำงานใกล้ชิดกับแคมปัสอีกสองแห่งในจีนเพื่อแชร์องค์ความรู้ในการใช้World-class Online Learning Platform ที่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ในมาตรฐานเดียวกันที่ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติมาแล้ว อย่างไรก็ตาม การจะทำการเรียนออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จนั้น นอกจากจะต้องมีเป้าหมายและองค์ความรู้ที่ดีแล้วKing’s Bangkok ยังมีครูคุณภาพสูงที่มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม ทั้งนี้ โรงเรียนมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้คิงส์คอลเลจกรุงเทพเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ดีที่สุดในเอเชีย และร่วมแบ่งปันความรู้พร้อมประสบการณ์ในการจัดการเรียนการสอนแก่สังคมเพื่อยกระดับการศึกษาไทย”

'King's Bangkok'แชร์ประสบการณ์ 10 เคล็ดลับการเรียนออนไลน์ด้วยมาตรฐานระดับโลก

การจัดการเรียนออนไลน์ในครั้งนี้ ครูของเราทุกคนวัดความสำเร็จและมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือ ความสุขและสนุกของทั้งนักเรียน ครู และผู้ปกครอง ทั้งสามฝ่ายจะต้องทำงานเป็นทีมเดียวกัน เรามีเป้าหมายที่ชัดเจนมากคือ ต้องการให้นักเรียนของเรามี Inquisitive Mind คือการมีจิตใจใฝ่รู้ตลอดเวลา ดังนั้นพัฒนาการของพวกเขาต้องไม่สะดุด เราไม่ต้องการให้ COVID-19 มาเป็นอุปสรรคในการเรียนรู้ หรือทำให้พวกเขาเรียนรู้สิ่งที่ควรจะได้เรียนรู้ช้ากว่าที่ควรจะเป็น”ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. สาคร กล่าว

มร. ธอมัส บานยาร์ด ครูใหญ่โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ กล่าวว่า“การจัด Online Learning ครั้งนี้ตั้งอยู่บนกระบวนการทำความเข้าใจไม่เพียงเด็กแต่ยังรวมถึงพ่อแม่ด้วยโดยพยายามอำนวยความสะดวกให้ครอบครัวมากที่สุด อาทิ การจัดหาอุปกรณ์ ICT ที่จำเป็นและวัสดุอุปกรณ์อื่นเพื่อลดภาระของผู้ปกครอง เรามีความเข้าอกเข้าใจถึงข้อกังวลต่างๆ ของผู้ปกครอง บางครอบครัวมีลูกหลายคน และหากจะต้องดูแลลูกทุกคนในการเรียนออนไลน์ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้น เราจึงตัดสินใจช่วยกันลดภาระผู้ปกครองในระดับชั้นที่เราเชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่สามารถจัดสรรเวลาในการส่งเสริมพัฒนาการของลูกได้ก่อนกลับมาเรียนให้พัฒนาการของเด็กไม่สะดุด ทางโรงเรียนจึงได้ตัดสินใจให้นักเรียนชั้น Pre-nursery และ Nursery สามารถขอหยุดเรียนได้โดยไม่ต้องเสียค่าเทอมในช่วงที่หยุดไปส่วนในกลุ่มที่เรียนออนไลน์นั้น เรามุ่งมั่นที่จะต่อยอดการเรียนการสอนที่เราได้ปูพื้นฐานไว้อย่างดี ซึ่งทั้งทีมคุณครูตลอดจนผู้บริหารและพนักงานของเรา มีเป้าหมายเดียวกันในการทำให้เด็กๆ ได้รับการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งอย่างมีความสุข ตามปรัชญา ‘A Great Heart Takes You Further’ ตามวิถีของ King’sBangkok ทั้งนี้ ขอชื่นชมบุคลากรครูของเราที่มีคุณภาพในมาตรฐานระดับโลก ที่มีความมุ่งมั่นเพื่อลูกศิษย์ และพ่อแม่ทุกท่านที่ทุ่มเทเต็มร้อยและตอบรับสนับสนุนทุกความตั้งใจของเรา จึงทำให้การจัดการเรียนการสอนไม่ว่าจะสอนที่โรงเรียนหรือสอนออนไลน์ที่บ้านสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ”

