
12 มิ.ย. 2569 11:47 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ศาลเกาหลีใต้สั่งจำคุก 30 ปี อดีต ปธน. “ยุน ซอกยอล” ส่งโดรนรุกรานเกาหลีเหนือ
ศาลกลางกรุงโซลพิพากษาจำคุกอดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล เป็นเวลา 30 ปี ในความผิดฐานสั่งการให้ส่งโดรนเข้าไปยังเกาหลีเหนือ เพื่อจงใจยั่วยุและเพิ่มความตึงเครียดบริเวณชายแดน หวังใช้เป็นข้ออ้างในการประกาศใช้กฎอัยการศึกเมื่อเดือนธันวาคม 2024
ศาลกลางกรุงโซลได้มีคำพิพากษาวันนี้ (12 มิ.ย.) ซึ่งตรงกับคำร้องขอของนายโช อึนซุก อัยการพิเศษที่เสนอให้ลงโทษจำคุกอดีตประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ในข้อหากระทำการอันเป็นประโยชน์ต่อศัตรูและใช้อำนาจในทางมิชอบ
ศาลรับฟังพยานหลักฐานและชี้ว่า นายยุนได้สั่งการปฏิบัติการโดรนดังกล่าวในเดือนตุลาคม 2024 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยั่วยุรัฐบาลเกาหลีเหนือ และตั้งใจจะนำความตึงเครียดระหว่างประเทศที่คาดว่าจะเกิดขึ้น มาใช้เป็นข้ออ้างเร่งด่วนในการประกาศใช้กฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2024
ก่อนหน้านี้ในวันประกาศกฎอัยการศึก นายยุนอ้างว่าตนเองกำลังปกป้องประเทศจาก “กองกำลังต่อต้านรัฐ” ที่ฝักใฝ่เกาหลีเหนือ แต่ในเวลาต่อมาเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า การตัดสินใจของเขาถูกขับเคลื่อนด้วยปัญหาความระส่ำระสายทางการเมืองภายในประเทศ จนนำไปสู่การประท้วงครั้งใหญ่ของประชาชน และทำให้เขาต้องยกเลิกคำสั่งดังกล่าวในที่สุด ก่อนจะถูกรัฐสภาลงมติถอดถอนและถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
นอกจากตัวอดีตประธานาธิบดีแล้ว ศาลยังได้ตัดสินจำคุกผู้ร่วมขบวนการในปฏิบัติการครั้งนี้อีกหลายราย ประกอบด้วยนายคิม ยงฮยอน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถูกตัดสินจำคุก 30 ปี ในข้อหากบฏและใช้อำนาจมิชอบ ซึ่งเป็นโทษที่สูงกว่าคำร้องของอัยการพิเศษที่เสนอไว้ 25 ปี
ส่วนนายยอ อินฮยอง อดีตผู้บัญชาการหน่วยข่าวกรองต่อต้านข่าวกรองทหาร ถูกตัดสินจำคุก 15 ปี ขณะที่นายคิม ยงแด อดีตผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการโดรน ถูกตัดสินจำคุก 3 ปี แต่ให้รอลงอาญาไว้เป็นเวลา 5 ปี
คณะผู้พิพากษาระบุในคำแถลงว่า “จำเลยได้ใช้ข้ออ้างของปฏิบัติการทางทหารเพื่อจงใจกระตุ้นให้เกิดการยั่วยุจากฝั่งเกาหลีเหนือ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสถานการณ์ฉุกเฉินให้สามารถประกาศกฎอัยการศึกได้” พร้อมเสริมว่า แม้เจ้าหน้าที่ทหารทั้งสามนายจะมีส่วนในการยั่วยุเกาหลีเหนือและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดการปะทะกันทางทหาร แต่นายยุน ซอกยอล ในฐานะผู้นำประเทศคือผู้ที่ต้อง “รับผิดชอบมากที่สุด” ในเหตุการณ์นี้
ในระหว่างการพิจารณาคดี ทีมทนายความของนายยุนพยายามโต้แย้งว่า การส่งโดรนเข้าไปในเกาหลีเหนือเป็นการตอบโต้ที่ “ชอบด้วยกฎหมาย” ต่อกรณีที่เกาหลีเหนือส่งบอลลูนขยะหลายร้อยลูกข้ามพรมแดนมายังฝั่งใต้ตลอดปี 2024 ซึ่งภายในบรรจุสิ่งปฏิกูลและขยะมูลฝอย
แม้ว่าทั้งสองประเทศจะใช้บอลลูนโฆษณาชวนเชื่อในลักษณะนี้มาตั้งแต่ยุคสงครามเกาหลี แต่สถานการณ์ได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในปี 2024 เมื่อเกาหลีเหนือออกมากล่าวหาว่าเกาหลีใต้ส่งโดรนบินเข้าไปโปรยใบปลิวต่อต้านระบอบปกครองถึงใจกลางกรุงเปียงยาง ซึ่งเกาหลีเหนือขู่ว่าอาจนำไปสู่สงครามได้ โดยคำตัดสินของศาลในวันศุกร์ระบุชัดเจนว่า นายยุนคือผู้อยู่เบื้องหลังการส่งโดรนเหล่านั้น โดยคาดหวังจะให้เกาหลีเหนือโจมตีตอบโต้กลับมาเพื่อสร้างสถานการณ์
คำตัดสินจำคุก 30 ปีในคดีโดรนนี้ นับเป็นโทษทัณฑ์ล่าสุดของนายยุน ซอกยอล ซึ่งปัจจุบันถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ และยังต้องเผชิญกับการพิจารณาคดีอีกหลายข้อหาที่เกี่ยวเนื่องกับการประกาศกฎอัยการศึกที่ล้มเหลว
โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายยุนเพิ่งถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาเป็นผู้นำการก่อกบฏ (Insurrection) ซึ่งขณะนี้คดีดังกล่าวอยู่ในกระบวนการอุทธรณ์ นอกจากนี้ เขายังถูกตัดสินจำคุกแยกอีก 5 ปีในข้อหาใช้อำนาจมิชอบและขัดขวางการเข้าจับกุมตนเอง
ความพยายามประกาศกฎอัยการศึกของนายยุนรวมถึงการประท้วงที่ตามมา ได้สร้างความปั่นป่วนและสูญญากาศทางการเมืองในเกาหลีใต้อยู่หลายเดือน จนกระทั่งนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ ซึ่งผลปรากฏว่า นายอี แจมยอง จากพรรคประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายสถาบันเดิม สามารถคว้าชัยชนะได้อย่างเด็ดขาดและก้าวขึ้นมานำพาประเทศในปัจจุบัน.