จับชีพจรการค้า “จตุจักร” จาก Local สู่ Global

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/604914

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 เม.ย. 2559 05:01

 

เมื่อพูดถึงตลาดนัดสวนจตุจักร หรือ JJ Market เชื่อว่าแทบไม่มีคนไทยคนไหนที่จะไม่รู้จักตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีชื่อเสียงระดับโลกที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกที่มีโอกาสมาเที่ยวประเทศไทยและกรุงเทพมหานคร พลาดไม่ได้ที่จะต้องมาเยือน!!

ตลาดนัดจตุจักรถือเป็นแห่งท่องเที่ยวและเป็นสวรรค์ของนักช็อป ที่พร้อมต้อนรับผู้คนจากทั่วโลก ด้วยมีสินค้าที่หลากหลายจากร้านค้ามากกว่า 10,000 ร้านค้า ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน ของสะสม ของเก่า งานศิลปหัตถกรรม เฟอร์นิเจอร์ หนังสือเก่า และสินค้าเบ็ดเตล็ดอื่นๆ อีกมากมาย

ที่สำคัญตลาดแห่งนี้ถือเป็นโชว์รูมแสดงสินค้าที่เป็นประตูนำไปสู่การส่งออกสินค้าไทยไปทั่วโลก!!

ในแต่ละสัปดาห์มีเงินสะพัดซื้อขายกันเป็นหลักร้อยล้านบาท!! ที่นี่จึงเป็นโอกาสของผู้ที่มีสินค้าที่มีความโดดเด่น มีเอกลักษณ์ และเป็นที่ต้องการของชาวต่างชาติ!!

“ทีมเศรษฐกิจ” ได้ออกเดินทางสำรวจตรวจชีพจรตลาดนัดจตุจักรพบว่าที่แห่งนี้ยังเป็นสวรรค์สำหรับนักช็อปทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมทั้งพ่อค้าแม่ขาย เราเฉพาะเจาะจงไปร้านค้าที่มีสินค้าเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติก็พบว่ามีหลายร้านค้าน่าสนใจ เราจึงขอเข้าไปพูดคุยสัมภาษณ์ว่าอะไรเป็นจุดเด่นและจุดขายของผู้ค้าเหล่านี้!!!

Be fine BANGKOK

เราเดินมาสะดุดตากับกระเป๋าสะพายไหล่ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ที่มีเอกลักษณ์และจุดขายเป็นผ้าลูกไม้ สีสวยหวานน่ารัก “Be fine BANGKOK”

และได้พบกับคู่รักนักศึกษา “น้องไปป์และน้องสบาย” จตุรงค์ ศิริรัตน์ และพรรณทิชา กิตติรัตนาโชติ ว่าที่บัณฑิตจากคณะนวตกรรม สื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตรวัยเพียง 23 ปี

ที่โชคชะตาและความมุมานะพยายามนำพาให้ไปพบกับโอกาสของการนำสินค้าธรรมดาๆ แต่มีเอกลักษณ์สู่ตลาดโลกผ่านตลาดนัดจตุจักร ที่ถือเป็นประตูสำคัญที่สุด

น้องทั้ง 2 คนเล่าว่า ตอนเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี 2 ได้ช่วยกันหารายได้พิเศษโดยไปเช่าร้านขาย เสื้อเชิ้ต และเสื้อยืดสกรีนที่ห้างยูเนี่ยนมอลล์ ระหว่างนั้นน้องสบายมีงานอดิเรกเย็บกระเป๋าผ้าใช้เองและให้เป็นของขวัญแฟนและเพื่อนในโอกาสต่างๆ และนำไปลองวางขายที่ร้านด้วย ปรากฏว่าขายได้ดีทีเดียว เธอจึงเริ่มไปเรียนตัดเย็บและเริ่มพัฒนารูปแบบของกระเป๋าให้มีความหลากหลายขึ้น

และเมื่อทั้งคู่เรียนปี 4 เรียนหนักเพราะต้องทำรายงานนิพนธ์ ทำให้ไม่สามารถไปเปิดร้านขายของได้ทุกวัน จึงตัดสินใจปิดร้านที่ยูเนี่ยนมอลล์ และเช่าร้านที่จตุจักร เพื่อลดเวลาขายเหลือแค่วันเสาร์-อาทิตย์

