จับตา ‘โฉมหน้า’ ร่างรัฐธรรมนูญ 2 ขยัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160328/224849.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม 2559
จับตา 'โฉมหน้า' ร่างรัฐธรรมนูญ 2 ขยัก

มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : จับตา ‘โฉมหน้า’ ร่างรัฐธรรมนูญ 2 ขยัก : โดย…สำนักข่าวเนชั่น

                    วันอังคารที่ 29 มีนาคม เป็นวันที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะส่งร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำเสร็จเรียบร้อยให้แก่คณะรัฐมนตรี ก่อนที่ ครม.จะส่งต่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำไปทำประชามติต่อไป ซึ่งเบื้องต้นกำหนดไว้วันที่ 7 สิงหาคม
                    ถึงแม้ว่าคณะกรรมการจะเคยเปิดร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา แต่ยังต้องรอดูรายละเอียดร่างรัฐธรรมนูญล่าสุดที่มีการปรับแก้จากการรับฟังความเห็นของฝ่ายต่างๆ อีกครั้ง โดยเฉพาะในบทเฉพาะกาลที่ กรธ.ปรับแก้ตามข้อเสนอของ คสช.
                    สรุปสุดท้ายร่างรัฐธรรมนูญของ “มีชัย ฤชุพันธุ์” จะมีทั้งหมด 279 มาตรา ซึ่ง “นรชิต สิงหเสนี” โฆษก กรธ.บอกว่า ที่ลงท้ายด้วยเลข 9 เพราะเลขสวย
                    อย่างไรก็ตามสุดท้ายร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่านประชามติ คงไม่ได้อยู่ที่เลขสวยหรือไม่ แต่อยู่ที่เนื้อหา และ “กระแส” ที่จะเกิดขึ้นในช่วงการทำประชามติมากกว่า
                    ในเบื้องต้นสิ่งที่ชัดเจนออกมาตั้งแต่ตัวร่างรัฐธรรมนูญยังไม่ปรากฏ คือ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเป็นรัฐธรรมนูญ 2 ขยัก คือบทเฉพาะกาลที่มีการออกแบบพิเศษเพื่อเป็นกติกาสำหรับช่วงเปลี่ยนผ่านที่ คสช.กำหนดไว้ให้เป็น 5 ปี และบทถาวรที่จะใช้หลังจากนั้น
                    ถึงแม้ว่าบทเฉพาะกาลจะมีผลแค่ 5 ปี แต่บอกได้เลยว่า ส่วนนี้จะเป็นไฮไลท์ของร่างรัฐธรรมนูญนี้ และถึงแม้ กรธ.จะมีมติออกมาแล้วว่าจะเขียนบทเฉพาะกาลตามข้อเสนอของ คสช.อย่างไร แต่ยังจะต้องตรวจสอบในตัวบทที่ออกมาชัดๆ อีกครั้งว่าจะมีเนื้อหาอะไรซ่อนหรือสอดแทรกมาเพิ่มอีกหรือไม่ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่อง ส.ว.
                    ในส่วนของที่มา ส.ว.น่าจะไม่มีอะไรเพิ่มอีกแล้ว เพราะการปรับแก้ขยับไปขยับมาในปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาน่าจะลงตัวแล้ว คือ ถึงแม้จะให้มีกระบวนการสรรหา หรือเลือกจากตัวแทนกลุ่มอาชีพ แต่อำนาจเคาะขั้นสุดท้ายอยู่ที่ คสช.ทั้งหมด รวมทั้งส่วนที่ขอให้ปลัดกลาโหม ผู้นำเหล่าทัพ และ ผบ.ตร. รวม 6 คน เข้าไปเป็น ส.ว. จากตอนแรกที่ กรธ.ทำยึกยักจะไม่ให้ สุดท้ายก็ต้องยอมตามโดยไม่มีเงื่อนไข
                    แต่ที่ต้องตรวจดูกันแบบคำต่อคำก็คือ ส่วนของอำนาจ ส.ว. เพราะถือว่าเป็น “หัวใจ” ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ที่ คสช.วางไว้ให้ทำหน้าที่ทดแทน “คปป.” (คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและปรองดองแห่งชาติ)
                    ดูเผินๆ เหมือนกับว่า คสช.ไม่ได้ตามที่ขอ ในเรื่องอำนาจ ส.ว. แต่ถ้าดูให้ละเอียดจะพบว่าไม่ใช่!