'King's Bangkok'แชร์ประสบการณ์ 10 เคล็ดลับการเรียนออนไลน์ด้วยมาตรฐานระดับโลก

มิสเฮเลน เซิร์ล หัวหน้าครูระดับ Pre-prep โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ กล่าวว่า “ถึงจะจัดการเรียนออนไลน์ แต่เป้าหมายของเรายังเหมือนเดิมคือยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง เด็กๆ ยังคงได้รับความใส่ใจเช่นเดียวกับเวลาที่พวกเขามาโรงเรียน โดยหลังจากเริ่มเรียนออนไลน์ เราได้รับคำชมจากผู้ปกครองที่มีความพึงพอใจ และตัวเด็กๆ เองก็รู้สึกสนุกกับกิจกรรมต่างๆ ที่ทางโรงเรียนจัดเตรียมให้ หัวใจสำคัญของความสำเร็จ คือการทำความเข้าใจถึงโอกาสและความท้าทายอย่างชัดเจน การเสียสละของครูและความทุ่มเทของโรงเรียนที่ผนวกกับความตั้งใจของพ่อแม่ การสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่องและสื่อสารกับทุกฝ่ายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทั้งพัฒนาการของเด็กและความสุขของครอบครัว”
10 เคล็ดลับการเรียนออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพที่ King’s Bangkokที่ให้ประโยชน์แก่เด็กๆ ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้ชมคลิปแนวทางการเรียนแบบคิงส์คอลเลจได้ที่ Link Youtube: https://youtu.be/Ee2zBjQIs8s

1.    เปิดใจรับฟัง เข้าใจปัญหา มีความยืดหยุ่น
เนื่องด้วยแต่ละครอบครัวมีเงื่อนไขและความต้องการไม่เหมือนกัน โรงเรียนจึงต้องเปิดใจรับฟังและตั้งคำถามถึงสิ่งที่เป็นปัญหาของการเรียนรู้ของเด็กและความต้องการของพ่อแม่ก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อให้เกิดความเข้าใจและสามารถสร้างระบบการเรียนออนไลน์มีประสิทธิภาพสูงสุด

2.    กำหนดเป้าหมายในการพัฒนาการเด็กอย่างต่อเนื่องโดยยังรักษาความสุขของทุกคนในครอบครัว
สถานการณ์เช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่ปกติ โรงเรียนจึงควรกำหนดรายละเอียดในการสอนออนไลน์โดยมุ่งเน้นทั้งการพัฒนาการเด็กอย่างต่อเนื่องและให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุขไปพร้อมๆ กัน โดยหลีกเลี่ยงการดำเนินการใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเครียดทั้งต่อเด็กและผู้ปกครอง

3.    Sharing คือสิ่งสำคัญ 
เน้นการ Sharing องค์ความรู้และประสบการณ์จากบุคลากรภายในและภายนอกโรงเรียนเพื่อตอบสนองความต้องการของนักเรียนและผู้ปกครองได้อย่างแท้จริง

4.    ทลายข้อจำกัดในทุกๆ ด้าน
โรงเรียนควรพยายามทำความเข้าใจในข้อจำกัดต่างๆ อาทิ เครื่องมือหรืออุปกรณ์ในการเรียน และลดความยุ่งยากในการจัดหาของผู้ปกครอง ทั้งในเรื่องอุปกรณ์ IT การสอนวิธีการใช้งาน และการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการเรียนสำหรับเด็กๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เด็กๆ ได้ประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดีที่สุด และเป็นการลดภาระของผู้ปกครอง

