ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20160412/225773.html
การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 12 เมษายน 2559
โลกสาระจิปาถะ : สื่อยังต่อไม่ติดประชาคมอาเซียน : โดย…กวี จงกิจถาวร kavihome@gmail.com
ประชาคมอาเซียนครบ 100 วัน พอดีอาทิตย์นี้ สื่อมวลชนในอาเซียนก็ยังต่อไม่ติดเหมือนเดิม ไม่มีการรายงานข่าวแสดงให้ถึงการหล่อหลอมรวมตัวกันของทั้งสิบประเทศสมาชิกให้เป็นประชาคมอาเซียนอย่างที่ผู้ก่อตั้งอาเซียนตั้งความหวังไว้
อย่าลืม ตอนนี้เราเป็นประชาคมมีเพื่อนร่วมชะตาชีวิต 630 ล้านคนแล้ว ประเทศไทยคือศูนย์กลางของอาเซียน (Hub of ASEAN) แล้ว ถึงแม้ว่า หน่วยงานของรัฐยังไม่สามารถปรับตัวและประสานงานกับหุ้นส่วนอื่นๆ ก็ตาม (ไม่เชื่อให้ไปดูที่สนามบินสุวรรณภูมิที่ยังงุ่มง่ามเรื่องอาเซียนเลน ทั้งๆ ที่ไทยมีมาก่อนเป็นประเทศแรก แต่ในภาคสนามยังมีความพิเรนทร์มากๆ ตามจริง ตามวิสัยทัศน์อาเซียน 2025 ฉบับล่าสุด ไทยและสมาชิกอาเซียนทุกประเทศ ต้องมีแต่อาเซียนเลน (ASEAN Lane) กับที่ไม่ใช่อาเซียนเลน (Non-ASEAN Lane) เพื่อแสดงตัวให้เป็นคนอาเซียนรู้ว่าประชาคมอาเซียนมีจริง สัมผัสได้จริง ดูแบบที่สหภาพยุโรปมีอียูเลนกับไม่ใล่อียูเลน)
โดยทั่วๆ ไป สื่อมวลชนไทยมีความตระหนักรู้เรื่องอาเซียนและการรวมตัวประชาคมอาเซียนดีกว่าทุกประเทศในอาเซียนก็ว่าได้ เพราะรัฐบาลไทยได้รณรงค์การเป็นประชาคมอาเซียนมานานถึงสามปีกว่า จนทุกวันนี้คนไทยติดปากเออีซีว่ามันเป็นประชาคมอาเซียน ถึงแม้ว่ามันหมายถึงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนก็ตาม
น่าเสียดายมากๆ สื่อมวลชนไทยยังไม่ได้ขยายผลงานหรือรายงานข่าวคราวที่เกี่ยวกับองค์ร่วมของอาเซียนและประชาคมอาเซียน ถึงแม้ว่า สื่อตีพิมพ์ทุกฉบับและทีวีดิจิทัลเกือบทุกช่องมีคอลัมน์หรือโปรแกรมเกี่ยวกับอาเซียนโดยตรง แต่รายงานส่วนใหญ่ยังเป็นรูปแบบของสัมพันธ์ทวิภาคี ไทยได้อะไร ไทยเสียอะไร ไทยพร้อมแล้วหรือยัง
ตัวอย่างเช่น ขณะนี้สื่อทั่วๆ ไป ยังขาดการรายงานแบบบูรณาการถึงความพยายามของไทยในการเสริมสร้างความเป็นแกนกลางของอาเซียน (Asean Centrality) ส่งเสริมบทบาทอาเซียนในเวทีระหว่างประเทศ หรือเข้าร่วมเสวนาหรือแสดงความมุ่งมั่นในประเด็นที่มีผลกระทบต่อสภาพสิ่งแวดล้อมในโลกของไทยเรายังเป็นผู้ประสานงานและนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาแบบยั่งยืนให้แก่อาเซียน เป็นต้น
ประเด็นเหล่านี้ ไทยเป็นตัวตั้งตัวตีมานานแล้ว แต่สื่อมวลชนไทยไม่ได้สนใจ ไม่ใช่เพิ่งมาทำเพื่อสร้างภาพหรือขอคะแนนสนับสนุนในการแข่งขันชิงที่นั่งไม่ถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงขององค์การสหประชาชาติที่กำลังดำเนินการอยู่
ที่เห็นชัดเจน สื่อมวลชนไทยให้ความสำคัญกับข่าวและข้อมูลด้านเศรษฐกิจมากเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งนี้ เป็นเพราะว่าเครือข่ายสื่อมวลชนกระทรวงพาณิชย์สนใจ ลึกๆ เกรงกลัวว่านักธุรกิจบ้านเราจะสู้เพื่อนบ้านไม่ได้ โดยเน้นเรื่องความเตรียมพร้อมเสียส่วนใหญ่ เช่น ภาษาอังกฤษอ่อน ไม่มีความเชี่ยวชาญหรือมีความรู้เกี่ยวกับวิธีทำธุรกิจเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีทั้งหลาย ฝ่ายไทยไม่ห่วงบริษัทใหญ่ๆ รู้ดีว่ากลุ่มเหล่านี้มีความเตรียมพร้อมสูง มีการพัฒนาขีดความสามารถสูง ประสบการณ์และความรอบรู้ครบวงจร
มีความจำเป็นที่สื่อไทยต้องรายงานเกี่ยวกับอีกสองเสาคือความมั่นคงและสังคม-วัฒนธรรมด้วยที่ผ่านมารายงานที่ได้ติดตามจะพบว่าเป็นเรื่องราวของการท่องเที่ยว หรือเป็นรายการชวนกิน ชวนเพลินเสียมากกว่า ไม่มีการรายงานข่าวความคืบหน้าในแต่ละประเทศที่พยายามปรับตัวเข้าหาประชาคมอาเซียน
ในบริบทอาเซียน สื่อมวลชนเวียดนาม สิงคโปร์และอินโดนีเซีย พอมีข่าวอาเซียนมากหน่อย แต่ก็มีปัญหาแบบเดียวกับสื่อมวลชนไทยคือชอบรายงานในประเด็นที่เป็นทวิภาคีล้วนๆ แบบนี้บทบาทสื่อมวลชนในการเสริมสร้างอัตลักษณ์หรือสร้างความรู้สึกร่วมต่อประชาคมอาเซียนจะเกิดขึ้นได้อย่างไร
น่าสนใจคือในช่วงสามปีที่ผ่านมา สื่อมวลชนเวียดนามค่อนข้างมีผลงานเยอะ ให้ความสนใจกิจกรรมอาเซียนมากที่สุด โดยเฉพาะทางด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ เรียกได้ว่าประเทศนี้ส่งเสริมบทบาทอาเซียนขนานใหญ่ ยิ่งอาเซียนเป็นองค์กรที่เข้มแข็งมากขึ้นเท่าไรยิ่งดีต่อเวียดนาม เพราะสามารถใช้เป็นที่กำบังให้แก่เวียดนามเพื่อต้านกับอิทธิพลจีนที่มีชายแดนติดต่อกันด้านทิศเหนือ
ถึงเวลาแล้วที่สื่อมวลชนอาเซียนต้องเอาใจใส่ประเด็นสำคัญๆ ในบริบทประชาคมอาเซียน มิฉะนั้นประชาคมนี้จะไม่มีทางเติบโตได้อย่างแน่นอน
———————–
(โลกสาระจิปาถะ : สื่อยังต่อไม่ติดประชาคมอาเซียน : โดย…กวี จงกิจถาวร kavihome@gmail.com)
