พสกนิกรสุดอาลัย ร่วมส่งเสด็จ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สู่สวรรคาลัย

พสกนิกรสุดอาลัย ร่วมส่งเสด็จ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สู่สวรรคาลัย

พสกนิกรสุดอาลัย ร่วมส่งเสด็จ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สู่สวรรคาลัย

วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.45 น.

สุดอาลัย องค์ภา ประชาชนกล่าวทั้งน้ำตาแห่งความอาลัย พระองค์ท่านเก่งและแกร่งมากทรงงานมากมาย

12 มิถุนายน 2569 เวลา 07.25 น. โทรทัศน์รวมกันเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยได้เผยแพร่ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาลิณีสิริพัทร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 เวลา 19.48 น. ณโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยด้วยพระอาจารย์สงบ แล้วนั้น

สำหรับบรรยากาศที่บริเวณ ศาลาใบละบาท ติดกับอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย  มีประชาชนแต่งกายด้วยชุดสีดำไว้ทุกเดินทางมาแสดงความอาลัยเป็นจำนวนมาก

ด้านนางสาวทิพวรรณ กระดี่ทอง กล่าวด้วยน้ำตาแห่งความอาลัย ว่า หลังจากที่ทราบข่าวว่าพระองค์ท่านสิ้นพระชนม์ก็รู้สึกเสียใจอย่างมาก ที่ผ่านพระองค์ท่านทรงงานอย่างมากมาย ท่านทรงเป็นหญิงเก่งและแกร่งมาก ทำประโยชน์ไว้อย่างมากมาย ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้พระองค์ท่านมีชีวิตอยู่เพื่อพระบิดา เพื่อช่วยปกป้องดูแลบ้านเมือง ช่วยเหลือราษฎร์ เพราะพระองค์ท่านเก่งหลายด้าน ส่งเป็นที่พึ่งของเสด็จพ่อได้ ตนก็ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ ในวันที่เสียพระองค์ท่านไป ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้พระองค์ท่านยังอยู่กับพวกเราตลอดไป ประชาชนรักพระองค์ค์ท่านมาก ตอนนี้ประชาชนก็รู้สึกเสียใจแต่ก็ต้องทำใจและช่วยดูแลบ้านเมืองกันต่อไป

”ในช่วงที่พระองค์ท่านประชวร ก็เดินทางมาที่โรงพยาบาลจุฬาบ่อยครั้ง เพื่อมาถวายพระพรส่งกำลังใจให้พระองค์ท่านหายจากอาการประชวร แต่เมื่อท่านสิ้นพระชนม์ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ก็จะระลึกถึงพระองค์ท่านตลอดไป ระลึกถึงที่พระองค์ท่านทรงงานอย่างมากมายช่วยเหลือเสด็จพ่อและช่วยเหลือประชาชน ก็อยากให้พระองค์ท่านช่วยเหลือดูแลบ้านเมือง ช่วยเหลือเสด็จพ่อไปทุกหนทุกแห่งและคอยเป็นกำลังใจให้เสด็จพ่อ“ นางสาวทิพวรรณ กล่าว

ราชบัณฑิตยสภา เผยแพร่ตัวอย่างถ้อยคำแสดงความอาลัย ถวายแด่ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ราชบัณฑิตยสภา เผยแพร่ตัวอย่างถ้อยคำแสดงความอาลัย ถวายแด่ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ราชบัณฑิตยสภา เผยแพร่ตัวอย่างถ้อยคำแสดงความอาลัย ถวายแด่ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.31 น.

12 มิถุนายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก “สำนักงานราชบัณฑิตยสภา” โพสต์ข้อความระบุว่า “ตัวอย่างถ้อยคำแสดงความอาลัยถวายแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา” โดยมีรายละเอียดดังนี้

ทีเส็บ ภาคใต้ ปักหมุดขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดัน ‘หาดใหญ่-สงขลา’ สู่ศูนย์กลางไมซ์ระดับสากล

ทีเส็บ ภาคใต้ ปักหมุดขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดัน ‘หาดใหญ่-สงขลา’ สู่ศูนย์กลางไมซ์ระดับสากล

ทีเส็บ ภาคใต้ ปักหมุดขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดัน ‘หาดใหญ่-สงขลา’ สู่ศูนย์กลางไมซ์ระดับสากล

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.53 น.

