โทษแรงแช่แข็ง10ปีป่วนประชามติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160406/225447.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 6 เมษายน 2559
โทษแรงแช่แข็ง10ปีป่วนประชามติ

โทษแรงแช่แข็ง10ปีป่วนประชามติ ด้าน ‘ครูหยุย’ชงส.ว.โหวตคว่ำรัฐบาลได้

           6เม.ย.59 นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิปสนช. เปิดเผยว่า ในการประชุมสนช. วันที่ 7 เม.ย.จะมีวาระการพิจารณาร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ วาระ 2-3 ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอนม เป็นประธานกรรมาธิการฯพิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งยังคงให้อำนาจคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)เป็นผู้ทำหน้าที่เผยแพร่เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญต่อประชาชน ขณะที่กกต.จะทำหน้าที่แค่เผยแพร่ขั้นตอนวิธีการลงประชามติเท่านั้น

ขณะเดียวกันจะกำหนดบทลงโทษทั้งจำคุกและโทษปรับตามมาตรา 62 แก่ผู้ทำให้เกิดความวุ่นวาย หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ เพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงหรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียง ตลอดจนผู้กระทำการเผยแพร่ข้อความ ภาพและเสียงในสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และสื่ออิเลคทรอนิคส์ หรือในช่องทางอื่นใด ที่ผิดไปจากข้อเท็จจริงหรือมีลักษณะก้าวร้าว รุนแรง หยาบคาย ปลุกระดม หรือข่มขู่ โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ออกเสียง ให้ถือว่า ผู้นั้นก่อความวุ่นวายเพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท ทั้งนี้ศาลอาจสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดไม่เกิน 5 ปีด้วยก็ได้ หรือถ้าเป็นกรณีการกระทำผิดของคณะบุคคลตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 10ปี

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช. กล่าวว่า ในการประชุมสนช.เพื่อพิจารณาวาระสำคัญเรื่องประเด็นคำถามพ่วงประชามตินั้น ตนจะขอเสนอประเด็นคำถามพ่วงประชามติเพิ่มเติมต่อที่ประชุมคือ ควรให้รัฐสภามีอำนาจลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีในกรณีการทุจริตคอร์รัปชันหรือไม่ โดยจะเสนอเพียงประเด็นเดียวเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับประเด็นให้ส.ว.มีสิทธิโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ส.ว.มีอำนาจร่วมลงมติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีได้ แต่ต้องเป็นเฉพาะกรณีทุจริตเท่านั้น โดยส.ว.ไม่มีอำนาจขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่มีอำนาจรับฟังการอภิปราย และร่วมลงมติ เพราะที่ผ่านมามักมีการใช้เสียงข้างมากช่วยเหลือกันในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงควรให้ส.ว.มาร่วมถ่วงดุลด้วย ส่วนกระแสข่าวที่สนช.บางส่วนอยากให้ตั้งคำถามพ่วงประชามติว่า ควรให้รัฐสภามีอำนาจโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีและลงมติอภิปรายไม่วางใจรัฐบาลหรือไม่นั้น ส่วนตัวเห็นว่า การตั้งคำถามในลักษณะดังกล่าว อาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะอาจขัดกับรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ฉบับแก้ไข ที่ให้สนช.สามารถเสนอประเด็นคำถามพ่วงประชามติได้เพียงประเด็นเดียวเท่านั้น

Leave a comment