ไฟโหมที่ชายป่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160330/224986.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 30 มีนาคม 2559
ไฟโหมที่ชายป่า

ไฟโหมที่ชายป่า : ไปสู่ถนนดินลูกรัง โดยเฉลิมศักดิ์ แหงมงาม

             เพิ่งอ่านเจอในเฟซบุ๊ก เรื่องไฟป่า ไหม้ลุกโหมลามเลียนับหลายวันติดต่อกันในเขตติดต่อระหว่างป่าแถบจังหวัดภาคกลาง ใช้น้ำดับเท่าไรก็ไม่หมด ผู้เดือดร้อนเกรงว่าไฟจะไหม้บ้านตนเองที่ปลูกอยู่ตรงชายป่า จึงส่งข้อความเข้าไปในเฟซบุ๊ก สะท้อนถึงบางสิ่งในธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงอย่างน่ากลัวมากยิ่งขึ้น

ธรรมชาติให้ความปรานีแก่มนุษย์น้อยลงทุกวัน เพราะโลกยุคนี้ ทำลายล้างธรรมชาติอย่างไม่ปรานีปราศรัย เน้นการบูชาเงินเป็นพระเจ้า

หนทางไหนที่ทำให้ได้เงินมากที่สุดก็บุกทำสิ่งนั้นมากที่สุดเช่นกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินตรา โดยไม่คำนึงถึงศีลธรรมความถูกต้อง สิ่งที่ทำมาหากิน ทำลายได้ง่าย ไม่มีใครฟ้องร้องจับกุมให้มากความก็คือ การทำลายล้างธรรมชาติ ไม่ว่า ตัดไม้ทำลายป่า เผาป่า หาของป่า ขุดหาแร่สินทรัพย์ใต้ดิน แหล่งน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อมาประเคนโรงงานอุตสาหกรรม ตัดถนน ใช้เป็นเส้นทางให้รถวิ่ง รวมถึงการระเบิดภูเขาเพื่อสร้างถนนประเคนเขตเศรษฐกิจพิเศษ รวมถึงการบุกรุกเข้าไปในเขตป่าสงวน ทำเกษตรกรรมพืชเชิงเดี่ยว การทำสนามกอล์ฟและรีสอร์ท

อีกไม่นานน่าจะมีมหกรรมไฟป่าลามไหม้เมืองอย่างแน่นอน เหมือนแถบสหรัฐหรือยุโรป ถ้าขืนคนไทยยังดิ้นรนสร้างความมั่นคงมั่งคั่งทางด้านเศรษฐกิจอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง

คราวหนึ่งที่ อ.หนองฮี จ.ร้อยเอ็ด เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ไฟไหม้ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล ที่ทำการตั้งอยู่กลางป่า โชคดีเจ้าป่าเจ้าเขาเมตตา เผาเพียงบางส่วน ยังพอแก้ไขทัน อำเภอจึงสั่งให้ชี้แจงมาเป็นลายลักษณ์อักษร

อีกครั้งหนึ่ง ที่ที่ว่าการอำเภอสามเงา จ.ตาก บ้านพักสรรพากร ไม่รู้นึกอย่างไรไปสร้างบ้านพักหลังที่ว่าการอำเภอกลางป่า ไฟโหมกระหน่ำผ่านเข้ามาอย่างรุนแรง ผมอยู่เฝ้าอำเภอพอดี จึงช่วยบัญชาการให้หลายหน่วยงาน ช่วยกันเอารถดับเพลิงเข้ามาร่วมด้วยช่วยกัน ไฟล้อมตีคอกเข้ามายิ่งกว่าไฟนรก ยามเพลิงอุบัติ ลมร้ายจะโหมแรงกราดเกรี้ยวขึ้นทันที ตีลมวนวก เกือบถึงที่ว่าการอำเภอ โชคดีมีถนนดินลูกรังโอบล้อม เหมือนเป็นแนวกันไฟ ขนาดขอกำลังจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง รวมถึงการไฟฟ้าเขื่อนภูมิพลมาระดมช่วยกันสุดความสามารถ ผมชอบที่นั่นที่แสดงถึงน้ำใจอย่างเปี่ยมล้น จึงสามารถดับไฟป่าได้ในที่สุด

ผมอยากจะย้ำว่า สภาพป่าปัจจุบันต่างจากอดีตเกือบสิ้นเชิง น้ำซึมน้ำซับหายไปจากป่าหมดสิ้น เหลือเพียงน้ำตามฤดูกาล เพราะป่าใหญ่ ต้นไม้ใหญ่หยั่งรากลึกๆ ดึงน้ำใต้ดินขึ้นมาหล่อเลี้ยงลำต้น ในผืนป่าแทบไม่มีหลงเหลือ แผ่นดินจึงแห้งกรอบ ใบไม้กรอบแห้ง ปลิวกระจายเกลื่อนกล่น นั่นคือเชื้อไฟอย่างดี

ไฟเผาป่า ไม่ใช่ไฟธรรมชาติ แต่คือไฟที่มนุษย์จุดขึ้น ไม่ว่าผู้ลักลอบถางป่าเพื่อทำพืชไร่ ค่านิยมผิดๆ ที่คิดว่าขี้เถ้าไฟคือปุ๋ยสำหรับหล่อเลี้ยงดิน รวมถึงพวกหาของป่า ไล่ล่าสัตว์กลางป่าแล้ง โดยไม่คำนึงถึงเพลิงผลาญที่กำลังรุกไล่ความเห็นแก่ตัวของมนุษย์

ทุกวันนี้ ขับรถออกไปต่างจังหวัด อากาศเหมือนฟ้าหลัว ไม่มีแสงแดด แรกๆ เข้าใจว่าฝนจะตก มองไปบนท้องฟ้า ไม่มีเมฆแม้เพียงก้อน แท้จริง…นั่นละ…หมอกควันสีดำกำลังครอบคลุมผืนฟ้า

ไม่นานแน่นอน…มหกรรมธรรมชาติเผาเมืองจะอุบัติ ถ้าคนไทยยังเห็นแก่ตัว.

Leave a comment