ทีเส็บ ภาคใต้ ปักหมุดขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดัน ‘หาดใหญ่-สงขลา’ สู่ศูนย์กลางไมซ์ระดับสากล ในงาน “The Southern MICE Economic Forum 2026”

สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการภาคใต้ (ทีเส็บ) ประกาศความพร้อมจัดงานครั้งยิ่งใหญ่ “The Southern MICE Economic Forum 2026″ภายใต้แนวคิด “ผนึกกำลังไมซ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใต้สู่สากล” ในวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี (ICC Hat Yai) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มุ่งเป้าพลิกโฉมภาคใต้สู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน

งานในครั้งนี้ถือเป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อนักลงทุน ผู้ประกอบการ และบุคลากรในอุตสาหกรรมไมซ์ พื้นที่ภาคใต้ โดยไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีสัมมนาทั่วไป แต่คือพื้นที่แห่งการจุดประกายโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ และการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรแบบครบวงจร เพื่อแสดงศักยภาพของ “หาดใหญ่-สงขลา” เมืองแห่งวัฒนธรรมที่เป็นฟันเฟืองสำคัญทางเศรษฐกิจ และพร้อมเป็นต้นแบบ “MICE City” ของประเทศไทย

เจาะลึก 5 ไฮไลต์ พลิกฟื้นเศรษฐกิจและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ท้องถิ่น

ภายในงานอัดแน่นด้วยกิจกรรมเชิงกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ทั้งการให้องค์ความรู้และการสร้างคอนเนกชัน ประกอบด้วย:The Southern MICE Economic Forum [Stage]: เวทีเจาะลึกอุตสาหกรรมไมซ์ทุกมิติ ผ่าน 6 หัวข้อเสวนาพิเศษ จาก 16 วิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าที่จะมาถอดบทเรียนและแชร์ประสบการณ์เพื่อก้าวทันกระแสโลก

The Southern MICE Economic Forum [Networking]: พื้นที่เจรจาธุรกิจเพื่อสร้างคอมมูนิตี้สำหรับคนรุ่นใหม่และผู้ประกอบการที่พร้อมต่อยอดพาร์ตเนอร์ชิปและขับเคลื่อนวงการไมซ์ภาคใต้
South Serve [Chef’s Table & Short Course]: เปิดประสบการณ์รสชาติสไตล์ ‘Southern Twist’ โดยเชฟท้องถิ่นที่จะมาถ่ายทอดเทคนิคการยกระดับอาหารพื้นบ้านสงขลาสู่อาหารจัดเลี้ยงระดับสากลเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

Walk with The Old Town of Hat Yai: กิจกรรมลงพื้นที่สำรวจย่านเก่าในมุมมองใหม่ ‘Old Town in a New City’ ร่วมพูดคุยกับคนในพื้นที่เพื่อค้นหาความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนอัตลักษณ์ชุมชนให้เป็นอีเวนต์ระดับโลก

Photo Essay [Exhibition]: นิทรรศการภาพถ่าย 50 ผลงานที่สะท้อนเรื่องราวอาหาร การเดินทาง และวิถีชีวิตของสงขลา พร้อมกิจกรรม Interactive ‘แช-แช : Chair-Share’ พื้นที่เปิดรับฟังเสียงและไอเดียจากคนในวงการไมซ์

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ใน วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 09.00 – 18.00 น. ที่ ICC Hat Yai ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และเปิดให้ผู้ที่สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ (ไม่มีค่าใช้จ่าย) ที่ bizconnect.tceb.or.th/e/812/the-southern-mice-economic-forum-2026 หรือสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: The Southern MICE

สกสค.-ออมสิน ผนึกกำลังสหกรณ์ฯ 10 จว. นำร่องแก้หนี้ครู เตรียมปล่อยกู้ดอกต่ำ 5พันล้านบาท

สกสค.-ออมสิน ผนึกกำลังสหกรณ์ฯ 10 จว. นำร่องแก้หนี้ครู เตรียมปล่อยกู้ดอกต่ำ 5พันล้านบาท

สกสค.-ออมสิน ผนึกกำลังสหกรณ์ฯ 10 จว. นำร่องแก้หนี้ครู เตรียมปล่อยกู้ดอกต่ำ 5พันล้านบาท

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.26 น.

