ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/604021
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 เม.ย. 2559 05:30

วินาทีนี้ ผู้ทรงอิทธิพลตัวจริงของสังคม มิใช่นักการเมือง หรือเศรษฐีผู้มั่งมีอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็น “มาเฟียคีย์บอร์ด” หรือจะให้เรียกกันง่ายๆ ตามภาษาโลกออนไลน์ที่ว่า “แอดมินเพจ” ผู้ที่คอยทำหน้าที่บรรจงนิ้วลงแป้นพิมพ์ พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวอันมีผลต่อความรู้สึกนึกคิดของผู้ติดตาม จนนำไปสู่การชื่นชม คล้อยตาม หรือเลยเถิดไปจนถึงขั้นที่คนหลายร้อยคน อ่านข้อความที่มีความยาวไม่ถึงสิบห้าบรรทัด แต่พออ่านจบกลับรู้สึกเกลียดชังคนเพียงคนเดียว ทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน…คำถามคือ คุณต้องเชื่อ และคล้อยตามพวกเขาด้วยหรือ?
“เชื่อมากเกินไป หลงใหลจนลืมข้อเท็จจริง อิงกระแสนิยม ชื่นชมความคิดต่าง เป็นบ่างช่างยุ กุข่าวสร้างความเกลียดชัง ถามตัวเองหรือยัง…คุณรู้เท่าทันเพจดังหรือไม่?” ผู้สื่อข่าวขอถามผู้อ่านก่อนที่จะเข้าเรื่อง
โดนใจ วงใน คิดต่าง! ชาวเน็ตคลั่งมาเฟียออนไลน์ ยกย่องเป็นผู้นำความคิด
ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ พูดคุยกับผู้คร่ำหวอดในวงการสื่อออนไลน์ อย่างอาจารย์สกุลศรี ศรีสารคาม หรือ อ.ไอซ์ จากคณะนิเทศศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เธอเรียกแอดมินเพจดังในแวดวงโลกออนไลน์ว่า ผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์ หรือ Influencer คนเหล่านี้รู้จักเทคนิคเรียกความสนใจจากผู้คนได้เป็นอย่างดี โดยมีวิธีการเบื้องต้น คือ 1.สร้างความน่าเชื่อถือให้เพจ โดยแอดมินเพจจะตรวจสอบข้อมูลมาอย่างดีก่อนโพสต์2.เพจมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง 3.ใช้วิธีการเขียนให้เข้าถึงอารมณ์ และสัมผัสความรู้สึกของผู้ติดตาม ซึ่งเป็นสิ่งที่เหนือกว่าข่าวสารที่สื่อหลักนำเสนอ4.แอดมินเพจจะรู้จัก และเข้าใจลักษณะของผู้ติดตาม ซึ่งอาจารย์ไอซ์ บอกกับเราว่า Influencer เขารู้ว่า เขากำลังเล่นอยู่กับใคร และเขาควรเขียนอะไรที่ทำให้คนอ่านรู้สึกมากที่สุด
“ข้อมูลอะไรก็ตามที่เพจดังนำเสนอ หากข้อมูลนั้นๆ สามารถโยงเข้ากับความคิด หรือความเชื่อดั้งเดิมของเราได้ จะทำให้เราเกิดความรู้สึกเชื่อในสิ่งนั้นได้ง่าย และถ้ามีคนพูดถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากๆ จะทำให้เกิดสมมติฐานอัตโนมัติในหัวของเราว่า เรื่องนั้นน่าจะเป็นจริง ทั้งๆ ที่เราไม่รู้ว่าจริงหรือไม่” อ.ไอซ์ บอกเล่าถึงพฤติกรรมชาวเน็ตในปัจจุบัน
จากการสังเกตเพจต่างๆ บนโลกออนไลน์ของอาจารย์สกุลศรี เธอพบว่า โดยทั่วไปแล้ว จะมีเพจเฟซบุ๊กที่มีความน่าเชื่อถือ และแอดมินเพจที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องราวที่นำเสนอประมาณ 50% จากเพจทั้งหมด ซึ่งเธอให้เหตุผลว่า นอกเหนือจากเพจที่มีความน่าเชื่อถือ ก็ยังมีเพจอื่นๆ อีกมากมายที่นำเสนอข้อมูลผิดเพี้ยน ซึ่งความผิดเพี้ยนที่ว่านี้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากแอดมินมีจุดประสงค์ที่จะหลอกผู้ติดตาม แต่มาจากความจริงที่ว่า ข้อมูลใดๆ ก็ตามในโลกใบนี้ มักมีมากกว่าหนึ่งด้านเสมอ

“สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นว่า คนในสังคมมักต้องการข้อมูลมากกว่าหนึ่งด้านเสมอ โดยเราจะเห็นว่า สื่อมักเลือกนำเสนอในมุมเดียวกันที่ไม่มีความแตกต่าง แต่ผู้คนในสังคมหลายต่อหลายคนมีความสนใจที่จะเสพมุมอื่นๆ นอกเหนือจากสิ่งที่สื่อเล่น และเมื่อมีคนๆ หนึ่งลุกขึ้นมาพูดถึงความแตกต่าง ไม่ใช่แค่นั้น เขายังให้ข้อมูลเชิงลึกได้อีก อธิบายเรื่องที่คนอ่านไม่เข้าใจให้เป็นเรื่องง่ายได้อีก และสามารถหาทางออกของปัญหาได้อีก สุดท้ายใครก็ตามที่ทำตรงนี้ได้ คุณจะได้ใจผู้ติดตามไปเต็มๆ” อาจารย์สกุลศรี เธอบอกเล่าตามความเป็นไปของโลกออนไลน์
แพทย์หญิงมธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวถึงสาเหตุที่ชาวเน็ตมักเชื่อเพจดังต่างๆ นั้น มาจากคำที่ว่า “กระแสนิยม” เมื่อแฟนเพจใดก็ตามที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก อาจจะหลักแสนหรือหลักล้าน ในทางความรู้สึกของคนทั่วไป เพจดังกล่าวจะมีความน่าเชื่อถือทันที หากบวกรวมเข้ากับการแชร์มากๆ ครั้ง จะก่อให้เกิด Mass Psychogenic หรือ จิตวิทยาหมู่ อันเป็นเหตุการณ์ที่ผู้คนเกิดความเชื่อ แม้สิ่งๆ นั้น อาจไม่ใช่เรื่องจริงก็ตาม
ข้อดี-ข้อดับ เพจดัง…คุณชั่งน้ำหนัก ดีหรือร้าย มากกว่ากัน?
ข้อดี
เริ่มกันด้วยข้อดี อ.ไอซ์ จากคณะนิเทศศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เธออธิบายว่า ข้อดีข้อที่ 1 คือ เรื่องราวอันเป็นประโยชน์บางเรื่องที่สื่อไม่สามารถหยิบยกมานำเสนอเป็นประเด็นได้ แต่สื่อก็สามารถร่วมมือกับผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์ หรือแอดมินเพจขับเคลื่อนเรื่องนั้นๆ ได้ ซึ่งเราจะพบเห็นว่า ประเด็นใดก็ตามที่สื่อและเพจดังจับมือร่วมเล่นไปด้วยกัน เรื่องนั้นๆ จะทำให้ผู้คนในสังคมมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับเรื่องนั้นๆ เป็นจำนวนมาก อีกทั้ง ยังจูงใจให้สื่อสำนักต่างๆ นำประเด็นดังกล่าวไปนำเสนอต่อ
“เราจะสังเกตเห็นว่า เมื่อโลกออนไลน์เล่น พร้อมๆ กับสื่อก็ลงเล่นด้วยเช่นกัน เรื่องนั้นๆ จะเป็นกระแสทันที หากสองฝ่ายผลักดันร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เรื่องนั้นๆ จะไปไกลถึงระดับของผู้กำหนดเชิงนโยบาย จนสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลง และบังเกิดผลบางประการได้ในที่สุด” อ.ไอซ์ สกุลศรี กล่าว
ส่วนข้อดี ข้อที่ 2 คือ เดิมที ผู้ติดตามมีช่องทางเสพข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อกระแสหลักได้ทางเดียว แต่ปัจจุบัน ผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์ สามารถให้ข้อมูลได้อย่างหลากหลายด้าน มิหนำซ้ำยังเป็นข้อมูลที่สื่อไม่สามารถนำเสนอได้ หรือเป็นข้อมูลที่สื่อมีพื้นที่ไม่เพียงพอต่อการนำเสนอ
