
12 มิ.ย. 2569 11:21 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
กัมพูชาเร่งพลังงานสะอาด ฝ่าวิกฤตน้ำมันโลก หวังจับมือไทยใช้ประโยชน์แหล่งพลังงานอ่าวไทย
กัมพูชาเดินหน้าปฏิวัติระบบพลังงาน เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดรับมือความผันผวนราคาน้ำมันโลก เผยต้องการร่วมมือกับไทย หวังปลดล็อกศักยภาพแหล่งพลังงานอ่าวไทยที่มีข้อพิพาทยืดเยื้อมานานกว่า 2 ทศวรรษ
แก้ว รตนาค รัฐมนตรีกระทรวงเหมืองแร่และพลังงานกัมพูชาเปิดเผยว่า การขยายพลังงานหมุนเวียนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพลังน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ จะช่วยให้กัมพูชาลดผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงานโลก และช่วยรักษาเสถียรภาพค่าไฟฟ้าภายในประเทศ
โดยปัจจุบัน พลังงานสะอาดคิดเป็นเกือบ 2 ใน 3 ของกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งทั้งหมดของกัมพูชา ทำให้ประเทศสามารถตรึงราคาค่าไฟได้ แม้ตลาดน้ำมันและก๊าซธรรมชาติโลกเผชิญความผันผวนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
รัฐมนตรีกัมพูชาระบุว่า ราคาน้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน และก๊าซหุงต้ม หรือ LPG ปรับตัวสูงขึ้นจากปัญหาความไม่แน่นอนด้านการขนส่งพลังงานโลก โดยเฉพาะผลกระทบจากความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของการส่งออกน้ำมันและก๊าซ
อย่างไรก็ตามเขายืนยันว่า ค่าไฟฟ้าของกัมพูชายังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงก่อนเกิดวิกฤต เนื่องจากประเทศมีฐานพลังงานจากเขื่อนและโซลาร์เซลล์ช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล
กัมพูชาตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสีเขียวให้ได้อย่างน้อย 70% ของกำลังผลิตไฟฟ้าภายในปี 2030 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายของอาเซียนที่กำหนดไว้ 45%
นอกจากการลงทุนด้านพลังงานสะอาดในประเทศ กัมพูชายังผลักดันโครงการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าอาเซียน หรือ ASEAN Power Grid เพื่อให้ประเทศในภูมิภาคสามารถแลกเปลี่ยนพลังงานระหว่างกัน ลดความเสี่ยงจากวิกฤตพลังงานในอนาคต
รัฐมนตรีพลังงานกัมพูชายังได้อ้างถึงประเทศไทยโดยยอมรับว่า น้ำมันและก๊าซธรรมชาติยังคงมีบทบาทสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะแหล่งทรัพยากรในอ่าวไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชามีข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเล
พื้นที่ดังกล่าวถูกประเมินว่าอาจมีทรัพยากรพลังงานมูลค่าราว 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงก๊าซธรรมชาติประมาณ 311,000 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ยังไม่สามารถพัฒนาได้เต็มศักยภาพ เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ
ที่ผ่านมา ไทยและกัมพูชาเคยมีข้อตกลงเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาเขตแดนทางทะเลและการพัฒนาทรัพยากรร่วมกัน แต่กระบวนการยังไม่เดินหน้าเต็มที่
ล่าสุด กัมพูชาระบุว่า กำลังใช้กระบวนการไกล่เกลี่ยตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS เพื่อหาทางออกอย่างสันติ
แก้ว รตนาค กล่าวว่า หากทั้งสองประเทศสามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับพื้นที่ดังกล่าวได้ จะไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อไทยและกัมพูชาเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานให้กับภูมิภาคอาเซียนโดยรวม.
ที่มา : channelnewsasia