“ตอนแรกก็จับทางไม่ถูก เสื้อสกรีนก็มีร้านคู่แข่งในจตุจักรจำนวนมาก กระเป๋าผ้าที่พอขายได้ แต่ก็ไม่โดด เด่นพอ” น้องสบายเล่าให้ฟัง

เธอคิดว่าด้วยค่าเช่าที่แสนแพง ถ้าจะอยู่รอดได้ สินค้าต้องมีเอกลักษณ์และมีความโดดเด่น เพราะลูกค้าที่เข้ามาดูสินค้าในร้านส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ!!

โชคดีที่ช่วงนั้นเทรนด์แฟชั่นเสื้อผ้าแบรนด์ต่างๆทั้งในและต่างประเทศ ต่างใช้ผ้าลูกไม้เป็นส่วนประกอบ และนี่คือตัวจุดประกายให้เธอได้ไอเดียนำผ้าลูกไม้มาทำกระเป๋า เริ่มทดลองตลาดด้วยผ้าลูกไม้ 5-6 สี ปรากฏว่า มีลูกค้าจากญี่ปุ่นมาสั่งออเดอร์ 200 ใบทันที!!

ทั้งคู่จึงไม่รอช้า เริ่มหาวัตถุดิบผ้าลูกไม้ลายใหม่ๆ และสีสันที่หลากหลายขึ้น สินค้าของเธอได้รับการตอบรับที่ดีขึ้นเรื่อยๆ มีลูกค้าหลากหลายเชื้อชาติมีคำสั่งซื้อเข้ามามากขึ้น

ด้วยความมุมานะ ไฟแรงและไม่หยุดนิ่ง ทั้งคู่ได้ขยายไลน์สินค้าเพิ่มขึ้น ทั้งกระเป๋าผู้หญิงสะพายไหล่ cross body กระเป๋าช็อปปิ้ง กระเป๋าเครื่องสำอาง กระเป๋าใส่เศษสตางค์ และล่าสุดคือรองเท้าบุผ้าลูกไม้ลายเดียวกับกระเป๋า ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีไม่แพ้กระเป๋าเลย!!

เธอบอกว่ากำลังคิดพัฒนาและแตกไลน์ผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ต้องทำให้สินค้าเดิมมีฐานที่แน่นและมั่งคงไปด้วย และด้วยกระแสออนไลน์ทำให้ทั้งคู่เริ่มมารุกเปิดตลาดออนไลน์มากขึ้นแต่ลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงเป็นลูกค้าที่ walk in เข้ามาที่จตุจักร เมื่อซื้อสินค้าไปแล้วก็จะกลับมาสั่งสินค้าเพิ่มผ่านทางออนไลน์

ถามว่าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาติไหน เธอบอกว่า 70-80% เป็นต่างชาติ มีทั้งจีน ฮ่องกง เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน และปีนี้เริ่มมีออเดอร์จากอิสราเอล

น้องสบายยังเล่าให้ฟังว่า ทุกวันนี้ใช้ชื่อแบรนด์ว่า Be fine BANGKOK แต่ขณะนี้กำลังทำเรื่องขอจดลิขสิทธิ์แบรนด์สินค้ากับกรมทรัพย์สินทางปัญญา

เธอย้ำว่า ธุรกิจจะ ประสบความสำเร็จ นอก จากตัวสินค้าต้องมีเอกลักษณ์และจุดขายแล้วทำเลยังเป็นสิ่งสำคัญที่สุด จตุจักรถือเป็นทำเลที่ดี แต่หากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือต่างชาติก็ต้องพยายามไปตั้งในทำเลที่ต่างชาติเดินมากที่สุด ซึ่งเธอได้ทำสำเร็จแล้ว จากตอนแรกที่ตั้งร้านอยู่ในซอยลึกข้างใน แต่ด้วยความพยายามของทั้ง 2 ที่ช่วยกันเสาะหาจนในที่สุด สินค้าของ Be fine BANGKOK 3 สาขาในจตุจักร ได้ตั้งอยู่ใน 3 ทำเลที่นักช็อปต่างชาติหนาแน่นที่สุด!!