สกสค.-ธ.ออมสิน ผนึกสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 10 จังหวัด นำร่องแก้หนี้ครู ออมสินเตรียมปล่อยทุนดอกเบี้ยต่ำ 5,000 ล้านบาท ผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์ครู

11 มิถุนายน 2569 ดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือถึงแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ร่วมกับธนาคารออมสินและสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 10 จังหวัดนำร่องจาก 4 ภูมิภาค เพื่อขอความร่วมมือในแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการช่วยลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. ซึ่งขณะนี้ธนาคารออมสินอยู่ระหว่างเร่งพิจารณามาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม นอกจากนี้ ธนาคารออมสินยังเตรียมสนับสนุนเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำให้แก่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศในวงเงินเบื้องต้น 5,000 ล้านบาท เพื่อนำไปปล่อยกู้ให้สมาชิกสหกรณ์ที่เป็นครูและบุคลากรทางการศึกษาในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วย


  
“การดำเนินงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือ 3 ฝ่าย ได้แก่ สกสค. ธนาคารออมสิน และสหกรณ์ออมทรัพย์ครู โดยมุ่งช่วยเหลือทั้งผู้กู้และผู้ค้ำประกัน พร้อมผลักดันมาตรการไกล่เกลี่ยหนี้ ลดการฟ้องร้อง ลดภาระของผู้กู้และผู้ค้ำ รวมถึงส่งเสริมวินัยทางการเงินเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของครูอย่างยั่งยืน สำหรับโครงการนำร่อง มีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจาก 10 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ กำแพงเพชร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี เชียงราย นครพนม นครสวรรค์ สมุทรปราการ สุพรรณบุรี และสุราษฎร์ธานี เข้าร่วม โดยหลังจากนี้ สกสค. มีแผนขยายผลไปยังสหกรณ์ออมทรัพย์ครูในทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศต่อไป” ดร.พีระพันธ์ กล่าว

ดร.พีระพันธ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2567-2568 สกสค. ได้ร่วมมือกับธนาคารออมสินช่วยเหลือครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ประสบปัญหาหนี้สินมาอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถลดดอกเบี้ยให้ครูกว่า 230,000 ราย คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท ปรับโครงสร้างหนี้ให้ครู 8,868 ราย วงเงินรวม 14,917 ล้านบาท ภายใต้นโยบาย “ไม่ฟ้อง ไม่ยึดทรัพย์ ไม่ขายทอดตลาด และไม่ฟ้องล้มละลาย” พร้อมจัดอบรมสร้างวินัยทางการเงินตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษากว่า 22,000 รายทั่วประเทศ

ยกเลิกแล้ว ปลัดศธ.เซ็นยกเลิกโครงการ ร.ร.สีขาว ปี 70 เดินหน้าคืนเวลาให้ครู

ยกเลิกแล้ว ปลัดศธ.เซ็นยกเลิกโครงการ ร.ร.สีขาว ปี 70 เดินหน้าคืนเวลาให้ครู

ยกเลิกแล้ว ปลัดศธ.เซ็นยกเลิกโครงการ ร.ร.สีขาว ปี 70 เดินหน้าคืนเวลาให้ครู

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.21 น.

11 มิถุนายน 2569 นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ได้ลงนามในหนังสือ ด่วนที่สุด เรื่อง ยกเลิกโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 

เรียน ศึกษาธิการจังหวัดทุกจังหวัด ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569- 2570นโยบายที่ 1 คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก ซึ่งมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงาน (Work Smart) เพื่อลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียน การสอนของครู อันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการศึกษาและส่งเสริมให้ครูสามารถทุ่มเทเวลาารพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยเฉพาะการดำเนินงานภายใต้ใครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ซึ่งมีขั้นตอนและภารกิจด้านเอกสารจำนวนมาก นั้น       

สำนักงานปลัด กระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้รับผิดชอบดำเนินการโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข ขอเรียนว่า เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงขอแจ้งยกเลิกโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป.

บอร์ดติดตามฯ ววน. เยี่ยมชมผลงานวิจัย บพท. เปลี่ยนกล้วยตกเกรดปทุมธานีสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง

บอร์ดติดตามฯ ววน. เยี่ยมชมผลงานวิจัย บพท. เปลี่ยนกล้วยตกเกรดปทุมธานีสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง

บอร์ดติดตามฯ ววน. เยี่ยมชมผลงานวิจัย บพท. เปลี่ยนกล้วยตกเกรดปทุมธานีสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

บอร์ดติดตามและประเมินผลระบบ ววน. เร่งหาแนวทางประเมินผลการขับเคลื่อน ววน. เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลและงานมุ่งเป้า พร้อมลงพื้นที่ดูงานการยกระดับคุณค่ากล้วยหอมทองและกล้วยน้ำว้าปทุมธานีตลอดห่วงโซ่ของนักวิจัย มทร.ธัญบุรี ภายใต้การสนับสนุนของ บพท. มุ่งแปรรูปกล้วยตกเกรดเพื่อเพิ่มรายได้ ลดขยะ และพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผ่านแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

นพ.สุวิทย์ วิบูลผลประเสริฐ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ศูนย์รังสิต (เมืองเอก) โดยมีวาระสำคัญ คือ การสรุปแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ แนวทางการติดตามและประเมินผลการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลทั้งโครงการที่ทำอยู่แล้ว เช่น ธุรกิจฐานนวัตกรรม เซมิคอนดักเตอร์ การรับมือภัยพิบัติ บัญชีนวัตกรรมไทย การขจัดความยากจน และโครงการที่ยังไม่ได้ทำ โดยที่ประชุมเห็นชอบกรอบการประเมินตามที่นำเสนอและขอให้ฝ่ายเลขานุการฯ ทำงานร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) รวมทั้งเห็นชอบแนวทางการติดตามและประเมินผลกลไก กระบวนการ และผลลัพธ์ของแผนงานมุ่งเป้า โดยขอให้ฝ่ายเลขานุการฯ ทำงานร่วมกับสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ นำความเห็นจากที่ประชุมไปดำเนินการทันที และนำเสนอความก้าวหน้าเป็นวาระประจำทุกเดือน

ภายหลังการประชุม ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) นำคณะกรรมการฯ เดินทางไปติดตามผลการดำเนินงานการยกระดับห่วงโซ่คุณค่า “กล้วยปทุมธานี” ของสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามาถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) โดย บพท. ณ ศูนย์ส่งเสริมอาชีพ วัดไก่เตี้ย จังหวัดปทุมธานี ซึ่งงานวิจัยได้ช่วยยกระดับขีดความสามาถของเกษตรกรมืออาชีพ จัดการบริหารความเสี่ยงผลผลิตด้วยระบบพัฒนาการผลิตกล้วย ช่วยตัดสินใจคำนวณต้นทุนและวางแผนการปลูกกล้วยมาตรฐาน GAP อีกทั้งเพิ่มมูลค่าผลผลิตตกเกรดด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมตามมาตรฐานการผลิต ตลอดจนสร้างโอกาสผู้ประกบการรายใหม่และโอกาสทางการตลาด เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของตลาด

“จ.ปทุมธานีมีกล้วยหอมทองมีพื้นที่ปลูกกล้วยหอมทองและกล้วยน้ำว้ารวม 21,142 ไร่ มีผลผลิต 80,867 ตัน/ปี มูลค่า 1,669.75 ล้านบาท แต่มีกล้วยตกเกรดร้อยละ 20-30 บางช่วงผลผลิตล้นตลาด และมีขยะหลังการเก็บเกี่ยวกว่า 3 หมื่นตัน/ปี บพท.จึงสนับสนุนนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรียกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการบนฐานทรัพยากรพื้นถิ่น เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในจังหวัดปทุมธานีตลอดห่วงโซ่คุณค่า รวมถึงพัฒนากลไกการแบ่งปันรายได้อย่างเป็นธรรม โดยมุ่งเน้นการสร้างรายได้ ลดขยะ และสร้างผู้ประกอบการในพื้นที่ ผ่านแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เปลี่ยนกล้วยตกเกรดและวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้เป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสร้างสรรค์” ดร.กิตติ กล่าว

ทั้งนี้ นักวิจัยได้เพิ่มมูลค่าผลผลิตโดยพัฒนาแป้งกล้วยเชิงหน้าที่ เช่น แป้งทดแทนแป้งสาลี ไขมันทดแทน และครีมเทียมข้น ใช้เทคโนโลยีแช่แข็งแปรรูปกล้วยสุก เช่น กล้วยหนึบ แยม ไอศกรีม และสารให้ความหวานผง รวมทั้งกล้วยกรอบคาราเมลธัญพืช และเส้นใยสิ่งทอสำหรับแฟชั่นสมัยใหม่รักษ์โลกและแบรนด์มูลค่าสูง นอกจากนี้ยังนำระบบสารสนเทศและมาตรฐาน GAP มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต บริหารจัดการต้นทุน และขยายช่องทางการตลาดออนไลน์ พัฒนาศักยภาพเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนกว่า 29 ราย ช่วยสร้างรายได้เสริมที่ยั่งยืนแก่ชุมชน โดยมูลค่าสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 15-75 รายได้วิสาหกิจชุมชนเพิ่มขึ้นสูงสุดร้อยละ 60 ตัวอย่างเช่นกลุ่มกล้วยกรอบมีรายได้เพิ่มร้อยละ 68.83 ด้วยยอดขายกว่า 1.6 แสนบาทภายใน 15 เดือน นอกจากนี้ยังลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม

‘กล้วยเตี้ยต้านวาตภัย’ วว.จัดอบรมเสริมแกร่งเกษตรกร พลิกโฉมการผลิตกล้วยหอมทองเมืองย่าโม

‘กล้วยเตี้ยต้านวาตภัย’ วว.จัดอบรมเสริมแกร่งเกษตรกร พลิกโฉมการผลิตกล้วยหอมทองเมืองย่าโม

‘กล้วยเตี้ยต้านวาตภัย’ วว.จัดอบรมเสริมแกร่งเกษตรกร พลิกโฉมการผลิตกล้วยหอมทองเมืองย่าโม

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ (ศนก.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) นำโดย ดร.กุศล เอี่ยมทรัพย์ นักวิจัยอาวุโส ดร.สรวิศ แจ่มจำรูญ นักวิจัย พร้อมด้วยคณะทำงาน จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “กล้วยเตี้ยต้านวาตภัย” ภายใต้โครงการขยายผลเทคโนโลยีการผลิตกล้วยหอมให้ได้คุณภาพมาตรฐาน ที่ผลผลิตสูงและต้านทานความเสียหายจากการหักล้ม ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ณ กลุ่มผู้ผลิตกล้วยหอมทองแปลงใหญ่ ต.สุขไพบูลย์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา

การอบรมในครั้งนี้ วว. ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคนิคเชิงลึกให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ เพื่อมุ่งเน้นการแก้ปัญหาความเสียหายจากการหักลมเนื่องจากลมพายุ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการปลูกกล้วยหอมทองด้วยนวัตกรรมกล้วยเตี้ย 1.ถ่ายทอดเทคนิคการเลือกสายพันธุ์และการจัดการสวนกล้วยให้มีความสูงเหมาะสม เพื่อเพิ่มความต้านทานแรงลม ป้องกันการหักล้มของต้นกล้วยเมื่อเกิดพายุ เพื่อยกระดับขีดความสามารถเกษตรกรในการรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน , 2.ถ่ายทอดการผลิตกล้วยหอมทองคุณภาพสูง ได้มาตรฐานส่งออก เพิ่มผลผลิตต่อไร่ด้วยวิธีการจัดการสวนที่ถูกต้องแม่นยำ , 3.ถ่ายทอดการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพกล้วยหอมทองให้มีเนื้อสัมผัสและรสชาติตามความต้องการของตลาด ทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมักจะเผชิญกับปัญหาวาตภัยเป็นระยะๆ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกร โครงการนี้จึงมุ่งหวังให้เกษตรกรสามารถปรับตัวได้ด้วยเทคโนโลยีที่จับต้องได้จริง พร้อมเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงจากการหักล้มของกล้วย และสร้างความมั่นคงในอาชีพอย่างยั่งยืน

