ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/602271
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 เม.ย. 2559 06:15

กวาดล้างย่านขายสินค้าก๊อบปี้ทั่วประเทศ
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผย เตรียมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่กวาดล้างสินค้าละเมิดใน 11 ตลาดชื่อดังแบบไม่ให้ผู้ค้าตั้งตัว ตั้งเป้าปราบผู้ค้ารายใหญ่ให้ได้ ลั่นถ้าจับได้เล่นงานหนัก ทั้ง ก.ม.ทรัพย์สินทางปัญญา สอบภาษีย้อนหลัง ยึดทรัพย์ ถ้าเป็นต่างชาติ ชงตำรวจขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าไทยอีก
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา กรมได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) เพื่อร่วมกันกำหนดแผนดำเนินงานในการป้องกัน และปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาให้ชัดเจน ก่อนนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะอนุกรรมการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาพิจารณาต่อไป
ทั้งนี้ ที่ประชุมจะร่วมกันกำหนดแผนปราบปรามการละเมิดในตลาดต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ที่มีการขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างมาก ทั้ง 13 แห่ง ตามการเผยแพร่ข้อมูลของสำนักงานผู้แทน การค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) ก่อน ได้แก่ หาดกะรน และหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต, พัทยา จ.ชลบุรี, ตลาดโรงเกลือ จ.สระแก้ว, ห้างพันธุ์ทิพย์, คลองถม, บ้านหม้อ, ห้างมาบุญครอง, ริมถนนสุขุมวิท, พัฒน์พงศ์ และตลาดนัดจตุจักร ส่วนที่สะพานเหล็ก ถูกรื้อถอนไปแล้ว และตลาดนัดถนนสุขุมวิท ถูกทางการทลายไปแล้ว
สำหรับการปราบปรามทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันระดมกำลังไปตรวจสอบในทันทีแบบไม่ให้ผู้ค้ารู้ตัว ซึ่งต้องกวาดล้างผู้ค้ารายใหญ่ให้ได้ โดยในพื้นที่ต่างจังหวัด กระทรวงพาณิชย์ จะทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย เพื่อสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เข้มงวดกวดขันในการตรวจสอบ และให้ความร่วมมือในการปราบปรามด้วย
“ที่ประชุมได้ตกลงร่วมกันว่า ในการปราบปราม ถ้าจับกุมผู้ค้ารายใหญ่ได้ นอกจากจะมีความผิดตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว จะต้องส่งให้กรม สรรพากรตรวจสอบการเสียภาษีย้อนหลัง และส่งให้คณะกรรมการป้องกันการฟอกเงิน (ปปง.) ใช้กฎหมาย ปปง.ยึดทรัพย์ด้วย”
นอกจากนี้ หากพบผู้ค้าเป็นคนต่างชาติ ต้องส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนก่อนส่งเรื่องต่อไปยังกองการต่างประเทศ สตช. เพื่อให้ดำเนินการขึ้นบัญชีดำไม่ให้บุคคลเหล่านี้เดินทางเข้ามาในประเทศได้อีก เพราะปัจจุบันเริ่มมีการจับกุมผู้ค้าสินค้าละเมิดที่เป็นชาวต่างชาติมากขึ้น เมื่อถูกจับกุมดำเนินคดี และพ้นผิดแล้ว บุคคลเหล่านี้มักเข้ามากระทำความผิดซ้ำในไทยอีก จึงต้องแบล็กลิสต์ พร้อมกันนั้น จะทำหนังสือถึงเจ้าของอาคารสถานที่ ที่มีการขายสินค้าละเมิด ไม่ให้ต่อสัญญากับผู้ค้าที่ขายสินค้าละเมิดด้วย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ยืนยันว่าสถานการณ์การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในไทยลดความรุนแรงลงแล้ว เพราะทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกัน ป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง โดยสามารถจับกุมผู้ค้ารายใหญ่ และยึดของกลางเพื่อนำมาทำลายทิ้งได้จำนวนมาก ส่วนการละเมิดบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ที่เริ่มมีการละเมิดมากขึ้นนั้น กรมได้แก้ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ เพื่อให้ครอบคลุมการป้องกันบนอินเตอร์เน็ตแล้ว โดยเฉพาะการให้ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ไอเอสพี) สามารถปิดกั้นเว็บไซต์ที่ละเมิดได้ตามคำสั่งของศาล
นางนันทวัลย์กล่าวต่อถึงกรณีที่สหรัฐฯอยู่ระหว่างการพิจารณาทบทวนสถานะประเทศคู่ค้าด้านทรัพย์สินทางปัญญา ตามกฎหมายการค้า มาตรา 301 พิเศษ ที่จะประกาศผลสิ้นเดือน เม.ย.นี้ว่า หวังให้สหรัฐฯเลื่อนสถานะไทยให้ดีขึ้นจากปัจจุบันไทยอยู่ในบัญชีประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษต่อเนื่องกัน 8 ปีแล้ว เพราะที่ผ่านมาได้ปรับปรุงแก้ไข กฎหมายลิขสิทธิ์ให้ครอบคลุมการละเมิดบนอินเตอร์– เน็ต และการลักลอบถ่ายในโรงภาพยนตร์ ตามที่สหรัฐฯ ร้องขอ จับกุมผู้ละเมิดรายใหญ่ได้มากขึ้น และอยู่ระหว่างการจัดทำโรดแม็ปปฏิรูปทรัพย์สินทางปัญญาทั้งระบบ.