5.    การสอนสดมากที่สุดแม้จะต้องทำงานหนักมากขึ้น
สิ่งสำคัญคือการให้เด็กเป็นศูนย์กลางทั้งหมดของการออกแบบการเรียนรู้ และเด็กๆ จะใส่ใจพร้อมเรียนรู้ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อได้รับการอธิบายจากครูเป็นกลุ่มเล็กๆ ดังนั้น โรงเรียนจึงควรแบ่งห้องเรียนใหญ่เป็นห้องย่อย เพื่อให้สามารถสอนสดและสามารถสร้างความมีส่วนร่วมไปจนถึงรู้ได้ถึงพัฒนาการนักเรียนของเขาได้อย่างใกล้ชิดยกตัวอย่างเช่น ที่ King’s Bangkok คุณครูจะต้องทำงานหนักมากเนื่องจากต้องสอนในบทเรียนเดิมๆ ถึง 3-4 รอบ และยังจะต้องตรวจการบ้านทุกคนภายในระยะเวลาอันสั้น เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กๆ จะได้รับการดูแลที่สามารถพัฒนาพวกเขาได้จริงๆ

6.    สร้างสภาพแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ 
การทำให้เด็กๆ รู้สึกเหมือนตอนอยู่โรงเรียนจะช่วยให้กระตือรือร้นในการเรียนรู้ ยกตัวอย่างที่ King’s Bangkok ให้เวลาในช่วงการเข้าเรียนและเวลาเลิกเรียนเป็นเวลาที่ทำให้เด็กๆ ได้มาเจอครู เจอเพื่อน และมีปฏิสัมพันธ์เฉกเช่นเดียวกับเวลาที่มาโรงเรียน นอกจากนี้ ยังมีการให้เด็กๆ ลุกมาแต่งตัวตอนเช้า และในช่วงต่างๆ ก็จะมีครูใหญ่แวะเวียนมาทักทายในแต่ละชั้นเรียนออนไลน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นคล้ายกับเมื่อเด็กๆ ได้มาโรงเรียน

7.    เน้นสร้างความสมดุลย์ 
เพื่อช่วยลดผลกระทบของการอยู่หน้าจอที่นานเกินไป และตระหนักถึงภาวะกดดันที่อาจจะเกิดจากความเปลี่ยนแปลงต่อเด็กๆ ดังนั้น คุณครูจึงจำกัดระยะเวลาในการเรียนให้เป็นไปตามวัยที่สมควร และให้มีช่วงเวลาที่นักเรียนได้หยุดจากจอเพื่อไปทำกิจกรรมอื่นๆ ก่อนกลับมาเรียนต่อในชั้นเรียนออนไลน์ เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กๆ จะไม่ต้องรับความกดดันจนเกินไป 

8.    การอยู่หน้าจอต้องท้าทายและแปลกใหม่
เด็กๆ อาจจะมีความเบื่อหน่ายกับสิ่งต่างๆ ดังนั้น เมื่อต้องให้พวกเขาเรียนรู้ผ่านหน้าจอ คุณครูของเราจึงต้องทุ่มเทและคิดค้นวิธีการเรียนที่น่าสนใจมากขึ้นไปทุกวัน ตัวอย่างเช่น แผนกกีฬาที่ผลิตสื่อวีดีโอใหม่ในทุกวัน แม้การพัฒนาร่างกายส่วนต่างๆจะมีมาตรฐานที่ถูกกำหนดมาแล้ว แต่ก็เพื่อให้เด็กเกิดความสนุกในการติดตามชมและออกกำลังกายนอกจากนี้ โรงเรียนยังต้องการสร้างการมีส่วนร่วมให้เกิดขึ้นในเด็กๆ จึงมีการทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งกิจกรรมระหว่าง House เป็นต้น 

9.    รักษาสภาพจิตใจทั้งครูและนักเรียน 
ในสถานการณ์เช่นนี้ ทุกคนย่อมต้องการกำลังใจ ดังนั้น เราจึงหมั่นให้กำลังใจซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะคุณครูเองที่ต้องทำงานหนักกว่าปกติหลายเท่าตัว โรงเรียนจึงจัดสวัสดิการและกิจกรรมต่างๆ ให้คุณครูและนักเรียนได้ร่วมสนุกและผ่อนคลายไปด้วยกัน ซึ่งเมื่อคุณครูมีความสุขแล้ว ก็จะส่งผลให้สิ่งที่ถ่ายทอดไปยังนักเรียนเป็นไปได้ด้วยดี 