ข่าวดี! หลักสูตรทันตะอินเตอร์ มวล. ผ่านการรับรองสูงสุด 7 ปี จากทันตแพทยสภา

ข่าวดี! หลักสูตรทันตะอินเตอร์ มวล. ผ่านการรับรองสูงสุด 7 ปี จากทันตแพทยสภา

ข่าวดี! หลักสูตรทันตะอินเตอร์ มวล. ผ่านการรับรองสูงสุด 7 ปี จากทันตแพทยสภา

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

วิทยาลัยทันตแพทยศาสตร์นานาชาติ ม.วลัยลักษณ์ ผ่านการรับรองหลักสูตรขั้นสูงสุด 7 ปี จากทันตแพทยสภา สะท้อนคุณภาพการศึกษาที่เป็นเลิศและมาตรฐานการผลิตบัณฑิตทันตแพทย์ในระดับสากล

รศ.ดร.ทพ.พูนศักดิ์ ภิเศก คณบดีวิทยาลัยทันตแพทยศาสตร์นานาชาติ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ทันตแพทยสภาได้มีมติรับรองหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) ของมหาวิทยาลัยเป็นระยะเวลา 7 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ซึ่งถือเป็นระยะเวลาการรับรองขั้นสูงสุด

โดยการประเมินในครั้งนี้ครอบคลุมใน 2 ส่วนสำคัญ คือ การประเมินโครงสร้างหลักสูตรฉบับปรับปรุงใหม่ปี 2569 และความพร้อมของสถาบันที่ผ่านเกณฑ์ประเมินครบทั้ง 15 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นศักยภาพของผู้บริหารและคณาจารย์ แผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ที่ทันสมัย พร้อมมุ่งสู่การผลิตทันตแพทย์คุณภาพในระดับสากล

รศ.ดร.ทพ.พูนศักดิ์ ระบุปัจจัยความสำเร็จสู่การรับรองระดับสูงสุดมาจาก 3 ประการ คือ หลักสูตรที่ทำให้นักศึกษาสอบใบประกอบวิชาชีพได้ 100%, คณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญครอบคลุม 14 สาขาเฉพาะทาง และเครือข่ายนานาชาติที่ส่งนักศึกษาดูงานต่างประเทศเช่น ญี่ปุ่น เกาหลี หรือยุโรป อย่างน้อย 2 ครั้ง เสริมด้วยการเรียนในพหุวิทยาเขตทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้เข้าถึงบริบทวิชาชีพที่แตกต่างทั้งในสังคมเมืองและส่วนภูมิภาค

นอกจากนี้วิทยาลัยฯ มุ่งเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีโดยการนำ “ทันตกรรมดิจิทัล” (Digital Dentistry) มาผสมผสานในหลักสูตรปริญญาตรีอย่างเต็มรูปแบบ โดยให้นักศึกษาชั้นปีที่ 5 และ 6 ฝึกใช้เครื่องมือล้ำสมัยอย่างระบบพิมพ์ปากดิจิทัล (Digital Scanner) เพื่อผลิตบัณฑิตทันตแพทย์ ม.วลัยลักษณ์ ที่เท่าทันเทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21

“ผลสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้บัณฑิต ซึ่งสำเร็จการศึกษาไปแล้ว 2 รุ่น พบว่า ได้รับเสียงชื่นชมอย่างสูงจากสถานประกอบการ โดยเฉพาะจุดแข็งด้านทักษะภาษาอังกฤษ และทักษะความเป็นมนุษย์ (Human Skills) ที่มีวุฒิภาวะและความอดทน พร้อมแก้ปัญหาในการทำงานจริง ส่งผลให้บัณฑิตมีเส้นทางอาชีพที่เปิดกว้าง ทั้งในโรงพยาบาลรัฐ-เอกชน รวมถึงการศึกษาต่อระดับสูงทั้งในและต่างประเทศ” รศ.ดร.ทพ.พูนศักดิ์ กล่าว

สำหรับทิศทางและเป้าหมายในอนาคต วิทยาลัยฯ มุ่งขับเคลื่อนสู่อนาคตด้วยวิสัยทัศน์ ‘Think Global, Act Local’ โดยบ่มเพาะนักศึกษาให้มีแนวคิดระดับสากลจากการเรียนรู้โลกกว้าง ควบคู่กับการรับใช้สังคมผ่านการดูแลผู้ป่วยในพื้นที่นครศรีธรรมราชและภาคใต้ พร้อมทั้งผลักดันคณาจารย์ในการสร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อยกระดับวงการทันตแพทย์