                    อำนาจ ส.ว.ที่ คสช.ขอมา มี 3 เรื่องหลัก คือ 1.ดูแลเรื่องการปฏิรูป 2. พิทักษ์รัฐธรรมนูญ และ 3.อภิปรายไม่ไว้วางใจ ในเบื้องต้น กรธ.บอกว่าเรื่องพิทักษ์รัฐธรรมนูญจะไม่เขียนไว้อีก เพราะอำนาจเกี่ยวกับเรื่องนี้มีกระจายอยู่ในบทถาวรแล้ว
                    ฟังทีแรก อาจมองได้ว่า คสช.ไม่ได้ แต่หากพิจารณาอย่างลึกซึ้งจะพบว่า อำนาจ ส.ว.ที่กำหนดไว้ในบทถาวรก็มากโขแล้ว
                    มีการวิเคราะห์ว่า อำนาจในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญของ ส.ว.นั้นมี 2 ส่วน 1.คือส่วนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะไม่มีทางแก้ไขได้หากวุฒิสภาไม่ร่วมมือด้วย จากที่กำหนดให้แก้ไขยากจนถึงแก้ไม่ได้อยู่แล้ว 2.อำนาจในการคุ้มครององค์กรอิสระ โดยในชั้นแรก ส.ว.มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และอีกชั้น เชื่อกันว่า ส.ว.จะเป็นตัวสกัดไม่ให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซงองค์กรอิสระ
                    “โดยเฉพาะเมื่อ ส.ว.มาจากการสรรหาและแต่งตั้งโดย คสช. อำนาจในการคุ้มครององค์กรอิสระไม่ให้ถูกแทรกแซงจะยิ่งทำได้มากขึ้น” แหล่งข่าววิเคราะห์
                    อย่างไรก็ตามคำว่า “คุ้มครององค์กรอิสระไม่ให้ถูกแทรกแซง” นี้ ก็ถูกตั้งคำถามจากอีกฝ่ายเช่นกันว่า อาจหมายถึงการใช้องค์กรอิสระเป็นเครื่องมือจัดการกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาองค์กรอิสระเองก็ถูกมองว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความขัดแย้งเช่นกัน
                    “อำนาจ ส.ว.ในส่วนนี้ถือว่าเยอะมากแล้ว” แหล่งข่าววิเคราะห์ “ส่วนอำนาจอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แม้จะไม่ได้ก็ไม่เป็นไร และไม่ควรให้อำนาจนี้กับ ส.ว. เพราะถ้าส.ว.มีอำนาจอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งหมายถึงมีอำนาจล้มรัฐบาลได้ จะเป็นชนวนให้เกิดความไม่พอใจจนกลายเป็นความขัดแย้งรอบใหม่ขึ้นมาได้”
                    แต่แม้ไม่ได้อำนาจอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ กรธ.ก็ให้อำนาจ ส.ว.เพิ่มขึ้นมาอีก 2 ส่วนที่สำคัญ คือ ในส่วนการดูแลการปฏิรูปกำหนดให้รัฐบาลต้องรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการปฏิรูปต่อวุฒิสภาทุก 3 เดือน หากไม่ทำตามก็หมายความว่าทำขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องรอดูบทบัญญัติในส่วนนี้ชัดๆอีกครั้ง
                    อำนาจอีกส่วนที่ กรธ.เพิ่มให้ ส.ว.ในช่วงเปลี่ยนผ่านคือ อำนาจในกระบวนการพิจารณาร่างกฎหมายที่เพิ่มขึ้น จากกระบวนการพิจารณาร่างกฎหมายปกติ ที่ต้องผ่านขั้นตอนจากสภาผู้แทนฯ ไปยังวุฒิสภา แต่สุดท้ายหากวุฒิสภาไม่เห็นด้วยและตกลงกันไม่ได้ สภาผู้แทนฯ สามารถใช้อำนาจยืนยันร่างกฎหมายนั้นได้เลย แต่บทบัญญัติใหม่กำหนดว่า หากตกลงกันไม่ได้ ให้การพิจารณาร่างกฎหมายนั้นต้องเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา จากปกติการพิจารณากฎหมายที่ต้องใช้ “รัฐสภา” นั้น มีเพียงการแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น เพราะเป็นเรื่องสำคัญ ต้องทำได้ยากกว่ากฎหมายปกติ
                    เหล่านี้คือ รายละเอียดของร่างรัฐธรรมนูญที่จะต้องสแกนดูทุกตัวอักษรอีกครั้งในวันอังคารนี้!
——————–
(มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : จับตา ‘โฉมหน้า’ ร่างรัฐธรรมนูญ 2 ขยัก : โดย…สำนักข่าวเนชั่น)

Leave a comment