ข้อเสีย
ขณะที่ ข้อเสียก็มีเช่นกัน คือ ผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์บางรายรับเงิน หรือเป็นเพจรับจ้างเพื่อนำเสนอเนื้อหาที่มีจุดประสงค์บางประการ เช่น เพจบางเพจมีจุดยืนทางการเมืองค่อนข้างชัดเจน, เพจบางเพจมีการเคลื่อนไหวเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง เป็นต้น
“หากเราไม่เช็กข้อมูลที่ผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์นำเสนอ เราจะมีความเชื่อทันทีว่า สิ่งที่เขาพูดนั้น ถูกต้อง แต่เราอย่าลืมว่า ผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่มีเป้าหมายบางอย่างบนโลกออนไลน์ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่า เป้าหมายของเขาคืออะไร เพราะฉะนั้น คุณต้องรู้เท่าทัน” อ.ไอซ์ บอกถึงข้อเสีย พร้อมกล่าวเตือน
อาจารย์สกุลศรี ยังกล่าวถึงข้อเสียอีกว่า ในขณะเดียวกัน เรามักจะพบเห็น ปรากฏการณ์ “ล่าแม่มด” ของเพจดังบางเพจ โดยปรากฏการณ์ดังกล่าว สามารถอธิบายคร่าวๆ ได้ว่า การที่ใครคนหนึ่งถูกตราหน้าว่า กระทำผิดบาป แต่แล้วก็มีมือมืดดำเนินการขุดเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอออกมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์ พร้อมชี้เป้าให้ผู้ติดตามไปส่อง จนเป็นที่มาของการก่นด่าสาปแช่งบุคคลนั้นๆ
“ปรากฏการณ์ล่าแม่มด เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างที่สุด เพราะการที่เรานำข้อมูลอันเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตส่วนตัวของเขา เช่น ชื่อพ่อแม่ ตำแหน่งที่อยู่อาศัย เฟซบุ๊กไอจีส่วนตัว หรือเพื่อนพ้องของเขามาโพสต์ชี้เป้า สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อใครเลย และขอให้ตระหนักรู้ว่า การกระทำเช่นนี้ อาจมีผลต่อคนในครอบครัวของเขา มีผลต่ออนาคตของเขาอย่างที่สุด และถ้าจู่ๆ เขากลับไม่ผิดขึ้นมา ซึ่งหลักฐานที่คุณเสพก่อนหน้านี้ เป็นเพียงคลิปเหตุการณ์ที่ถูกตัดส่วนดีๆ ออกไป แต่คุณดันไปเหมารวมว่า เขาผิด คุณจึงล่าเขาออกมา ซึ่งการกระทำเช่นนี้ คือการทำลายชีวิตของใครคนหนึ่ง สุดท้าย คุณมอบชีวิตใหม่กลับคืนแก่เขาได้ไหม” อาจารย์สกุลศรี ถามกลับถึงผู้ที่เคยทำลายชีวิตของใครคนหนึ่ง
ขณะที่ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวไปในทิศทางเดียวกันกับ อ.สกุลศรี ว่า ปัจจุบัน ข้อมูลข่าวสารมิได้ถูกผลิตและนำเสนอเพียงเฉพาะสื่อมวลชนเท่านั้น แต่หมายรวมไปถึงผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์ที่สามารถนำเสนอข่าวสารได้เช่นกัน ซึ่งกระบวนการนำเสนอของบุคคลกลุ่มนี้ อาจจะไม่กลั่นกรองได้เท่าๆ กับสื่อมวลชน จึงเกิดปัญหาตามมา คือ ทันทีที่ผู้รับสารเสพข้อมูลนั้นๆ จะเกิดความรู้สึกเชื่อทันที แม้ข้อมูลนั้นจะผิดก็ตาม
เท่าทันเน็ต เด็ดกว่าเพจ! นักโซเชียลฯ ที่ดี ต้องเป็นอย่างไร?