10.    เน้นการประเมินผลและสื่อสาร 
โรงเรียนจัดให้มีทั้งแบบสอบถามออนไลน์ มีการประเมินผลความพึงพอใจ รวมถึงเปิดช่องทางต่างๆ เพื่อการเรียนรู้และนำไปสู่การปรับปรุงคุณภาพ พร้อมทั้งสื่อสารกับผู้ปกครองอย่างสม่ำเสมอ 

ทั้งนี้ทางโรงเรียนพร้อมเปิดรับสมัครนักเรียนชั้น Pre-nursery ถึง Year 10ในปี 2564และจะเปิดเพิ่มเติมจนครบถึง Year 13 ในปีต่อๆ ไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือยื่นใบสมัครที่www.kingsbangkok.ac.th หรือ โทร. 02-481-9955

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อโรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ
http://www.kingsbangkok.ac.th
info@kingsbangkok.ac.th
02 481 9955

'King's Bangkok'แชร์ประสบการณ์ 10 เคล็ดลับการเรียนออนไลน์ด้วยมาตรฐานระดับโลก

เสมา 1 รื้อ-ยกเครื่องบิ๊กดาต้ากระทรวง รวมทุกแท่งศธ. บริหารฐานข้อมูลหนึ่งเดียว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/456301

เสมา 1 รื้อ-ยกเครื่องบิ๊กดาต้ากระทรวง รวมทุกแท่งศธ. บริหารฐานข้อมูลหนึ่งเดียว

เสมา 1 รื้อ-ยกเครื่องบิ๊กดาต้ากระทรวง รวมทุกแท่งศธ. บริหารฐานข้อมูลหนึ่งเดียว25 มกราคม 2564 – 12:53 น.

“ณัฏฐพล” ร่วมประชุมกับผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการทั้งหมดวางแผนการจัดเก็บระบบข้อมูลของหน่วยงานในสังกัดอย่างเป็นระบบลดความซ้ำซ้อนในขั้นตอนการเก็บข้อมูลบริหารฐานข้อมูลเป็นหนึ่งเดียวเป้าหมายเพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการบริหารงานและการจัดสรรงบประมาณ

25 มกราคม 2564  นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในกระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับการบริหารจัดการฐานข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการ ว่า หน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงศึกษาธิการมีข้อมูลที่จำเป็นอยู่แล้วประมาณ 90% ซึ่งที่ผ่านมามีการบริหารจัดการข้อมูลแบบไซโล หรือเป็นแท่งๆ ขณะเดียวกันอาจไม่มีการสื่อสารระหว่างกันถึงความต้องการอย่างเข้มข้น การจัดเก็บและใช้ประโยชน์จากข้อมูล จึงไม่ได้คำนึงถึงความต้องการของหน่วยงานอื่นๆ

“ผมมองว่าเรื่องของข้อมูลเป็นกระดุมเม็ดแรกของการจัดสรรงบประมาณ ที่ผ่านมาบางทีเราอาจจะไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณอย่างเต็มที่ เพราะความไม่มั่นใจในข้อมูลของกระทรวง แต่ขณะนี้ได้นำ 7 หน่วยงานที่มีข้อมูลของกระทรวงมารวมกัน และมอบหมายให้ทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการประมวลความจำเป็นและความต้องการของข้อมูล เพื่อการบริหารจัดการ มาลงรายละเอียดในการปฏิบัติงาน เพื่อให้บอกความต้องการที่ชัดเจนว่าเราอยากเห็นข้อมูลอะไร ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลครู นักเรียน หรือบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งหากมีการเพิ่มเติมความต้องการเข้ามา เชื่อว่าจะมีข้อมูลได้ครบถ้วน และจะทำให้มีการขับเคลื่อนดีขึ้น”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าว