“เราตั้งใจให้วิทยาลัยฯ แห่งนี้เป็นเสมือน ‘ครอบครัว’ ที่ดูแลนักศึกษาอย่างใกล้ชิดทั่วถึง ทั้งด้านการเรียนและการใช้ชีวิต ด้วยอัตราส่วนอาจารย์ต่อนักศึกษาที่สูงเป็นพิเศษ จึงอยากเชิญชวนคนรุ่นใหม่มาร่วมสัมผัสเทคโนโลยีทันตกรรมที่ทันสมัย และเปิดประตูสู่อนาคตการเป็นทันตแพทย์ระดับสากลไปด้วยกันที่ ม.วลัยลักษณ์” รศ.ดร.ทพ.พูนศักดิ์ กล่าวในตอนท้าย

ในหลวง โปรดเกล้าฯ ให้ ผู้ว่ายะลา เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

ในหลวง โปรดเกล้าฯ ให้ ผู้ว่ายะลา เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

ในหลวง โปรดเกล้าฯ ให้ ผู้ว่ายะลา เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.44 น.

“ ในหลวง“ โปรดเกล้าฯ ให้ ผู้ว่ายะลา เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 11.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้ นายก้องสกุล  จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เชิญดอกไม้ และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ ดาบตำรวจ รณชัย  นุ่นยัง  สิบตำรวจเอก ศีลวัตร  ชัยโรจน์  สิบตำรวจเอก จิตติน  หาสนำ  สิบตำรวจเอก วิทยา  อยู่เย็น  สิบตำรวจเอก เกียรติภูมิ  สีแก้วอินทร์  สิบตำรวจเอก กิตติภัฎ  กองอินทร์  สิบตำรวจเอก วิษณุ  ถาวรยุติธรรม  สิบตำรวจเอก ชัยภัทร  พรหมอินทร์  และสิบตำรวจตรี วิทมล  วงเกื้อ  เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการสายตรวจรถยนต์ประจำหมวดเฉพาะกิจหน่วยปฏิบัติการพิเศษยะลา 12 (รามัน) ขณะออกปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนบ้านปูลัย และลาดตระเวนเส้นทางคมนาคมสาย 4010 เหตุเกิดบริเวณถนนรามัน – บาลอ หมู่ที่ 7 ตำบลบาลอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลยะลาสิริรัตนรักษ์ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ต่อจากนั้น

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายก้องสกุล  จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เชิญดอกไม้ และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ นายซาการียา  ลาโฮะยา ประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลรามัน อำเภอรามัน จังหวัดยะลา 

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงรับ เจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนทุกคน ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และประชาชน อย่างหาที่สุดมิได้
 

ม.สยาม จับมือ NCC สร้างโอกาสการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพนักศึกษาสู่ภาคอุตสาหกรรม MICE

ม.สยาม จับมือ NCC สร้างโอกาสการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพนักศึกษาสู่ภาคอุตสาหกรรม MICE

ม.สยาม จับมือ NCC สร้างโอกาสการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพนักศึกษาสู่ภาคอุตสาหกรรม MICE

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.25 น.

มหาวิทยาลัยสยาม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ร่วมกับ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด (NCC) ผู้บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษา วิชาการ และการพัฒนาทักษะวิชาชีพของนักศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและภาคอุตสาหกรรมการจัดประชุม นิทรรศการ และอีเวนต์ (MICE)

พิธีลงนามจัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี ดร.พรชัย มงคลวนิช อธิการบดีมหาวิทยาลัยสยาม และคุณสุรพล อุทินทุ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิต์  ร่วมลงนามในข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว

ความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมทางวิชาการ การประชุม สัมมนา นิทรรศการ และกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน รวมถึงเปิดโอกาสให้นักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรของมหาวิทยาลัยสยามได้เข้าร่วมฝึกปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ เสริมสร้างประสบการณ์ตรงจากภาคอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมเสริมสร้างทักษะวิชาชีพ สนับสนุนการจัดการศึกษาเชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) การฝึกประสบการณ์วิชาชีพ การเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคอุตสาหกรรมร่วมเป็นวิทยากรและอาจารย์พิเศษ ตลอดจนส่งเสริมโอกาสการมีงานทำและการสร้างรายได้ระหว่างเรียนให้แก่นักศึกษา