ชาวเน็ต ชาวเน็ต ชาวเน็ต! คุณนั่นแหละ อย่าทำนิ่ง เราเรียกคุณอยู่ อย่าเพิ่งปิดหน้าข่าวนี้ไปไหน คุณอ่านข้อความด้านล่างนี้สักนิด ก่อนที่จะสลับแอพฯ ไปโซเชียลฯ ต่ออย่างมีคุณภาพ เพราะการเป็นชาวเน็ตที่ดี อ.ไอซ์ จากคณะนิเทศศาสตร์ บอกใบ้ดังต่อไปนี้
1. รู้เท่าทัน และตั้งคำถามกับเนื้อหาทุกอย่างที่เรากำลังจะเสพ เพราะคุณต้องตระหนักรู้เสมอว่า ทุกข้อมูลบนโลกออนไลน์ถูกสร้างมาเพื่อประโยชน์บางอย่าง ดังนั้น ต้องเข้าใจผู้สื่อสารก่อนว่า เขามีวัตถุประสงค์อะไร? เขาเป็นใคร?
2. ตรวจสอบข้อมูล ด้วยวิธีการง่ายๆ คือ นำข้อมูลที่เสพไปค้นหาในช่องทางต่างๆ ซึ่งวิธีการอย่างง่าย ก็คือ ค้นหาข้อเท็จจริงจากกูเกิล โดยเทียบเคียงจากข้อมูลเก่า และพิจารณาว่า หน่วยงานรัฐพูดอย่างไร สื่อเล่นมุมไหน เหตุการณ์ย้อนหลังที่มีลักษณะใกล้เคียงกันมีเป็นอย่างไร สุดท้าย ก็จะทำให้คุณรู้ว่า ข้อมูลที่ผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์เสนอออกมา มีความน่าเชื่อถือ และถูกต้องหรือไม่?

3. คุณรู้จักตั้งคำถาม รู้จักวิพากษ์วิจารณ์ รู้จักเสนอทางออก รู้จักเรียกร้องสิทธิ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่มากกว่าแค่กดไลค์กดแชร์ และการกระทำเช่นนี้จะช่วยให้เกิดการเคลื่อนไหวในสังคมมากยิ่งขึ้น โดยเราจะเห็นได้จากประเด็นบางประเด็นเกิดขึ้นมา แล้วก็เงียบหายไป เพราะเราทำได้แค่เพียงไลค์ และแชร์ให้คนอื่นอ่าน
พญ.มธุรดา ผอ.สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ มีวิธีแนะนำคล้ายคลึงกับ อ.ไอซ์ แต่มีอยู่หนึ่งข้อที่มีความแตกต่าง โดยนับเป็นข้อที่ 4 คือ ปัจจุบันเพจต่างๆ ต้องการยอดไลค์ ยอดวิว ด้วยการแชร์ภาพหรือวีดิโอที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล ยกตัวอย่างเช่น เพื่อนๆ ในโซเชียลเน็ตเวิร์คแชร์คลิปวีดิโอผู้ป่วยทางจิตวิ่งแก้ผ้าในที่สาธารณะ ดังนั้น หากคุณพบเห็นข่าวสารที่เป็นไปในทางลบ คุณต้องหลีกเลี่ยงที่จะส่งต่อ หรือแชร์ข่าวสารดังกล่าว เพื่อช่วยหยุดกระแสร้ายๆ นี้ได้อีกทางหนึ่ง
คุณอาจพลาดพลั้งทำลายชีวิตของใครสักคน เพียงแค่กดไลค์-กดแชร์ ดังนั้น คุณควรที่จะ…
ไตร่ตรอง…ก่อนนำเสนอ
ตั้งสติ…ก่อนกดแชร์
ตระหนัก…หลังเสพเสร็จ
แล้วคุณจะไม่ตกเป็นเครื่องมือของ “มาเฟียคีย์บอร์ด”!
- สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์
สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่ reporter.thairath@gmail.com
หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ





