ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20160412/225771.html
การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 12 เมษายน 2559
ขยายปมร้อน : ยิ่งดิ้นก็ยิ่งเข้าทาง คสช. : โดย…ศรุติ ศรุตา
ถ้าตีความหมายตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว ก็คงจะบอกได้ว่า คสช.ไม่ได้แคร์อะไรกับท่าทีดังกล่าว
ซ้ำยังบอกเป็นนัยด้วยว่า ฐานเสียงของประชาธิปัตย์นั้น ยังต้องมีการพิสูจน์ว่ามีอยู่แค่ไหน
อีกประเด็นที่หัวหน้า คสช.ส่งสัญญาณชัดเจนอีกครั้งก็คือ หากนักการเมืองไม่พอใจ ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญก็ไม่ต้องลงสมัครรับเลือกตั้ง
จะว่าไปร่างรัฐธรรมนูญฉบับ มีชัย ฤชุพันธุ์ ได้สร้างความยากลำบากให้แก่นักการเมืองอยู่พอควร ดังที่ อภิสิทธิ์ ได้แถลงไว้เมื่อวันอาทิตย์ และตามที่ ภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ก็เคยบอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่เป็นประชาธิปไตยตามหลักสากล
แต่ คสช.เองก็เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้หมือนกันว่า ประชาธิปไตยที่ประเทศไทยเคยมีนั้น ได้คลอดนักการเมืองที่เข้ามาสร้างปัญหาให้บ้านเมือง
ความเสียหายที่เกิดขึ้น กินลึกไปจนทำให้มีความจำเป็นต้องเข้ามารื้อโครงสร้างกันใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่เข้ามาเพื่อซ่อมแซม แล้วปล่อยให้เดินกันต่อเหมือนที่คณะรัฐประหารชุดก่อนเคยทำมา
พูดง่ายๆ คสช.ไม่ไว้ใจนักการเมือง!
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะให้มีส.ว.จำนวนกึ่งหนึ่งของส.ส. แม้ส่วนใหญ่จะมาจากการสรรหา แต่สุดท้ายคสช.ก็จะเลือก เพื่อให้ทำงานพิทักษ์รัฐธรรมนูญไปจนได้รัฐบาลชุดทีี่ 2
นั่นก็หมายความว่า ถ้านักการเมืองรุ่นนี้ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง คสช.ก็คงจะขอขอบคุณ!
ฟังจากน้ำเสียงที่ตอบคำถามสื่อ พล.อ.ประยุทธ์ พูดถึงรัฐบาลประชาธิปัตย์เป็นการเฉพาะว่า เมื่อครั้งมีอำนาจ ก็ปล่อยปละละเลยปัญหา
ก็ชัดเจนแล้วว่า ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองจากฟากฝั่งใด ก็ทิ้งปัญหา หรือสร้างปัญหาเหมือนกัน
แต่เมื่อปฏิเสธนักการเมือง คำถามที่ตามมาก็คือ แล้ว คสช.อยากให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผ่านประชามติหรือไม่
แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้น พรรคประชาธิปัตย์ก็เปิดปมที่กังวลออกมาว่า ถ้าคว่ำประชามติ ก็เท่ากับเปิดทางให้คสช.เลือกที่จะร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่เนื้อหาอาจรับไม่ได้มากกว่าเดิม
ประชาธิปัตย์กังวล แต่คสช.คงจะสบายใจ เพราะยิ่งนักการเมืองคิดมากและคิดดังเท่าใด ก็จะทำให้กลุ่มก้อนที่คิดว่า จะเอาไม่เอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพิ่มมากขึ้น
จากเดิมที่มีอยู่ 3 กลุ่มคือ กลุ่มที่เห็นด้วยกับคสช.อยู่แล้ว กลุ่มนี้โหวตรับแน่, กลุ่มที่ไม่เอา คสช.ก็จะไม่โหวตรับ และกลุ่มที่รอฟังข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ
เมื่อนักการเมืองออกมาชี้ช่องอย่างนี้ก็เท่ากับเพิ่มกลุ่มที่ “โหวตอย่างกังวลหรือไม่โหวต” ขึ้นมาอีกกลุ่ม ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ใช่คะแนนที่จะไปเสริมให้แก่กลุ่มโหวตไม่รับ
ส่วนกลุ่มที่ฉวยโอกาสเอาไปเป็นประเด็นโจมตี คสช.ในกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามตินั้น ต้องเรียกว่าเป็นกลุ่มที่ได้รับความสนใจน้อยมาก เพราะที่แสดงตัวในปัจจุบันก็มีแต่นักวิชาการหน้าเดิมๆ เท่านั้น
นั่นจึงทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ มั่นใจที่จะพูดว่า “ผมก็มีกลุ่มของผม”
———————–
(ขยายปมร้อน : ยิ่งดิ้นก็ยิ่งเข้าทาง คสช. : โดย…ศรุติ ศรุตา)