นายณัฏฐพล กล่าวว่า ตนเคยกล่าวไว้ตั้งแต่เมื่อเข้ามารับหน้าที่ว่า กระทรวงศึกษาธิการมีข้อมูลครบ แต่ขาดการเชื่อมต่อเป็นแดชบอร์ดเพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจ  ทั้งนี้อาจมีการเพิ่มเติมข้อมูลที่จำเป็นอีกส่วนหนึ่งสำหรับฝ่ายบริหารที่ต้องการ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรองรับการบริหารจัดการแนวทางใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการ 

“เราอยากมีฐานข้อมูลของครูกับนักเรียนที่เป็นส่วนสำคัญก่อน มีสมุดพกของนักเรียน สมุดพกหมายถึงความคืบหน้าในแต่ละชั้นเรียนที่ต้องติดตัว ติดตาม ตัวเองไปตลอด ถามว่าวันนี้เด็กที่เรียนโรงเรียนดังๆ ในกรุงเทพฯ อาจจะมาจากต่างจังหวัด จริงๆ แล้วเราต้องให้เห็นว่าตั้งแต่ ป.1 เขามีทักษะ มีพรสรรค์อะไร หรือมีความชอบอะไร ณ วันนี้เมื่อมาอยู่ในระดับมัธยมฯ แล้ว เราตอบโจทย์ในเรื่องพรสรรค์ของเขาหรือความต้องการของเขาหรือไม่ หรือเขาโดนบังคับด้วยค่านิยมที่ทำให้ต้องมาเรียนทางใดทางหนึ่ง อันนี้ผมยกตัวอย่าง”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าว 

สำหรับข้อมูลของคุณครู นายณัฎฐพลกล่าวว่า ในอนาคต ทุกๆ ความก้าวหน้าของคุณครู หรือเรื่องของการพัฒนาตนเองก็สามารถอยู่ในสมุดพกของครูได้ โดยไม่ต้องทำวิทยฐานะเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้การทำงานหลายอย่างง่ายขึ้น 

อีกส่วนหนึ่งคือการลดการบันทึกข้อมูลเข้าระบบ ซึ่งจากที่สัมผัสด้วยตนเอง วันนี้คุณครูที่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำๆ กันหลายครั้ง บางครั้งเป็นข้อมูลที่มีอยู่แล้ว แต่เมื่อหน่วยงานอื่นนอกกระทรวงศึกษาธิการต้องการ หรือร้องขอมา แต่อาจจะเป็นรูปแบบที่แปลกแตกต่างจากของกระทรวงศึกษาธิการก็เลยต้องทำกันใหม่ 

“วันนี้ผมว่าคงไม่ได้แล้ว ถ้าเกิดไม่รับในแบบฟอร์ม หรือในแนวทางของกระทรวงศึกษาธิการ ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะให้ข้อมูล ยกตัวอย่าง ความสูง น้ำหนักของนักเรียน ถ้าหากว่าเราวัดกันปีละ 3 ครั้งก็น่าจะเพียงพอ ไม่ใช่ว่าเวลาหน่วยงานไหนมาทำกิจกรรมกับโรงเรียนในกระทรวง ก็ต้องกรอกข้อมูลนี้ใหม่ ทำให้มีความซับซ้อนและเสียเวลา” นายณัฏฐพลกล่าว และว่า การบริหารฐานข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการที่ดีนี้ น่าจะทำให้เกิดการขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่คล่องตัวมากขึ้น และผลสะท้อนที่สำคัญคือจะช่วยในการบริหารจัดการงบประมาณในอนาคต 

ทั้งนี้ หน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการที่มีการเก็บข้อมูลของครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา   7 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (กคศ.) และคุรุสภา เป็นต้น 

นายณัฏฐพล ย้ำว่า ในกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ จะมีการประชุมอีกครั้ง เพื่อสรุปความคืบหน้า ภายหลังจากได้มอบหมายให้คณะทำงานได้หารือร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อตรวจสอบความต้องการ และความครบถ้วนของข้อมูลที่จำเป็น

ครูอ่านด่วน! บอร์ด ก.ค.ศ. อนุมัติเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/547858

ครูอ่านด่วน! บอร์ด ก.ค.ศ.อนุมัติเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะใหม่

ครูอ่านด่วน! บอร์ด ก.ค.ศ.อนุมัติเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะใหม่

วันจันทร์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2564, 13.26 น.

“บอร์ด ก.ค.ศ.”อนุมัติเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะใหม่ หวังช่วยครูมีแนวทางพัฒนาตนเองชัดเจนขึ้น ลดภาระเอกสารยื่นประเมินทางออนไลน์

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2564 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 1/2564 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สืบเนื่องจากที่ประชุม ก.ค.ศ.ได้เห็นชอบการกำหนดมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกตำแหน่ง และทุกวิทยฐานะ สำหรับตำแหน่งครู ซึ่งเป็นการได้กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบใหม่ ให้สอดคล้องต่อการเปลี่ยนแปลงกับการจัดการศึกษาในปัจจุบัน และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก รวมทั้งกำหนดลักษณะงานที่ปฏิบัติ 3 ด้าน คือ ด้านการจัดการเรียนรู้ , ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ และด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับวิชาชีพครู เพื่อให้ครูได้พัฒนาตนเองให้มีศักยภาพสูงขึ้นตามระดับวิทยฐานะ ทำให้ครูมีแนวทางในการพัฒนาตนเองที่ชัดเจน สามารถนำผลการพัฒนามาใช้ในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินฯใหม่ มีสาระสำคัญได้ ดังนี้ 1.กำหนดให้ข้าราชการครูทุกคนทำข้อตกลงในการพัฒนางานกับผู้อำนวยการสถานศึกษาเป็นประจำทุกปี โดยประกอบด้วยเป็น 2 ส่วน คือ 1.ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะ และ 2.ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เสนอเป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน โดยมีรอบการประเมินปีงบประมาณละ 1 ครั้ง ผลการประเมินไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการบริหารงานบุคคล ได้แก่ ใช้เป็นคุณสมบัติในการขอรับการประเมินเพื่อให้มีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะใช้เป็นผลการประเมิน เพื่อคงวิทยฐานะและใช้เป็นองค์ประกอบในการประเมินเพื่อพิจารณาเลื่อนเงินเดือนสำหรับการยื่นคำขอ ให้ยื่นได้ตลอดปี ภาคเรียนละ 1 ครั้ง โดยหากยื่นไว้แล้ว ต้องได้รับแจ้งมติไม่อนุมัติก่อน จึงจะยื่นในวิทยฐานะเดิมได้

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า ส่วนคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ 1.ต้องมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งวิทยฐานะ 4 ปีติดต่อกัน กรณีลดระยะเวลาจะต้องมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งวิทยฐานะ 3 ปีติดต่อกัน 2.มีการพัฒนางานตามข้อตกลง ในช่วงระยะเวลาย้อนหลัง 3 รอบการประเมิน ผ่านเกณฑ์ 3.ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยและจรรยาบรรณที่หนักกว่าภาคทัณฑ์ ในช่วง 4 ปีย้อนหลัง และ 4.สำหรับผู้ขอเลื่อนเป็นวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญและครูเชี่ยวชาญพิเศษ ต้องมีผลงานทางวิชาการด้วย สำหรับการประเมินกำหนดให้มีการประเมิน 2 ด้าน คือ 1 ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน ด้านที่ 2 ด้านผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน สำหรับวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญและครูเชี่ยวชาญพิเศษ จะมีการประเมินด้านที่ 3 คือ ด้านผลงานวิชาการด้วย ส่วนการยื่นคำขอ ให้ยื่นคำขอและหลักฐานประกอบการประเมินผ่านระบบวิทยฐานะดิจิทัล (Digital Performance Appraisal : DPA)