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงๆ คำนี้ใช้ได้ดีเสมอ!!

พบกับความน่ารักของกระเป๋าและรองเท้าสวยๆได้ที่ จตุจักรโครงการ 14 ห้อง 268 หรือเข้าไปดูผ่านโลกออนไลน์ได้ที่ http://www.facebook.com/ BEFINEBANGKOK/ และ IG: BEFINEBANGKOK ส่วน LINE : BeFinebangkok

VANILLA GATE–GALA / Family&Friend

หากใครเดินช็อปปิ้งตลาดนัดจตุจักรโครงการ 3 ซอย 42/2 ซอยที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าวัยรุ่นและของตกแต่งบ้านไอเดียเก๋ ต้องสะดุดตากับไดโนเสาร์ T-REX พันธุ์ดุ หน้าตาประหลาด แต่น่ารักน่าเอ็นดูสีชมพูสดใส ที่ยืนเป็นแก๊งต้อนรับลูกค้าอยู่หน้าร้านเสื้อ t-shirt สีขาวที่สกรีนรูปเจ้าไดโนเสาร์หลากสีสดตัวเดียวกับที่ยืนเป็นฝูงหน้าร้าน!!

ภายในร้านคลาคล่ำไปด้วยหนุ่มสาวชายหญิง ทั้งชาวไทยและต่างชาติหลากหลายภาษาที่เดินเข้าออกซื้อขาย t-shirt ไดโนเสาร์หน้าแปลกตลอดทั้งวัน

เราเข้าไปถามหาเจ้าของร้าน เพื่อจะถามว่าอะไรดลใจให้ทำเสื้อไดโนเสาร์แล้วโดนใจผู้คนได้มากมายขนาดนี้

สุดท้ายได้พบกับ “คุณเกด” หญิงสาวผู้มีบุคลิกเฉพาะตัวที่โดดเด่นไม่มีใครเหมือน กำลังส่งภาษากับลูกค้าต่างชาติอยู่ที่ร้าน VANILLA GATE–GALA ร้านเสื้อผ้า t–shirt สีขรึมตัวใหญ่โคร่ง กับลายสกรีนและการเพนต์ที่ผสมเทคนิคต่างๆด้วยดีไซน์ที่แปลกตา รวมทั้งกางเกงและผ้าพันคอ!!

ลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้าร้านนี้ เกือบทั้ง 100 เป็นชาวต่างชาติ!!

“คุณเกด” เล่าให้ฟังว่า หลังจบจากคณะสังคมศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เธอก็ทำงานเป็นพนักงานบริษัทเหมือนเด็กจบใหม่ทั่วไป และด้วยความที่เป็นคนช่างแต่งตัว และมีสไตล์เป็นของตัวเอง จึงไม่ค่อยเจอเสื้อผ้าที่ถูกใจตามท้องตลาดทั่วไป

จึงตัดสินใจทำเสื้อผ้าใส่เอง โดยเป็นการทำมือทั้งหมด และส่วนหนึ่งก็นำไปขาย ปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด

เธอจึงตัดสินใจออกจากงานประจำและมาเปิดร้านที่ตลาดนัดจตุจักรถึงวันนี้ทำได้ 6-7 ปีแล้วเธอบอกว่า เธอสนุกกับงานที่ทำ สินค้าทุกตัวในร้าน VANILLA GATE-GALA เป็นสินค้าที่เธอออกแบบดีไซน์และผลิตเองกับมือทุกตัว เธอทำมันด้วยหัวใจและความรัก!!

เธอย้ำว่า เธอต้องการผลิตงานที่ทำให้ลูกค้าที่สวมใส่เสื้อผ้าของเธอดูดี ดูเท่ มีคาแรกเตอร์ และมีความเป็นปัจเจกบุคคล “เราขายงาน ดีไซส์เสื้อบางลวดลายขายมา 7 ปีแล้ว ก็ยังคงขายได้อยู่ เพราะดีไซน์ไม่ได้ตามกระแสหรือไม่ได้อิงตลาด”

เธอยอมรับว่า ลูกค้าของเธอเป็นลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ที่ชอบสไตล์ที่ไม่เหมือนใครและลูกค้ากลุ่มนี้ได้กลายเป็นลูกค้าประจำที่จะกลับมาซื้อสินค้าคอลเลกชั่นที่ออกใหม่ทุกครั้งโดยเป็นลูกค้าที่มาจากทุกชาติ ทั้งอังกฤษ ยุโรป ฝรั่งเศส อิตาลี

ช่วงหลังนี้ลูกค้าเอเชียเริ่มมีมากขึ้น ทั้งไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์

ลูกค้าเหล่านี้เมื่อมาเป็นลูกค้าประจำแล้ว ก็จะติดตามคอลเลกชั่นใหม่ๆจาก FB และ IG โดยบางคนจะบินมาประเทศไทยทุก 3-6 เดือน ก่อนมาก็จะโทร.มานัดล่วงหน้า ว่าแล้วเธอก็เปิดให้ดูรูปลูกค้าจากฮ่องกง ที่โทร.มาขอให้เธอเปิดร้านให้เลือกสินค้าในวันศุกร์ก่อนตลาดนัดเปิดเพราะต้องการความเป็นส่วนตัว ลูกค้าเหล่านี้จะซื้อทีเป็น 10 ตัวและเธอจะเตรียมสินค้าที่เหมาะสำหรับคาแรกเตอร์ของลูกค้าแต่ละคน!!!

“เคยมีลูกค้าประจำบางรายมาเหมาซื้อทั้งคอลเลกชั่นเพื่อนำไปใส่ทั้งปี ลูกค้าคนไทยก็มี แต่อย่างที่บอก เป็นลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่มีรสนิยมใกล้เคียงกัน”

จากการสำรวจราคาเสื้อผ้าในร้านของเธอเราพบว่าด้วยดีไซน์ที่แตกต่างและมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์นี้ สามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าได้อย่างดีทีเดียว

เมื่อเราย้อนกลับไปถามถึงเจ้าไดโนเสาร์หน้าประหลาด เธอบอกว่ามันเคยเป็นส่วนหนึ่งของ VANILLA GATE- GALA เธอออกแบบ และลงมือเพนต์มันออกมาด้วยตัวเอง เห็นว่าน่ารักดี นำมาสกรีนลงเสื้อปรากฏว่าได้รับการตอบรับอย่างดีเมื่อเจ้าไดโนเสาร์ก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ เธอจึงตัดสินใจแยกพื้นที่ร้านออกไปต่างหาก โดยเสื้อไดโนเสาร์นี้เน้นใส่ได้ทั้งครอบครัวเพราะทำทั้งไซส์เด็กและผู้ใหญ่ เรียกว่าสนุกกันได้ทั้งครอบครัวและคู่รักอยู่ภายใต้แบรนด์ Family& Friend แถมตั้งชื่อว่า เจ้า FAM ที่มาจากคำว่า Famous และ Family

เราจบบทสนทนาจากเธอ และค้นพบว่าไอเดีย ความสร้างสรรค์ และการสร้างความต่างคือจุดขายที่เป็นเสน่ห์ของเธออย่างแท้จริง!!

ไปอุดหนุนสินค้าของเธอทางออนไลน์ได้ที่ FB : VanillaGateGalaThailand , IG : Vanillagategala

“Dream tree ต้นไม้แห่งความฝัน”

“จิตรา” ศิลปินสาวสวย เจ้าของผลงานที่ทำให้เราสะดุดตากับต้นไม้สีทอง ที่ปิดด้วยแผ่นทองคำบริสุทธิ์ ภายใต้กรอบและพื้นสีดำทองให้ความรู้สึกสง่างาม สวย สงบ!!

สินค้าตกแต่งบ้าน ที่มีความเป็น Uniqe และโดดเด่นที่สุดสะกดใจให้เราต้องเดินเข้าไปยลความงามใกล้ๆและขอสัมภาษณ์เธอหลังตะลึงกับผลงานศิลปะของเธอ

เมื่อเข้าไปก็พบว่า เธอกำลังรับออเดอร์กับลูกค้านักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ชาวไต้หวันที่บินมาซื้องานของเธอไปตกแต่งประดับโครงการแทบทุกปี

ยังไม่ทันที่ลูกค้าชาวไต้หวันจะเสร็จสิ้น ก็มีลูกค้าจากฮ่องกง ที่ติดตามงานของคอลเลกชั่นเธอจาก FB เข้ามาเพื่อจะขอซื้อสินค้าที่โชว์อยู่ แต่เธอไม่สามารถขายให้ได้ เพราะสินค้าของเธอต้องสั่งทำล่วงหน้า!!

“จิตรา” บอกกับเราว่า เธอจบด้านบริหารจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กรุงเทพ แต่มีความสนใจศิลปะเป็นพิเศษ จึงไปเข้าครอสเรียนศิลปะการออก แบบ ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร และหลงไหลงานศิลปะจนถอนตัวไม่ขึ้น

งานของเธอทุกชิ้น ไม่เพียงแค่เป็นงานแฮนด์เมดเท่านั้น แต่มีจิตวิญญาณที่สวยงามของเธออยู่ในนั้นด้วย อย่างภาพต้นไม้สีทอง ของเธอที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าทั่วโลก ชื่อว่า “Dream tree ต้นไม้แห่งความฝัน” เธอบอกว่า คนเราต้องมีความฝันและสร้างแรงผลักดันทำความฝันให้สำเร็จ และต้องสร้างความฝันใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ เพื่อให้ชีวิตมีเป้าหมาย

เธอเล่าว่าด้วยความภาคภูมิใจว่า ชิ้นงานศิลปะของเธอถูกนำไปจัดวาง ตกแต่งในรีสอร์ตหรู ที่โซโลมอน หรือมัลดีฟ และโรงแรมในฝรั่งเศส

รวมทั้งหอศิลป์ที่อิตาลี ก็สั่งสินค้าของเธอไปวางขาย!!

และลูกค้าส่วนใหญ่ของเธอ ที่เคยซื้อสินค้าไปแล้ว มักจะกลับมาซื้อและเลือกคอลเลกชั่นใหม่ๆของเธอเสมอ รวมทั้งยังได้แนะนำกันปากต่อปากด้วย

“เธอว่าจุดเด่นของงานเธอนอกจากความประณีตงดงามแล้ว คือความเป็น Uniqe ที่ไม่เหมือนใคร โดยงานทุกชิ้นได้รับการจดลิขสิทธิ์กับกรมทรัพย์สินทางปัญหาไว้ทั้งหมด!!

เธอว่าเธอหลงใหลและรักศิลปะ และสามารถที่จะผลิตงานที่ได้รับการยอมรับจากผู้ที่รักงานศิลปะจากทั่วโลกได้ วันนี้เธอถือว่าเธอมีความสุขกับงานที่รักและยังมีแรงบันดาลใจจากชีวิตผู้คนมากมายที่จะผลิตงานออกมาได้อีกมากมาย

ตลาดนัดสวนจตุจักรแห่งนี้ ถือเป็นประตูที่เปิดให้งานศิลปะของเธอออกไปสู่สายตาของนักท่องเที่ยวที่มาจากทั่วโลก!!

Casehouseshop

“หนุ่มสาวออฟฟิศ” วัย 28 ปี ใหม่และนุ้ย “ไพโรจน์ เย็นเยือก และภัทรา ภัทราภัตร์” ที่ลาออกจากบริษัท ในตำแหน่งอินทีเรียดีไซน์ ตามสายงานที่ร่ำเรียนมาจากคณะออกแบบตกแต่งภายในจากมหาวิทยาลัยราชมงคล ธัญบุรี

 

เพื่อหาประสบการณ์ใหม่ๆ แต่ระหว่างรองานช่วยกันหารายได้พิเศษระหว่างรองานใหม่ ไปขายถุงเท้าแฮนด์เมด ตามตลาดนัดแฮนด์เมดต่างๆ

และคิดจะทำสินค้าของตัวเอง ซึ่งมาลงตัวที่เคสโทรศัพท์มือถือที่เป็นที่นิยมของวัยรุ่นทั่วไปและมีกำไรมากกว่าเดิมที่ก็รับสินค้ามาจากศูนย์การค้าสนามเสือป่า แหล่งรวมอุปกรณ์ไอที

หลังจากนั้นก็คิดหาต้นทุนให้ต่ำลง โดยดีไซน์และออกแบบเพิ่มเติมเพื่อให้สินค้ามีความแตกต่างและน่าสนใจมากขึ้น

ซึ่งก็ไม่ยากนัก สำหรับผู้ที่เรียนมาทางสายนี้ ซึ่งมีหัวที่มีความเป็นศิลปะ

ซึ่งสินค้าที่ออกมาก็ได้รับความนิยมมาก ตอนแรกยังคงขายตามตลาดอินดี้ ที่เน้นขายงานแฮนด์เมดเล็กๆ หลังจากนั้นทั้ง 2 ก็คิดการใหญ่ อยากมีร้านประจำเป็นของตนเอง หลังเห็นว่าสินค้าที่ออกแบบมานี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากวัยรุ่น

จตุจักรจึงเป็นจุด หมายของเขาทั้ง 2 แต่เขาไม่หยุดเพียงเท่านี้ ยังคงเดินหน้าหาตลาดใหม่ๆเพื่อเข้าให้ถึงตัวลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

โดยไปออกอีเวนต์เปิดร้านตามงานต่างๆ และออกบูธตามห้างสรรพสินค้า ซึ่งมีงานประจำออกร้านทุกวัน

และอีกช่องทางหนึ่งที่สร้างหน้าตาโชว์สินค้าและยอดขายให้กับทั้ง 2 คือ การขายออนไลน์ ผ่านทาง IG : case houseshop

และด้วยสินค้าที่มีความสวยงามโดดเด่นทำให้มีผู้ที่ติดต่อนำไปขายอีกต่อ ซึ่งมีทั้งคนไทยและต่างชาติ เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง

ล่าสุด 2 หนุ่มสาวกำลังคิดจะผลิตเองทั้งหมด เพื่อขายส่งและส่งออกมากยิ่งขึ้น ตามความ ต้องการของลูกค้า โดยกำลังมองหาโรงงานและแรงงานเข้ามาช่วย!!

M Collection

“คุณมุก” กรกมล วิรติกุล สาวใหญ่อีกคน ที่เริ่มก่อร่างสร้างตัวด้วยการทำดอกไม้ประดิษฐ์ที่เมื่อสมัย 10–20 ปีที่แล้ว ถือเป็นสินค้าส่งออกที่ได้รับความนิยมในตลาดต่างประเทศอย่างมาก

แต่ภายหลังมีโรงงานดอกไม้ประดิษฐ์ผุดขึ้นจำนวนมาก ที่สำคัญมีสินค้าจากจีนเข้ามาแย่งตลาด!!

ทำให้เธอต้องพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์เพื่อหนีคู่แข่ง เธอเริ่มทำดอกไม้ประดิษฐ์ใส่กระถาง และใส่กรอบสวยๆ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะดอกกุหลาบสีสวยๆใส่กรอบไม้สีขาวปิดด้วยกระจกใส ถูกนำไปเป็นของขวัญ ของตกแต่งบ้านที่ขายดีที่สุด!! แต่สุดท้ายก็มีสินค้าลักษณะคล้ายกันนี้ออกมาเป็นจำนวนมาก

“คุณมุก” ซึ่งพยายามคิดดีไซน์พัฒนา ต่อยอดผลิตภัณฑ์อย่างไม่หยุดหย่อน ภายใต้สินค้าที่เป็น Deco– ration frame หรือ Shadow box หรือ Field frame ที่มีจุดขายคือความเป็นสินค้า “ทำมือ” หรือ “แฮนด์เมด”

โดยสินค้าที่กำลังทำตลาดตอนนี้คือ wooder handcut คือการนำไม้มาฉลุลายต้นไม้ ใบไม้ ผีเสื้อ นก หรือ ธรรมชาติอื่นๆ และตกแต่งด้วยกระดาษสีสันสดใสโดยทำเป็น 3 มิติ ในเฟรมกรอบไม้สีขาว ซึ่งโดนใจผู้ที่รักการตกแต่งบ้านทั้งชาวไทยและต่างชาติ!!

“คุณมุก” บอกว่า แม้ภาพรวมตลาดขณะนี้ ออเดอร์ส่งออกจะลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก ทำให้หันมาเน้นขายตลาดในประเทศมากขึ้นจากเดิมทำเพื่อส่งออกเกือบหมด

แต่การมาเปิดร้านในสวนจตุจักร ถือเป็นการเปิดประตูที่ทำให้สินค้าของเธอ นอกจากจะได้ลูกค้าคนไทยแล้ว ยังได้ลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่มาจากนานาชาติทั่วโลกอีกด้วย ทั้งซื้อไปเป็นของขวัญและสั่งออเดอร์ออกไปขายต่างประเทศด้วย

ทุกวันนี้ ยอดขายสินค้าจึงเป็นขายในประเทศ 50% และส่งออกอีก 50% โดยส่งออกไปทั้งสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ยุโรป และ ตะวันออกกลาง

“วัสดุหรือวัตถุดิบที่เรานำมาประกอบเป็นผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นนั้น ล้วนเป็นของที่หาง่าย เพียงเรามาจัดเรียงให้สวยงามมีคอนเซปต์และมีดีไซน์ที่เกิดจากไอเดียล้วนๆ ก็ทำให้สินค้านั้นมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาได้มาก แต่ราคาที่ขายก็ถือว่าเป็นราคาที่ไม่สูงเกินไป สามารถจับต้องได้ ใครก็ซื้อสินค้าของเราได้”

“คุณมุก” ปิดท้ายด้วยว่า จุดเด่นหรือจุดขายของผลิตภัณฑ์เราคือ ความไม่เหมือนใคร ที่เราจะต้องออกไอเดียและดีไซน์สินค้าใหม่ๆที่มีคุณภาพและความสวยงามออกมา ที่นอกจากเป็นสินค้า “ทำมือ” ที่ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาแล้ว ยังต้องมีความแตกต่างด้วย คนเห็นต้องรู้สึกประทับใจและอยากได้ของเราไปโชว์ไปตกแต่งบ้าน เห็นแล้วมีความสุข

ตอนนี้จีนพยายามเลียนแบบทำกรอบไม้ฉลุลายเหมือนของเราออกมา แต่ไม่ได้สวยงาม หรือมีความละเอียดอ่อนช้อยเท่า อย่างไรก็ตาม เราคงต้องเดินหน้าพัฒนาและดีไซน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆให้โดนใจลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ส่วนดีไซน์เก่าที่ยังติดตลาดและขายได้เรื่อยๆก็ยังคงทำอยู่ โดยขณะนี้ “คุณมุก” เริ่มบุกทำตลาดออนไลน์ โดยสามารถเข้าไปดูและสั่งซื้อสินค้า M COLLECTION ได้ที่ IG : mcollectionart Line ID : mcol– lectionart และ FB : Mcollectionart หรือไปจับต้องเห็นของจริงได้ที่ตลาดนัดจตุจักร โครงการ 4 ซอย 52/1.

BKK ORIGINAL

ร้านค้าในจตุจักรอีกร้านที่หนาแน่นไปด้วยลูกค้าหนุ่มสาวต่างชาติ ที่หลายคนเดินเข้ามาในร้านพร้อมเปิดรูปในโทรศัพท์มือถือ เพื่อแจ้งความจำนงในการซื้อกระเป๋าหลากหลายรูปแบบละลานตา ที่พนักงานบอกกับเราว่า กระเป๋าในร้านมีมาก กว่า 300 ลาย!!

BKK ORIGINAL คือแบรนด์กระเป๋าแฟชั่นสัญชาติไทย ที่ก่อตั้งและเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ 2 ปีที่แล้วโดย 2 ผู้ก่อตั้ง ที่อยากให้เราเรียกเขาว่า “พี่ทรายและพี่ร็อค”

“พี่ทราย” หญิงสาววัยเพียง 27 ปี เล่าว่า ก่อนที่จะมาทำกระเป๋าแฟชั่นขายนี้ เขาทั้งคู่เป็น แม่ค้าพ่อค้าธรรมดาในตลาดนัดจตุจักรที่ขายสินค้ามาหลากหลายทั้ง เสื้อผ้ากระเป๋ารองเท้า เรื่อยมาแม้กระทั่งน้ำแข็งไส

ก่อนที่จะหยุดทุกอย่างและมุ่งมาที่การผลิตและขายกระเป๋าเพียงอย่างเดียวโดยเริ่มต้นจากจักรเย็บผ้าเพียงตัวเดียว จากเดิมที่เริ่มต้นผลิตเพียง 100 ใบต่อสัปดาห์ เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ปัจจุบัน ต้องเพิ่มกำลังผลิตเป็นสัปดาห์ละกว่า 10,000 ใบ หลังกระเป๋าของ BKK ORIGINAL ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงและไต้หวัน ด้วยรูปทรงและลวดลายของกระเป๋าที่โดดเด่น

ทำให้ต้องขยายสาขาเพิ่มขึ้นอย่างรวด เร็ว เป็น 6 สาขาในไทยและ 2 สาขาในไต้หวัน เพราะทนเสียงเรียกร้องจากชาวไต้หวันไม่ไหว ว่ากันว่า หนุ่มสาวและนักท่องเที่ยวไต้หวันที่มาเมืองไทยต้องมาซื้อกระเป๋า BKK ORIGINAL กลับไปทุกรายทั้งใช้เองและเป็นของฝาก หรือมีคนฝากซื้อ

เรียกว่า BKK ORIGINAL เป็น “แลนด์มาร์ก” แห่งหนึ่งของนักท่องเที่ยวไต้หวันเลยทีเดียว และไม่เพียงแค่ไต้หวันหรือฮ่องกงเท่านั้น ขณะนี้กระเป๋าของ BKK ORIGINAL กำลังเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั้งในมาเลเซีย จีน มาเก๊า สิงคโปร์ ทำให้มีแผนออกไปเปิดสาขาในมาเลเซียเร็วๆนี้ โดยตั้งเป้าจะเปิดสาขาเพิ่มเติมในอีก 5 ประเทศ

ไม่นับรวมกับปัจจุบันที่ได้ส่งออกกระเป๋าไปหลายประเทศทั่วโลก ทั้งสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ฝรั่งเศส สเปน ชิลี จาเมกา ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา เป็นต้น

ตั้งเป้าเพิ่มการผลิตกระเป๋าเป็นกว่า 30,000 ใบต่อสัปดาห์ ภายใน 5 ปีนี้ เพื่อรองรับความ ต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน เขาทั้ง 2 คนก็ต้องเร่งพัฒนาและสร้างงานและสร้างแรงงานฝีมือเพิ่มขึ้นด้วย โดยกระเป๋าของ BKK ORIGINAL ทุกใบตัดด้วยมือและเย็บด้วยจักร โดยทำจากวัสดุทั้งผ้า พีวีซี พลาสติกและหนังเทียม

“พี่ทราย” เล่าว่า เดิมที่คิดเพียงว่าจะทำกระเป๋าที่มีลวด ลายและรูปแบบที่หลาก หลายในราคาไม่แพงทุกคนสามารถจับต้องได้ ราคาเริ่มต้นที่ใบละ 120 บาท สำหรับกระเป๋าสะพาย ส่วนกระเป๋าสะพายยอดนิยม เริ่มต้นที่ 200 บาท

“พี่ทราย” ทิ้งท้ายว่า BKK ORIGINAL ตั้งเป้าหมายการเป็น The bags that everyone can buy หมายถึง ทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกประเทศ ทุกวัฒนธรรม ทุกๆคนจะต้องสามารถเข้าถึงเราได้!!

ไม่เกินจริงเลยที่จะบอกว่าความสำเร็จของเขาทั้ง 2 และทีมงานมีจุดเริ่มต้นที่ตลาดนัดจตุจักร ตลาดโลคอลที่ผงาดไปสู่โกลบอลอย่างแท้จริง!!

ทีมเศรษฐกิจ

Leave a comment