“การปรับเกณฑ์และวิธีการประเมินครูครั้งนี้ เพื่อลดภาระของครู และเป็นการนำเทคโนโลยีมาประกอบในการที่จะผลักดันให้สามารถตรวจสอบ ให้ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นกระบวนการที่ทำให้ครูมีความชัดเจนในแนวทางก้าวหน้าของตนเอง และมีความเท่าเทียมในโอกาสการเติบโต ทั้งนี้ บุคลากรทางการศึกษาต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้ต้องใช้เวลาเพื่อให้เห็นผลชัดเจน การอนุมัติหลักเกณฑ์ครั้งนี้ เพื่อจะได้เริ่มกระบวนการทำงานทันที โดยหลักเกณฑ์ใหม่ สามารถดำเนินการคู่ขนานโดยยื่นคำขอตามหลักเกณฑ์เดิมได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2565 และผู้ที่ประสงค์จะยื่นประเมินตามหลักเกณฑ์ใหม่ สามารถยื่นได้ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2564 นี้เป็นต้นไป” นายณัฏฐพล กล่าว

อธิการบดี ‘มทร.อีสาน’ แนะ 6 ข้อนศ. เรียนออนไลน์อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/547671

อธิการบดี‘มทร.อีสาน’แนะ6ข้อนศ.  เรียนออนไลน์อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

อธิการบดี‘มทร.อีสาน’แนะ6ข้อนศ. เรียนออนไลน์อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

วันจันทร์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ของประเทศไทยนับว่ายังอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวังอย่างสูง หลายจังหวัดยังมีผู้ป่วยติดเชื้อสะสมและขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ต้องปิดสถานที่เป็นการชั่วคราวระหว่างวันที่ 4-17 ม.ค. 2564 ที่ผ่านมา โดยเวลานั้นได้ปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนเป็นรูปแบบออนไลน์ทั้งหมด

ผศ.ดร.วิโรจน์ ลิ้มไขแสง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน กล่าวว่า อาจารย์ผู้สอนซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ จำเป็นต้องปรับสื่อการสอนและกิจกรรมให้เหมาะสมกับรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ด้วย เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เรียนและสร้างบรรยากาศการเรียนให้มีความสนุกสนาน และด้านนักศึกษานั้น เมื่อต้องปรับตัวสู่การเรียนรูปแบบออนไลน์แล้วสิ่งสำคัญที่จะทำให้การเรียนมีประสิทธิภาพได้ คือ ความตั้งใจและการมีสมาธิในการเรียนอย่างเต็มที่ แม้ว่าสภาพแวดล้อมจะแตกต่างกับการเรียนในห้องเรียนก็ตาม

ทั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยจึงมีข้อแนะนำสำหรับนักศึกษาเพื่อให้การเรียนออนไลน์ช่วงโควิด-19 เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ 6 ข้อ คือ 1.เข้าห้องเรียนก่อนเวลาอย่างน้อย10 นาที เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มเรียน การเช็คสัญญาณอินเตอร์เนต การกะระยะมุมกล้องที่เหมาะสมมีแสงสว่างที่พอเพียงเหมาะสมกับการเรียนออนไลน์ 2.นักศึกษาทุกคนควรนั่งให้เรียบร้อย และควรเปิดกล้องให้ผู้สอนเห็นหน้าผู้เรียนได้ชัดเจน เพื่อให้การสื่อสารระหว่างผู้สอนและผู้เรียนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

3.ก่อนถึงเวลาเรียนนักศึกษาควรทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยก่อน เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนผู้อื่นในการเรียนและเป็นการให้เกียรติกับอาจารย์ผู้สอน 4.ไม่ควรลุกออกจากหน้าจอโดยไม่จำเป็น เพื่อที่จะได้ไม่พลาดสาระสำคัญระหว่างที่มีการเรียนการสอน 5.เมื่อนักศึกษาไม่เข้าใจ หรือมีคำถาม ขอให้ส่งคำถามผ่านแชท หรือกดปุ่มยกมือครับ และ6.สิ่งสำคัญคือการให้ความร่วมมือในการเรียนทุกครั้ง เพื่อให้บรรยากาศการเรียนการสอนเป็นไปด้วยความสนุกสนานและไม่น่าเบื่อจนเกินไป